AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๐๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓

นิสสันส่งออกมาร์ชกลับแดนปลาดิบ งานนี้ CEO นิสสันมาด้วย!!

หลังจากที่นิสสัน มาร์ชได้เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2553
จนยอดจองนั้นพุ่งกระฉูดกันถึงปีหน้าเลยก็ว่าได้ แต่ว่าภารกิจมาร์ชยังไม่จบ
เพราะนอกจากจะขายในประเทศแล้ว ยังต้องส่งออกไปยังประเทศต่างๆ
รวมไปถึงญี่ปุ่น!! ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศบ้านเกิดของรถหลายรุ่น
รวมถึงนิสสัน มาร์ช แล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ที่โรงงานนิสสัน
ถ.บางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 21 และ 22 งานนี้ CEO นิสสันอย่าง 
Carlos Ghons มาร่วมงานนี้ด้วย

พิธีการครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทย
ที่มีต่อภูมิภาคเอเชียในฐานะฐานการผลิตรถยนต์คอมแพครุ่นใหม่
ที่จะจำหน่ายทั่วโลก ทั้งนี้ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำ 
ที่มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต หรือ LCC
  (Leading Competitive Countries) เช่นเดียวกับประเทศจีน
อินเดียและเม็กซิโก โดยประเทศที่อยู่ในกลุ่ม LCC นี้คือ 
ประเทศที่มีโรงงานผลิตที่ผลักดันให้ใช้ศักยภาพการผลิตให้
เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันใน
ตลาดสากลด้วยการผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน และคุณภาพสูงสุด
ภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้


ในปีงบประมาณ 2553 นี้ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 
วางแผนที่จะส่งออก นิสสัน มาร์ช จำนวนกว่า 70,000 คัน
ไปยังตลาดเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่รวมประเทศจีน) ขณะเดียวกันก็
ผลิตเพื่อป้อนสู่ตลาดประเทศไทย ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย
นิสสัน มาร์ช รุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่ประกอบในเมืองไทย และส่งกลับไป
จำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น โดย นิสสัน ประเทศไทย จะส่งออกรถยนต์และ
รถกระบะทั้งสิ้น 150,000 คันในปีงบประมาณนี้

มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิสสัน มอเตอร์ จำกัด 
กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับ นิสสัน ประเทศไทย
ทีมงานที่นี่จงภาคภูมิใจที่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ดำเนินงานได้อย่างยอดเยี่ยม
และได้กลายเป็นฐานผลิตที่จำเป็นอย่างยิ่งของภูมิภาคเอเชียนี้”

ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์ นิสสัน ประเทศไทย ทำการประกอบทั้ง
รถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกันคือ นิสสันมาร์ช เทียน่า ทีด้า
(ลาติโอและแฮทช์แบค) นาวาร่าและฟรอนเทียร์  โดยในปี 2553 คาดว่ากำลัง
การผลิตจะอยู่ที่ 200,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม ในปีงบประมาณ 2552 
อยู่ที่ 100,000 คัน  โดยอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากการผลิตนิสสัน มาร์ช 
เพื่อจำหน่ายในประเทศ และสำหรับการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ นับเป็น
การส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศ ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งจากการจ้างแรงงานมากขึ้น
และรายได้ที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการส่งออก

สำหรับการเปิดตัวรถยนต์ นิสสัน มาร์ช ในประเทศไทย มาตรฐานคุณภาพ
การผลิตระดับสูงสุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยได้มีการส่งวิศวกรไทย 
เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ การควบคุมคุณภาพ รวมถึงการให้
ความรู้แก่บริษัทผู้รับจ้าง เพื่อให้เข้าใจถึงมาตรฐานคุณภาพระดับสูงของ
นิสสัน นอกจากนี้วิศวกรการผลิตยังได้รับการอบรมจาก ศูนย์วิศวกรรมการ
ผลิตระดับโลก หรือ GPEC (Global Production Engineering Center)
ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพภายใต้แนวทาง
การผลิตของนิสสัน หรือ Nissan Production Way



นิสสัน มาร์ช ที่ผลิตในประเทศไทย ใช้ชิ้นส่วนรถยนต์
ที่ผลิตในประเทศไทยกว่าร้อยละ 90 โดยก่อนการผลิต
 ทีมส่งเสริมการผลิตจากญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเยี่ยมชมและ
ตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนรถยนต์ พร้อมทั้งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ
บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์
ที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน

“ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านฝีมือแรงงานด้านอุตสาหกรรมยานยนต์
มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
รวมถึงโครงสร้างนโยบายที่เกื้อหนุนเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ใน
ประเทศแข็งแกร่งขึ้น” มร. ฮาเซกาวา กล่าวเสริม “ผมมีความมั่นใจ
ด้านการผลิตในประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าตลาดญี่ปุ่น
จะตอบรับและชื่นชอบนิสสันมาร์ช”
 

 ด้วยการสร้างระบบควบคุมคุณภาพที่รัดกุมตั้งแต่ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์
ทุกขั้นตอนการประกอบ และการผลักดันศักยภาพด้านการผลิต
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้นิสสัน ประเทศไทย สามารถบรรลุเป้าหมายใน
การผลิตรถยนต์คุณภาพ ได้มาตรฐานสากลของ “นิสสัน”
ภายใต้ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด

ยิ่งกว่านั้น เนนอิริ (NENIRI) หรือ ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสูงสุด
หลังจากการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ขั้นสุดท้ายทั่วไป ได้ถูกนำมาใช้ใน
โรงงานด้วย โดยที่โรงงาน ออปปามา ในประเทศญี่ปุ่น ได้เพิ่มขั้นตอน
การตรวจสอบคุณภาพสูงสุดนี้ขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองลูกค้าใน
ตลาดญี่ปุ่น ที่ต้องการรถยนต์คุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป
 

โรงงานผลิตนิสสันได้ผ่านมาตรฐาน ISO 9001, ISO 140001:2004
ซึ่งเป็น 2 มาตรฐานคุณภาพระดับสากล ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป


ไม่มีความคิดเห็น: