
๐๘ ธันวาคม ๒๕๕๑
๐๕ ธันวาคม ๒๕๕๑
มิตซูบิชิ เปิดตัว ไทรทันโฉมใหม่ ในงาน มอเตอร์ส เอ็กซ์โป ครั้งที่ 25



กรุงเทพฯ - 28 พฤศจิกายน 2551; มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดเวทีมอเตอร์ส เอ็กซ์โปประกาศเปิดตัวมิตซูบิชิ ไทรทัน โฉมใหม่ หรูหราโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นและไทรทันรุ่นพิเศษเครื่องยนต์เบนซินรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 (E10) เป็น อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า พร้อมยกขบวนสุดยอดยนตรกรรมสายพันธุ์แกร่ง ทั้งปาเจโร สปอร์ต แลนเซอร์ สเปซ แว กอนและรถต้นแบบไอ มีฟ (i MiEV) ร่วมโชว์ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 10 ธันวาคมนี้ที่เมืองทองธานี
มร. มิจิโร่ อิมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 25 โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่หรูหราโฉบเฉี่ยวและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งจากกระจังหน้า ดีไซน์ใหม่และกระบะท้ายออกแบบใหม่สูงขึ้นกว่าเดิม 57 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มปริมาตรการบรรทุกแต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ได้อย่างครบครัน โดยในช่วงแรกจะแนะนำ 2 รุ่น ได้แก่ เมกะแค็บ (รุ่นพลัส และรุ่น ขับเคลื่อน 4 ล้อ) และซิงเกิ้ลแค็บ ก่อนจะทยอยแนะนำรุ่นที่เหลือภายในปีหน้า
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้แนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ เครื่องยนต์เบนซินสู่ตลาดเมืองไทยอีกหนึ่งรุ่นเพื่อเป็นอีก หนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในสไตล์รถขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร
“บริษัทฯ ได้แนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน สู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2548 ที่ผ่านมา ด้วยจุด เด่นของผู้สร้างอารยธรรมใหม่ของรถกระบะในเมืองไทย ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ที่ฉีกกฎเกณฑ์ของรถกระบะแบบเดิมๆ ความแข็งแกร่งของระบบช่วงล่าง และพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ไฮเปอร์ คอมมอนเรล ทำให้มิตซูบิชิ ไทรทันได้รับ การตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเห็นได้จากยอดขายโดยรวมในประเทศนับตั้งแต่เปิดตัว
นอกเหนือจากการเปิดตัวมิตซูบิชิ ไทรทันใหม่ และมิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ เครื่องยนต์เบนซิน แล้วเพื่อให้สอดคล้อง กับแนวคิดของการจัดงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ คือ “พันธกิจมนุษย์ หยุดโลกร้อน” บริษัทฯ ยังได้นำ มิตซูบิชิ ไอมีฟ( i MiEV) รถพลังงานไฟฟ้าที่ไม่สร้างมลพิษซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานมาจากรถยนต์ขนาดเล็ก“ไอ” มาร่วมโชว์โดยเป็นรถที่ มา พร้อมความก้าวล้ำทางเทคโนโลยียนตรกรรมของมิตซูบิชิ ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของโครงสร้างการวางเครื่อง ยนต์ไว้ตรงกลางด้านหลัง (rear-midship layout) รวมไปถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความหนาแน่นสูงและมอเตอร์ประสิทธิ ภาพสูงที่ให้กำลังสูงสุด 47 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร และความเร็วสูงสุดที่ 130 กิโลเมตร ต่อชั่ว โมง โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม ทั้งนี้มิตซูบิชิ ไอ มีฟ ยังมาพร้อมกับอัตราเร่งเครื่องที่ดี เยี่ยมด้วยอัตราเร่งจาก 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เร็วกว่ารถยนต์มิตซูบิชิไอซึ่งเป็นรถที่ใช้น้ำ มันถึง 30% ในขณะเดียวกันยังให้การทำงานที่เงียบหรือการสั่นสะเทือนที่น้อยมาก นอกจากนี้ไอมีฟยังสามารถชาร์จไฟ ได้ 3 รูปแบบ ทั้งจากตู้ชาร์จแบตเตอรี่ ที่ชาร์จไฟในบ้านประเภท 100 วัตต์ และที่ชาร์จไฟในบ้านประเภท 200 วัตต์ โดย ในส่วนของตู้ชาร์จแบตเตอรี่นั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างมิตซูบิชิและ Tokyo Electric Power Company โดยตู้ชาร์จแบตเตอรี่สามารถชาร์จได้ถึง 80% ภายใน 30 นาทีเท่านั้น ในขณะที่การชาร์จด้วยไฟฟ้า ภายในบ้านหากชาร์จด้วยไฟฟ้าขนาด 100 V/15 A จะใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง และหากชาร์จด้วยไฟฟ้าขนาด 200 V/15A จะใช้เวลาเพียง 7 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีแผนจะเปิดขาย ไอ มีฟ อย่างเป็นทางการครั้งแรกใน ประเทศญี่ปุ่นในปี 2552 นี้
ทั้งนี้ มร.อิมาอิ กล่าวเสริมถึงผลการตอบรับของมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต เอสยูวีใหม่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นภายใต้ แนวคิด “ The Stylish Riding-On-Demand SUV...ตอบชีวิต ตามใจคุณ” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและเป็น อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานในครั้งนี้ว่าบริษัทฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าโดยยอดขายเฉลี่ยยังอยู่ที่ 600 คันต่อ เดือนและเชื่อว่าหลังจบปีงบประมาณ 2551 (มีนาคม 2552) จะสามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 3,000 คัน ได้อย่างแน่นอน โดยในขณะนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเพื่อเข้า ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
สำหรับการร่วมงาน มหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำยนตรกรรมมาร่วมโชว์ถึง 18 คัน ซึ่ง จะรวมไปถึง มิตซูบิชิ สเปซ แวกอน รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (Full Size MPV) ยานยนต์ที่ตอบรับกับทุกรูป แบบการใช้ชีวิต ที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีผนวกกับความสวยงามของดีไซน์และอัจฉริยะของฟังก์ชั่น การใช้งานต่างๆ มีให้เลือก 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ มิตซูบิชิ สเปซ แวกอน GT สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราแบบ สปอร์ต มิตซูบิชิ สเปซ แวกอน GLS Limited เน้นความหรูหราสะดวกสบายยิ่งขึ้น และมิตซูบิชิ สเปซ แวกอน GLS ที่มา พร้อมความสวยงามเรียบง่าย แฝงไว้ด้วยความสะดวกสบายครบครัน พร้อมรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ รถยนต์นั่งที่ให้ทั้งสมรรถนะ และการประหยัดที่เป็นเยี่ยม มาพร้อมนิยามของคำว่า “...มากกว่า … you get more ...” ซึ่งมีให้เลือก 4 รุ่น 2 สไตล์ ได้แก่ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ GLX เกียร์ธรรมดา , GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT และ GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT Leather Package สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา และมิตซูบิชิแลนเซอร์ SEi เกียร์อัตโน มัติ CVT ที่มาพร้อมกับอารมณ์สปอร์ต พร้อมรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 นอกจากนี้ยังมีมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซี เอ็นจี (CNG) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์นั่งที่ให้การประหยัดและเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด สำหรับการใช้งานในแต่ละวันซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ 2 ระบบทั้ง ซีเอ็นจี (CNG) และแก๊สโซฮอล์อี 20 ที่ให้ความประ หยัดยิ่งกว่าตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
แคมเปญ เงื่อนไขพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิในงานมหกรรมยานยนต์
มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ 2.5 GLX เกียร์ธรรมดา
ดาวน์ 29,000 บาท* (เงื่อนไขเงินดาวน์ 15%)
มิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส เบล็คเอดิชั่น
ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1 %* (สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา)
(เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน)
ฟรีอุปกรณ์ GPS เนวิเกเตอร์ มูลค่า 19,800 บาท
ฟรี ไดมอน อินชัวรันซ์ 1 ปี
มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ดอกเบี้ยต่ำ 1.55%*
(เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน)
ฟรีอุปกรณ์ GPS เนวิเกเตอร์ มูลค่า 19,800 บาท
ฟรีไดมอน อินชัวรันซ์ 1 ปี
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี
ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท* ต่อเดือน (สำหรับรุ่น CNG 1.6 GLX เกียร์ธรรมดา)
(เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 72 เดือน )
ฟรีไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปี
มิตซูบิชิ สเปซ แวกอน :
ดอกเบี้ยต่ำพิเศษทุกรุ่น เริ่มต้นที่ 0.85% (สำหรับรุ่น GLS)
(เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 72 เดือน)
ฟรีไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปี
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต
ฟรีไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปี
ทุกรุ่นรับไดมอนวารันตี รับประกัน 5 ปี 150,000 กิโลเมตร ** (ยกเว้นมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี)
* ขึ้นอยู่กับเงินไขการพิจารณาของสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ ** เฉพาะระบบส่งกำลังและเงื่อนไขการรับประกันตามรายละเอียดคู่มือประจำรถ
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมพร้อมทดสอบสุดยอดยนตรกรรมของมิตซูบิชิได้ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25 ที่บูธรถยนต์มิตซูบิชิ หมายเลข A05 ณ อาคารชาเลนเชอร์ ฮอล์ เมืองทองธานี
๐๔ ธันวาคม ๒๕๕๑
รถต้นแบบมาสด้า ไทกิ แม่เหล็กสร้างความคึกคักงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป


รถต้นแบบมาสด้า ไทกิ แม่เหล็กสร้างความคึกคักงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำรถต้นแบบแห่งอนาคต มาสด้า ไทกิ เผยโฉมเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแนะนำรถสปอร์ตปิคอัพ มาสด้า บีที-50 รุ่นตกแต่งพิเศษ Sport Series เครื่องยนต์คอมมอนเรล พร้อมขบวนยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตครบครัน โดยมี 3 ทหารเสือแห่งวงการรถยนต์ คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ (ขวาสุด) ประธานจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมด้วย ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา (ซ้ายสุด) ประธาน กรังด์ปรีซ์ และ คุณจรวย ขันมณี (ที่2 จากซ้าย) ประธานยานยนต์ กรุ๊ป ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธมาสด้า โดยมี มร. จอห์น เรย์ (ที่2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
๐๒ ธันวาคม ๒๕๕๑
มหกรรม อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน เปิดตัวที่กรุงเทพฯ อย่างสวยงาม




มหกรรม อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน เปิดตัวที่กรุงเทพฯ อย่างสวยงามมหกรรม อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน ประเดิมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ได้รับความสนใจจากชาวกรุงอย่างล้นหลามเกินหมื่นคน แถมได้รับยอดจอง มากกว่าพันคัน สร้างความภูมิใจให้กับผู้บริหารอีซูซุอย่างมาก อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน เป็นหนึ่งในกิจกรรมขอบคุณลูกค้าอีซูซุ ที่มอบความสุขเหนือระดับ ความคุ้มค่าเหนือระดับ ทั้งสาระและบันเทิงเหนือระดับ โดยเฉพาะโชว์สุดฮาครั้งแรกในเมืองไทยของซูเปอร์สตาร์ตลกดัง หม่ำ จ๊กม๊ก ที่ขนมุขหลากหลายมาปะทะกับ โปงลางสะออน พร้อมออกเดินสายฮากระจายแบบเหนือระดับทั่วประเทศแล้ววันนี้
ภายในงาน มหกรรม อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน ซึ่งประเดิมจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรกนี้อัดแน่นด้วยความสุขเต็มพื้นที่ นอกจากจะมีการจัดทัพ ประชันโฉมรถรุ่นใหม่ล่าสุด อีซูซุดีแมคซ์ แพลททินั่ม ใหม่! ยอดรถประหยัดน้ำมันแห่งยุค และ อีซูซุ มิว-เซเว่น แพลททินั่ม ใหม่! รถอเนกประสงค์ ยอดประหยัดน้ำมัน ที่พร้อมให้สัมผัสความหรูหรา สะดวกสบาย และความบันเทิงสมบูรณ์แบบอย่างใกล้ชิดเพื่อสะดวกในการตัดสินใจเป็นเจ้าของแล้ว ยังเปิดโอกาสให้พิสูจน์ความกล้าของหัวใจแกร่ง กับสมรรถนะรถขับเคลื่อนสี่ล้อในสถานี แกร่ง...กล้า...ท้าประลอง ที่สุดแสนท้าทาย รวมถึงกิจกรรมน่ารู้หลากหลาย ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอาทิเช่น การเรียนรู้ทักษะการขับรถแบบประหยัดน้ำมันในการแข่งขัน ขับรถประหยัดอัจฉริยะสัญจรกับอีซูซุ หรือร่วมลุ้นรางวัลกับเกมนานาชนิด พร้อมชมการแสดงหลากหลายความสามารถจากทีม ดันดารา นำโดย ปุ๊ย ตีสิบ และ โน๊ต เชิญยิ้ม ชมและเชียร์ความสามารถที่โตเกินตัว ของน้องๆ หนูๆ ในการประกวดร้องเพลงประกอบลีลา อีซูซุดีแมคซ์ แพลททินั่ม รวมทั้งกระทบไหล่สาวงามผู้เข้ารอบ 18 คนสุดท้ายจากเวทีนางสาวไทย 2551 ซึ่งหนึ่งในนั้นจะได้รับ อีซูซุ มิว เซเว่น แพลททินั่ม ใหม่! เป็นรางวัลในฐานะนางสาวไทยปีนี้ส่งท้ายด้วยโชว์สุดฮาที่ทุกคนรอคอย เพราะความสุขระดับแพลททินั่มครั้งนี้ไม่ได้มาแค่หนึ่ง แต่เป็นการดวลไมค์... ดวลมุข... ดวลแดนซ์ ประชันความเป็นเจ้าเวทีของซูเปอร์สตาร์ตลกร้อยล้าน หม่ำ จ๊กม๊ก ที่ต้องมาร่วมทำภารกิจฮา ทั้งเล่นจริง ร้องจริง ตลกจริง กับ โปงลางสะออน บนเวทีเดียวกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งงานนี้บอกได้คำเดียวว่า ผู้ชมต้องเตรียมขากรรไกรไว้ให้พร้อม เพราะพวกเขาประกาศศักดาฮากระจาย
"มหกรรม อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ นี้ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง เราจัดงานนี้เป็นประจำทุกปี เพราะต้องการตอบแทน ความไว้วางใจของผู้ใช้รถชาวไทย ที่มีต่ออีซูซุมานานกว่า 5 ทศวรรษ โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีจัดอีก 2 จังหวัด ได้แก่ วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมที่ จ.สุราษฎร์ธานี และวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคมที่ จ.ขอนแก่น และในปีหน้ายังจะมีมหกรรมอีซูซุที่สนุกๆ แบบนี้ในอีกหลาย ๆ จังหวัด ต้องติดตามกันต่อไป" มร.โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการ
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ
ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ โดดเด่นด้วยดีไซน์แห่งอนาคต ที่แสดงถึงแนวทางการออกแบบอันแข็งแกร่ง และสะดุดตาของฟอร์ด เรนเจอร์ กระบะ 100% ในอนาคต การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากรูปโฉมเครื่องมือช่างยุคใหม่ผสานกับ อุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง ผู้ออกแบบ เรนเจอร์ แมกซ์ ได้กล่าวว่า รูปลักษณ์ใหม่
เรนเจอร์ แมกซ์ เพิ่มคุณลักษณะของรถเท่ของคนเมือง แต่ยังคงความแข็งแกร่งและทนทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด เรนเจอร์ ได้อย่างลงตัว ยึดมหกรรมมอเตอร์เอ็กซ์โปเป็นเวทีเปิดตัวครั้งแรกของโลก รวบรวมความเป็นสุดยอดของกระบะและความคาดหวังของคนทั่วไป ทั้งด้านรูปลักษณ์ที่บึกบึนโดดเด่น ดูทรงพลังมีมัดกล้าม พร้อมเพิ่มบุคลิกเปี่ยมความมั่นใจ และด้วยความประณีตแม่นยำในการออกแบบและผลิต จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรนเจอร์ แมกซ์ จะช่วยตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะรถกระบะพันธ์ุแกร่งที่เก่งรอบตัวในตลาดไว้ได้ อย่างไร้ข้อกังขาพอล กิบสัน หัวหน้านักออกแบบ เรนเจอร์ แมกซ์ เผยว่า "เราทราบกันอยู่แล้วว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ขึ้นชื่อด้านความเป็นกระบะพันธ์ุแกร่งและทนทาน เรนเจอร์ แมกซ์ จะยิ่งช่วยย้ำให้เด่นชัดมากขึ้น โชว์ ทรัค คันนี้ไม่ได้ออกมาตามกระแส แต่เป็นผู้สร้างกระแสใหม่ในด้าน ดีไซน์แกร่ง สำหรับตลาดรถกระบะ เรนเจอร์ แมกซ์ คือ กระบะพันธ์ุแกร่งที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เพียบพร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตาบนถนนในเมือง จนไม่ว่าใครๆ ก็ต้องหันมามอง"
เรนเจอร์ แมกซ์ โชว์ ทรัค คันนี้ ได้รับการสร้างสรรค์จากทีมฟอร์ดประเทศไทย ทำงานร่วมกับทีมดีไซน์ของฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก และแอฟริกา ที่สำนักงานในออสเตรเลีย โดยมี พอล กิบสัน เป็นหัวหน้าทีม ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้ฟอร์ด สามารถแสดงถึงพลังและความโดดเด่นของ ผ่าน เรนเจอร์ แมกซ์ ซึ่งการนำ เรนเจอร์ แมกซ์ มาโชว์ในมอเตอร์ เอ็กซ์โปไม่ได้เพียงแค่เป็นการสร้างความตื่นเต้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับทีมของเรา ในการทดสอบว่าแนวการออกแบบรถรุ่นใหม่ที่จะ เข้าสู่สายการผลิตนั้นจะได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงไร เรนเจอร์ แมกซ์ สื่อให้เห็นว่า ดีไซน์ของเรนเจอร์ในรุ่นต่อไป จะมีรูปโฉมเป็นอย่างไรนายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "ดีไซน์แกร่ง ของเรนเจอร์ แม็กซ์ นั้น มีที่มาจากสมรรถนะและความครบเครื่อง 100 % ของเรนเจอร์ ที่ทำให้เป็นรถกระบะที่ลูกค้ากระบะตัวจริงเลือกใช้ ผมมั่นใจว่า เรนเจอร์ แม็กซ์ ที่ออกแบบอย่างโดดเด่นสะดุดตา ผสานดีไซน์แกร่ง จะสร้างความฮือฮาในหมู่แฟนรถกระบะในเมืองไทยอย่างแน่นอน""กิบสัน และทีมนักออกแบบ ได้ทุ่มเทความพยายามในการสร้างสรรค์ ดีไซน์แกร่ง ให้กับโชว์ ทรัคคันนี้ เรนเจอร์ แมกซ์ ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นรถหรูหรา หรือสวยงามแบบผิวเผิน แต่คุณสมบัติหลักของเรนเจอร์ คือ การเป็นรถกระบะ 100 เปอร์เซ็นต์พันธ์ุแกร่ง เราจึงตั้งใจออกแบบให้ เรนเจอร์ แมกซ์ เท่ล้ำอนาคต โดยทีมนักออกแบบได้พยายามค้นหาแรงบันดาลใจมากมาย โดยศึกษาว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของรถกระบะชื่นชอบอะไรบ้าง เรนเจอร์ แมกซ์ จึงใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างสีส้ม และสีดำด้าน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของอุปกรณ์เครื่องมือช่างยุคใหม่อย่างที่เจ้าของ เรนเจอร์หลายๆ คนใช้อยู่เป็นประจำ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอย และความทนทานของเครื่องมือเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมนักออกแบบของฟอร์ด สร้างสรรค์ให้ เรนเจอร์ แม็กซ์ โดดเด่นโดนใจยิ่งขึ้น รวมทั้งการใช้รูปทรงของเครื่องจักรกล เช่น เฟือง ใช้ในการตกแต่งรายละเอียดตัวถังและซุ้มล้อ ทำให้แนวคิด ดีไซน์แกร่ง ของเรนเจอร์ แมกซ์ โดดเด่น และสื่อถึงความทนทานของเครื่องมือช่างได้ดี"
นอกจากนี้ ทีมออกแบบยังนำแรงบันดาลใจจาก เครื่องมือช่าง มาพัฒนาเพิ่มเติม ทีมนักออกแบบทราบดีว่าเครื่องมือช่างและเครื่องมืออื่นๆ มีการใช้ "คำ" มาเป็นส่วนประกอบในการออกแบบเพื่อเตือนหรือแนะนำการใช้งาน เรนเจอร์ แมกซ์ จึงได้ใช้ "คำ" มาเป็นส่วนประกอบ ในการออกแบบ เพื่อสื่อถึงประโยชน์ใช้สอย และความทนทานเช่น เดียวกันกับเครื่องมืออุตสาหกรรมเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เรนเจอร์ แมกซ์ ติดคำว่า "GRAB" (จับ) ไว้ที่มือจับประตูสีดำที่ดูบึกบึน ซึ่งติดตั้งไว้ใกล้สปอร์ตบาร์ที่เชื่อมระหว่างตัวรถกับแค็บ ตัวอักษรแต่ละตัวใช้รูปแบบที่คมชัดที่สื่อถึงความทนทาน แกร่ง และประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งสอดคล้องกับการออกแบบโดยรวมฟอร์ดจะเผยโฉม โชว์ ทรัค แห่งความภูมิใจนี้ได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 28 พฤศจิกายน –10ธันวาคมนี้ "ประเทศไทย คือ บ้านเกิดของเรนเจอร์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นศูนย์กลางการส่งออกฟอร์ด เรนเจอร์ ไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เราตระหนักดีว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย และเมืองไทยเป็นศูนย์รวมของรสนิยม สไตล์ และไอเดียใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินในที่จะพัฒนา เรนเจอร์ แมกซ์ ในประเทศไทย และเผยโฉม เป็นครั้งแรกของโลกที่เมืองไทย" นายสาโรชกล่าว
พบกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แมกซ์ ได้ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2008 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ.2551
ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
มิตซูบิชิผนึกกำลังพันธมิตรหนุน มานะ พรศิริเชิด

มิตซูบิชิผนึกกำลังพันธมิตรหนุน มานะ พรศิริเชิด ขับปาเจโร สปอร์ต อีโวลู่ชั่น ลุยดาการ์ 2009
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จับมือพันธมิตรประกาศสนับสนุนมานะ พรศิริเชิด นักแข่งหนึ่งเดียวของไทย พร้อมรถแข่งคันใหม่ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลู่ชั่น เข้าร่วมการแข่งขันสุดยอดแรลลี่โลก “ดาการ์ 2009” หวังสร้างชื่อในศึกแรลลี่สุดหฤโหดอีกสมัย
มร.ทาคาอากิ คิชิอิ ผู้อำนวยใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการสนับสนุนนักแข่งไทยลงแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดรายการใหญ่ของโลก “ดาการ์ แรลลี่” ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ว่า บริษัทฯ จะยังคงให้การสนับสนุน “มานะ พรศิริเชิด” นักแข่งในสังกัด มิตซูบิชิ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นนักแข่งดาการ์หนึ่งเดียวของไทยลงแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหด “ดาการ์ แรลลี่” อีกครั้งในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย พร้อมเนวิเกเตอร์คนเดิม เธียรี่ ลาคอมบ์ และรถแข่งคันใหม่ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น (Pajero Sport Evolution) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ยนตรกรรมล่าสุดของมิตซูบิชิที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อเป็นรถคู่ใจคันใหม่ของมานะ โดยมีบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งรถยนต์ TFP และ ผลิตภัณฑ์ Oakley ร่วมให้การสนับสนุน และถึงแม้การแข่งขันในปีนี้มีจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การแข่งขันจากแอฟริกาไปยังสนามใหม่ในทวีปอเมริกาใต้ แต่ชื่อเสียงและตำนานของความเป็นดาการ์ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน พร้อมกับชื่อการแข่งขันที่ยังคงเป็น “ดาการ์ แรลลี” เหมือนที่เคยเป็นมา ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมั่นใจว่ามานะ พร้อมด้วยปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
“กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้ความสำคัญและดำเนินการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เราก็ได้สนับสนุนทีมเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ในส่วนของการเข้าร่วมการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ ในครั้งล่าสุดซึ่งถือเป็นปีที่ 11 ที่เราได้สนับสนุนนักแข่งชาวไทยเข้าร่วมการแข่งขัน โดยเฉพาะในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตัดสินใจส่ง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น ที่มีพื้นฐานมาจาก รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะที่เป็นเยี่ยม รวมไปถึงเทคโนโลยีแห่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของรถคันนี้ในการแข่งขันแรลลี่หฤโหดระดับโลก สำหรับ มานะ พรศิริเชิด บริษัทฯ เข้าใจดีว่าการสนับสนุนนักแข่งไทยลงทำการแข่งขันในแต่ละครั้งนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่การลงแข่งในฐานะนักแข่งในสังกัดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย หากแต่เป็นการลงชิงชัยในฐานะตัวแทนของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตของไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้” มร.คิชิอิกล่าว
สำหรับเส้นทางการแข่งขันในปีนี้จะเริ่มจากเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาเจนติน่า ไปยังประเทศชิลีและกลับมาจบการแข่งขันที่ประเทศอาเจนติน่า รวมระยะทางประมาณ 6,000 กิโลเมตร โดยสภาพเส้นทางแข่งขันยังคงความหฤโหดไว้อย่างครบครันเนื่องจากเส้นทางที่แข่งขันจะอยู่บนภูเขาสูงและคดเคี้ยวในสภาพอากาศที่เบาบาง ซึ่งในบางสเตจจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,500 – 3,200 เมตร ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งบนสภาพดังกล่าวเกือบ 1,000 กิโลเมตร และมีบางสเตจที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 4,000 เมตร อีกประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร นอกจากนี้ยังคงมีมนต์เสน่ห์ของความหฤโหดของทะเลทรายได้อย่างเป็นอย่างดี โดยทะเลทรายในอเมริกาใต้นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากทะเลทรายซาฮารา ในขณะที่ทะเลทรายในประเทศชิลีก็จะคล้ายกับสภาพของทรายในมอริทาเนีย นอกจากนี้สภาพเส้นทางบางส่วนจะคล้ายกับเส้นทางวิ่งในเซเนกัลที่มีต้นไม้และต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่
มร.คิชิอิ กล่าวเสริมถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหนึ่งมานะ สำหรับการแข่งขันดาการ์ 2009 ที่กำลังจะมาถึงว่าในตอนนี้ถือว่ามานะมีความพร้อมเกือบ 100% แล้ว ทั้งนี้ตลอดปีที่ผ่านมามานะได้มีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการลงแข่งขันรายการใหญ่ๆ ในประเทศเพื่อฝึกฝนเทคนิคการขับรถ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แตกต่างไปจากเดิม โดยบริษัทได้ส่งมานะไปฝึกการปรับสภาพของปอดเพื่อให้ระบบการหายใจดียิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อเตรียมรับสถาณการณ์ความกดอากาศต่ำในพื้นที่สูงซึ่งมีอากาศเบาบางมาก
“สำหรับการแข่งขันในปีนี้บริษัทฯ คาดหวังที่จะให้มานะสามารถขับรถเข้าไปโบกธงไทยที่เส้นชัยในประเทศอาเจนติน่าให้ได้เป็นผลสำเร็จ เพราะอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ ถือเป็นการแข่งขันรถยนต์รายการใหญ่ที่มีความหฤโหดของเส้นทางมากที่สุดของโลก และที่สำคัญในปีนี้ได้ที่มีการเปลี่ยนเส้นทางใหม่ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่านักแข่งจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอะไรบ้าง ดังนั้นการจะนำรถเข้าสู่เส้นชัยได้ไม่ว่าจะเป็นลำดับที่เท่าไหร่ก็เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดของแล้วเนื่องจากความหฤโหดของเส้นทางเองก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของทั้งนักแข่งไทย รวมไปถึงทีมงาน และสมรรถนะของตัวรถได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว” มร.คิชิอิ กล่าวในตอนท้าย
การแข่งขัน ดาการ์ 2009 จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 18 มกราคม 2552 ที่จะถึงนี้ โดยความคืบหน้าในการเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้นั้น มานะ พรศิริเชิด พร้อมด้วยทีมงานจะออกเดินทางสู่ประเทศสเปนในวันที่ 27 ธันวาคม 2551 และเดินทางต่อไปยังประเทศอาเจนติน่า ในวันที่ 28 ธันวาคม 2551 เพื่อเข้าเก็บตัวและวางแผนการแข่งขันร่วมกับทีมนักแข่งต่างๆ ในสังกัด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และจากนั้นในวันที่ 29 – 31 ธันวาคม มานะและเพื่อนนักแข่งในสังกัด ทีม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะนำรถแข่งของแต่ละทีมเข้าตรวจเช็คสภาพความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มออกสตาร์ทจริงในวันที่ 3 มกราคม 2552 ที่เมือง บัวโนสไอเรส ประเทศอาเจนตินา
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันและร่วมภาคภูมิใจไปกับมานะ พรศิริเชิด นักแข่งชาวไทย พร้อมให้กำลังใจเพื่อให้นักแข่งไทยเพียงหนึ่งเดียวสามารถคว้าชัยในการแข่งขัน Dakar 2009 ผ่านทางหนังสือพิมพ์ และรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องหรือติดตามความคืบหน้า
ได้จาก www.dakar.com และ www.mitsubishi-motors.co.th
ทาทา รุกตลาดปลายปี เปิดตัว “ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” ครั้งแรกในโลก











