AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓

Toyota Motor Sport 2010 มหกรรมมอเตอร์สปอร์ตของโตโยต้า


โตโยต้ารุกกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต สนับสนุนให้แข่งขันในสนามแข่ง
ส่วนกำหนดการแข่งขันสนามแรกนั้น จะแจ้งให้ทราบอีกรอบ


โตโยต้า...ผู้นำ วงการมอเตอร์ สปอร์ต 
สร้าง นักแข่งรุ่นใหม่เข้าสู่วงการตั้งแต่ระดับสมัครเล่น จนถึงมืออาชีพ
ส่งเสริมและพัฒนาวงการมอเตอร์ สปอร์ตของไทย ให้ก้าวสู่สากล

      ในฐานะที่โตโยต้าเป็นผู้นำในการส่งเสริม และสนับสนุน
วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี 
โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในทุกๆ ด้าน
เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมพัฒนานักแข่งในระดับเด็กและเยาวชน 
จัดการแข่งขันรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างโอกาสให้นักแข่ง
ทุกระดับได้ พัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขัน
พร้อมนำความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ อันเป็นจุดเด่นของการแข่งขันกีฬา
ประเภทนี้ ขยายไปยังผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังคงมุ่งมั่นใน
การพัฒนานักแข่งระดับอาชีพ ให้มีการพัฒนาฝีมือและสะสมประสบการณ์
เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูง ขึ้นต่อไปในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมนักแข่ง
ที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับ นานาชาติ 
สร้างโอกาสให้นักแข่งไทยได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ



สำหรับการแข่งขันโตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2010 นั้น
ยังคงมี 3 รายการเหมือนเดิมคือ
-Toyota Vios One Make Race
-Toyota Vios One Make Race Lady Cup
-Toyota Yaris One Make Race


และ แน่นอนว่า ที่ยังคงเป็นสีสัน สำหรับการแข่งขันโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต
คือนักแข่งดาราที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดี
แก่เยาวชน โดยในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงของโตโยต้า ทีมสตาร์
โดยคุณไผ่ – พาทิศ พิสิฐกุล จะยังคงเข้าร่วมแข่งขันในรุ่นยาริส วันเมคเรซ
ส่วนในรุ่นวีออส วันเมคเรซ จะมีนักแข่งหน้าใหม่
คุณแบงค์ - อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม นักร้องนำจากวง แบล็ควานิลา
เข้าร่วมแข่งขัน รุ่นเลดี้ คัพ มีคุณใหม่ – สุคนธวา เกิดนิมิตร
และนักแข่งดาราหญิงหน้าใหม่ คุณอิม - อชิตะ ธนาศาสตนันท์



นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมมากมายอาทิ
-Hilux Vigo Drift Show
-Toyota Yaris Performance
-Supercar Super 2000 Show
และอื่นๆอีกมากมาย


ล่าสุดทางโตโยต้าพิจารณาแล้วว่าให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นนัดเปิดสนาม

ส่วนกรุงเทพนั้นยังคงใช้สถานที่เดิมคือ"สนามกีฬาหัวหมาก" 
แต่ย้ายไปจัดในช่วงเดือนตุลาคม
สำหรับกำหนดการมีดังนี้

สนามที่ 1
วันที่ 10 - 11 กรกฎาคม 2553 
   สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่



สนามที่ 2
วันที่ 14 - 15 สิงหาคม 2553
ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี



สนามที่ 3 
กันยายน 2553*
ริมหาดสมิลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา




สนามที่ 4  ตุลาคม 2553*
สนามกีฬาหัวหมาก จ.กรุงเทพ


สนามที่ 5 วันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2553
ริมหาดบางแสน จ.ชลบุรี


(*วันและเวลาจะแจ้งให้ทราบภายหลัง)


๐๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2010 หรือ Car of the Year 2010


 ถึงแม้ว่างานมอเตอร์โชว์ 2010จะปิดฉากไปเมื่อต้นเดือนเมษายน
กับยอดจองที่ปาเข้า 2.5 หมื่นคัน สวนกระแสวิกฤติการเมืองที่ร้อนระอุ
แต่มีรางวัลหนึ่งที่ถือได้ว่าเพิ่มความเชื่อมั่นของรถในแต่ละรุ่นนั้นก็คือ
รางวัล Car of the year 2010 ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 22 แล้ว
วันนี้เราก็เลยสรุปรางวัลที่รถแต่ละรุ่นได้ ตามดังล่างต่อไป

สรุปผลการตัดสินรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2010

หมวด รถยนต์นั่ง ( BEST PASSENGER CAR )

BEST SEDAN UNDER 1,200 CC
ได้แก่
KIA PICANTO

BEST SEDAN UNDER 1,500 CC
ได้แก่
HONDA  CITY

BEST  HATCHBACK  UNDER 1,500 CC
ได้แก่
MAZDA 2

BEST  SEDAN  UNDER 1,600 CC
ได้แก่
CHEVROLET AVEO 1.6

BEST HATCHBACK UNDER 1,600 CC
ได้แก่
MAZDA 3  1.6

BEST  SEDAN  UNDER 1,800  CC
ได้แก่
AUDI A4 1.8T

BEST  SEDAN  UNDER 2,000  CC
ได้แก่
MITSUBISHI LANCER EX 2.0 GT

BEST  SEDAN DIESEL
ได้แก่
BMW 320d SE

BEST MID-SIZE SEDAN UNDER 2,000 CC
ได้แก่
MERCEDES – BENZ  E250 CGI

BEST MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 CC
ได้แก่
NISSAN TEANA 250 XV-V6

BEST MID-SIZE SEDAN DIESEL
ได้แก่
BMW 520d Sport

BEST  LUXURY CAR
ได้แก่
BMW 740Li

BEST  LUXURY CAR DIESEL
ได้แก่
MERCEDES – BENZ   S350 CDI

BEST SPORT COUPE
ได้แก่
BMW 320d Coupe

BEST ROADSTER
ได้แก่
BMW Z4 SDrive 23i

BEST SPORT COMPACT
ได้แก่
MINI  COOPER S

BEST SPORT HATCHBACK
ได้แก่
VOLKSWAGEN  GOLF GTI

BEST SEDAN CNG
ได้แก่
TOYOTA  COROLLA ADVANCED CNG

BEST  STATION WAGON CNG
ได้แก่
CHEVROLET  OPTRA  ESTATE CNG

BEST MINI MPV
ได้แก่
HONDA  FREED

BEST  MPV
ได้แก่
MITSUBISHI SPACE WAGON

BEST  SUV PETROL
ได้แก่
  HONDA CR-V 2.4 NAVI

BEST SUV  DIESEL
ได้แก่
VOLVO XC 60 D5

BEST LUXURY SUV
ได้แก่
BMW X5 xDrive 30d

BEST  LUXURY  VAN

หมวดรถ ปิกอัพ  (Best  Pickup)

BEST PICKUP 2WD UNDER 2500 CC
ได้แก่
TOYOTA  HILUX VIGO SMART CAB 2.5E

BEST PICKUP 4WD UNDER 2500 CC
ได้แก่
NISSAN  FRONTIER NAVARA 4x4

BEST PICKUP 4WD UNDER 3200 CC
ได้แก่
MITSUBISHI TRITON 3.2 GLS 4X4

BEST HIGH-LIFTED PICK UP 2500 CC
ได้แก่
ISUZU D-MAX    Hi-Lander  SUPER  PLATINUM

BEST  PPV DIESEL 2WD
ได้แก่
ISUZU MU-7 PRIMO  SUPER PLATINUM

BEST  PPV DIESEL 4WD
ได้แก่
MITSUBISHI  PAJERO  SPORT

SPECIAL AWARD

BEST SUV  ADVANCED  TECHNOLOGY
ได้แก่
LEXUS RX450h (HYBRID)

BEST   ADVANCED  TECHNOLOGY
ได้แก่
TOYOTA CAMRY 2.4 (HYBRID)

BEST  FLEXIBLE ENERGY CAR
ได้แก่
MITSUBISHI LANCER EX 1.8

BEST  FLEXIBLE ENERGY CAR
ได้แก่
VOLVO S80 2.5T

BEST SELLING CARS
ได้แก่
TOYOTA

BEST EXPORT CAR
ได้แก่
TOYOTA

THE MOST POPULAR PICKUP WITH 
THE HISTORIC 1- MILLION-UNIT SALES
ได้แก่
ISUZU D-MAX

BEST FUEL ECONOMY PICK UP 2500 CC
ได้แก่
ISUZU D-MAX

BEST FUEL ECONOMY PICK UP 3000 CC
ได้แก่
TOYOTA HILUX VIGO D-4D 3.0

MOST ENVIRONMENTAL FRIENDLY CAR
ได้แก่
NISSAN MARCH

BEST SELLING TYRE
ได้แก่
BRIDGESTONE

BEST IMPORT TYRE
ได้แก่ DUNLOP

BEST INSURANCE COMPANY
ได้แก่ THE VIRIYAH INSURANCE

BEST DRESS-UP PRODUCTS
ได้แก่ CARRYBOY

BEST  CAR  RENTAL & SERVICES
ได้แก่ MASTER  CAR  RENTAL

BEST CAR LEASING
ได้แก่ KASIKORN  LEASING
รางวัล BIKE OF THE YEAR 2010

Top of Class Automatic Bike
ได้แก่ HONDA PCX
บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด

BEST SELLER FAMILY BIKE
ได้แก่ HONDA WAVE
บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด

BEST HIGH VOLUME EXPORTER
ได้แก่
THAI HONDA MANUFACTURING Co.,Ltd
บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด

TWENTY-ONE YEARS CONTINUOUSLY
MOTORCYCLE BEST SELLER
ได้แก่ รถจักยานยนต์ฮอนด้า
เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด

BEST PERFORMANCE FAMILY BIKE
ได้แก่ YAMAHA SPARK 135i
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์  จำกัด

BEST PERFORMANCE AUTOMATIC BIKE
ได้แก่ YAMAHA NOUVO ELEGANCE
 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์  จำกัด

BEST SELLER AUTOMATIC BIKE
ได้แก่ YAMAHA FINO
 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์  จำกัด

BEST PERFORMANCE MINI BIKE
ได้แก่ KAWASAKI KSR
บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด

BEST VALUE FAMILY BIKE
ได้แก่ SUZUKI SHOGUN
บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด


๒๑ เมษายน ๒๕๕๓

รายงานยอดขายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2010



บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์
เดือนมีนาคม 2553  มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 63,067 คัน เพิ่มขึ้น 52.6%  
ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 23,122 คัน เพิ่ม ขึ้น 42.8%  
รถเพื่อการพาณิชย์   39,945 คัน เพิ่มขึ้น 58.9%   
รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน
ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 34,938 คัน เพิ่มขึ้น 61.7%   

โตโยต้า ประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีเหตุผลสำคัญ  3 ข้อ

1.) ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคม มีปริมาณการขาย 63,067 คัน เพิ่มขึ้น 52.6% 
เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่เจ็ด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 23,122 คัน เติบโต 42.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 39,945 คัน 
เติบโต 58.9% ซึ่งมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่หกและ
สูงสุดในรอบ 89 เดือน รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนท์นี้ 34,938 คัน
เติบโต 61.7% ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น 
ประกอบกับการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดหลายรุ่น
ทั้งรถยนต์ประหยัดพลังงานรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลาง
ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวส่งผลต่อความเชื่อมั่นและ
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

2.) ตลาดรถยนต์ไตรมาสแรก มีปริมาณการขาย 166,802 คัน เพิ่มขึ้น 54.8%
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นอัตราการเติบโต
ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาสสุด ท้ายของปีที่ผ่านมา
โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 50.7% ตลาด
รถ ยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 57.6% 
แสดงถึงการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ดังจะเห็นได้จาก
การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการปรับตัวดีขึ้น
ราคา สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรใน
ตลาดโลก การส่งออกดีขึ้น และราคาน้ำมันที่ทรงตัว
ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน

3.) ตลาดรถยนต์ในเดือน เมษายน คาดว่ายังคงเติบโต 
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความนิยม
ในรถยนต์รุ่นใหม่ ตลอดจนยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์
ที่ผ่านมาที่สูงถึง 27,878 คัน และ ราคาน้ำมันที่ไม่ผันผวนมากนัก 
ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์ 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนมีนาคม  2553
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 63,067 คัน เพิ่มขึ้น 52.6%                             
อันดับ ที่ 1 โตโยต้า     28,019 คัน        เพิ่มขึ้น    67.2%    ส่วนแบ่งตลาด 44.4%    
อันดับที่ 2 อีซูซุ         13,139 คัน        เพิ่มขึ้น    50.0%    ส่วนแบ่งตลาด 20.8%    
อันดับที่ 3 ฮอนด้า        6,338 คัน         ลดลง    12.5%    ส่วนแบ่งตลาด 10.0%  

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 23,122 คัน เพิ่มขึ้น 42.8%                               
อันดับที่ 1 โตโยต้า     10,427 คัน        เพิ่มขึ้น    50.0%    ส่วนแบ่งตลาด 45.1%      
อันดับ ที่ 2 ฮอนด้า        5,933 คัน         ลดลง    12.2%    ส่วนแบ่งตลาด 25.7%
อันดับที่ 3 มาสด้า        2,120 คัน        เพิ่มขึ้น   590.6%   ส่วนแบ่งตลาด  9.2%

3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)
ปริมาณการขาย  34,938 คัน เพิ่มขึ้น 61.7%
อันดับ ที่ 1 โตโยต้า     15,960 คัน        เพิ่มขึ้น  79.7%     ส่วนแบ่งตลาด 45.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ         12,289 คัน        เพิ่มขึ้น  49.7%     ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 3 นิสสัน         2,384 คัน        เพิ่มขึ้น   44.9%    ส่วนแบ่งตลาด  6.8% 
*ปริมาณการขายรถกระบะ ดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 4,148 คัน
โตโยต้า 2,424 คัน- มิตซูบิชิ 957 คัน - อีซูซุ 677 คัน - ฟอร์ด 90 คัน     

3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)
ปริมาณการขาย  34,938 คัน เพิ่มขึ้น 61.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า     15,960 คัน        เพิ่มขึ้น  79.7%     ส่วนแบ่งตลาด 45.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ         12,289 คัน        เพิ่มขึ้น  49.7%     ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 3 นิสสัน         2,384 คัน        เพิ่มขึ้น   44.9%    ส่วนแบ่งตลาด  6.8% 
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 4,148 คัน
โตโยต้า 2,424 คัน- มิตซูบิชิ 957 คัน - อีซูซุ 677 คัน - ฟอร์ด 90 คัน    
4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย  30,790 คัน เพิ่มขึ้น 58.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า    13,536 คัน        เพิ่มขึ้น  77.4%      ส่วนแบ่งตลาด 44.0% 
อันดับที่ 2 อีซูซุ        11,612 คัน        เพิ่มขึ้น  49.6%      ส่วนแบ่งตลาด 37.7% 
อันดับที่ 3 นิสสัน        2,384 คัน        เพิ่มขึ้น  44.9%       ส่วนแบ่งตลาด   7.7%

5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 39,945 คัน เพิ่มขึ้น 58.9%                     

อันดับที่ 1 โตโยต้า   17,592 คัน        เพิ่มขึ้น  79.3%     ส่วนแบ่งตลาด 44.0%  
อันดับที่ 2 อีซูซุ       13,139 คัน        เพิ่มขึ้น  50.0%     ส่วนแบ่งตลาด 32.9%  
อันดับที่ 3 นิสสัน       2,449 คัน        เพิ่มขึ้น  47.7%     ส่วนแบ่งตลาด   6.1%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มีนาคม 2553
1) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 166,802 คัน เพิ่มขึ้น 54.8%                             
อันดับ ที่ 1 โตโยต้า      69,801 คัน    เพิ่มขึ้น   57.1%    ส่วนแบ่งตลาด 41.8% 
อันดับที่ 2 อีซูซุ          35,349 คัน    เพิ่มขึ้น   50.1%    ส่วนแบ่งตลาด 21.2% 
อันดับที่ 3 ฮอนด้า       21,893 คัน    เพิ่มขึ้น   19.2%    ส่วนแบ่งตลาด 13.1% 

 2) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 66,247 คัน เพิ่มขึ้น 50.7%                               
อันดับ ที่ 1 โตโยต้า     28,495 คัน        เพิ่มขึ้น    38.5%       ส่วนแบ่งตลาด 43.0%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า      20,318 คัน        เพิ่มขึ้น    17.8%       ส่วนแบ่งตลาด 30.7%
อันดับที่ 3 มาสด้า        5,633 คัน        เพิ่มขึ้น   521.7%      ส่วนแบ่งตลาด   8.5%  

3) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)
ปริมาณ การขาย  87,062 คัน เพิ่มขึ้น  58.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า        37,291 คัน        เพิ่มขึ้น   73.5%     ส่วนแบ่งตลาด 42.8% 
อันดับที่ 2 อีซูซุ            33,037 คัน        เพิ่มขึ้น   49.5%     ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 3 นิสสัน            5,839 คัน         เพิ่มขึ้น   42.1%     ส่วนแบ่งตลาด  6.7% 
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 9,278คัน
โตโยต้า 4,997 คัน - มิตซูบิชิ 2,478 คัน - อีซูซุ 1,583 คัน - ฟอร์ด 220 คัน

4) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 77,784 คัน เพิ่มขึ้น 56.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า     32,294 คัน           เพิ่มขึ้น    76.1%      ส่วนแบ่งตลาด 41.5% 
อันดับ ที่ 2 อีซูซุ         31,454 คัน           เพิ่มขึ้น    49.7%      ส่วนแบ่งตลาด 40.4%
อันดับที่ 3 นิสสัน          5,839 คัน          เพิ่มขึ้น    42.1%      ส่วนแบ่งตลาด  7.5% 

5) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 100,555 คัน เพิ่มขึ้น 57.6%                   
อันดับที่ 1 โตโยต้า     41,306 คัน        เพิ่มขึ้น   73.1%      ส่วนแบ่งตลาด 41.1% 
อันดับที่ 2 อีซูซุ         35,349 คัน        เพิ่มขึ้น   50.1%      ส่วนแบ่งตลาด 35.2% 
อันดับ ที่ 3 มิตซูบิชิ       5,965 คัน        เพิ่มขึ้น   42.1%      ส่วนแบ่งตลาด   5.9%  

๐๒ เมษายน ๒๕๕๓

(First) Exculsive Test Riding : Honda PCX เพิ่มแค่ 12,800 จาก แอร์เบลด-ไอ ก็ได้ขี่คันนี้แล้ว!!

หลายครั้งที่ผมทำรีวิวเกี่ยวกับการทดลองขับขี่รถมอเตอร์ไซด์
ผมมักจะตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า"ตูจะให้มีแค่ฮอนด้าอย่างเดียวเหรอ?"
คำตอบคือ"ไม่มีค่ายเดียวต้องมีค่ายอืนสิ"หลายคนอาจสงสัยว่า
ทำไมรีวิวมีแค่ฮอนด้าเหรอ ผมตอบเลยว่าค่ายอื่นๆจะตามมา


เข้าเรื่อง!!!


วันที่ 11 มีนาคม 2010 ขณะที่ผมกำลังเดินเล่นใน
ห้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซ่า เชียงใหม่ หัวผมก็แล่นแล้วคิดว่า
ไปทดลองขี่ ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ เอที ไหม ช่วงนี้ว่างนิ
ก็เลยควบน้อง Fino ไปที่"นิยมพานิช"ที่เดิมสถานที่ทดลองขับขี่
พอไปถึงปรากฎว่า"เวฟ ไอ 110 เอที อยู่ที่ลำพูนครับ"
อ้าว!! ทำไงดี? คิดไปคิดมาเลยตัดสินใจทดลอง PCX ซะเลย
ในใจคิดว่า"เขาคงไม่ให้เราลองขี่แน่เลย"แต่ซะที่ไหนล่ะเขาขี่ PCX 
มาให้ผมลองขี่ซะเลย



การตั้งหัวข้อของผมหลายคนสงสัยว่าทำไมมีวงเล็บด้วยล่ะ
คำตอบคืออาจจะไม่ใช่คนแรก เพราะมีคน(อาจจะ)ทำไปแล้ว
(แต่ให้รายละเอียดน้อยอยู่)ก็เลยใส่วงเล็บซะ




สำหรับ Honda PCX นั้นเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนปี 2009
ซึ่งได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตของ Honda PCX ทั้งจำหน่ายในประเทศ
และส่งออกต่างประเทศ รวมไปถึงญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแม่


Honda PCX นั้นเป็นรถในคลาส Big Size Automatic หรือ
รถออโตเมติดขนาดใหญ่สุดในบันดารถออโตเมติก
สำหรับการออกแบบนั้นออกแบบในสไตล์รถ Big Bike Automatic
ซึ่งมีขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังขี่รถ Big Bike ที่มีราคาหลักแสน
ขนาดของตัวรถ Honda PCX นั้น
มีความกว้าง 738 มม. ยาว 1,917 มม. สูง 1,094 มม.
ระยะห่างของล้อ 1,305 มม. ระยะห่างจากพื้น(เรียบ) 135 มม.



ไฟหน้าของ Honda PCX นั้นได้ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ขณะที่เราบิดไปที่ ON
ไฟหรี่จะทำงานอัตโนมัติ พอสตาร์ทปุ๊ปไฟหน้าจะทำงานทันทีที่สตาร์ท



สำหรับด้านข้างตัวรถนั้น ไม่ค่อยจะมีสติ๊กเกอร์ตกแต่งด้านข้างสักเท่าไร
เพราะ Honda PCX ได้เน้นความหรูหราเป็นหลัก ซึ่งมีตัวอักษร"PCX"
ติดอยู่ข้างตัวรถและสัญลักษณ์"Presitge"และที่สำคัญมีแค่รุ่นล้อแม็กเท่านั้น! 




สำหรับไฟท้ายของพีซีเอ็กซ์นั้นออกไปในแนวแยกส่วน
เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ขณะขับขี่ แต่สิ่งที่ควรปรับปรุงคือไฟเบรก 
ซึ่งเป็นสภาพดังภาพดังล่างนี้




นี่ผมไม่ได้พาใครมากำเบรกเล่นๆนะครับ ค่อนข้างแสบตาไปนิดนึง
แต่เชื่อว่าหลังที่ที่สตาร์ทเครื่องไปแล้ว ไฟแสบๆแบบนี้จะหายไป
ที่นี้เรามาลองนั่งกัน เมื่อเราขึ้นมาขับขี่ก็จะพบชุดไมล์ที่ยกมาจาก Wave 125 i
เพราะพอบิดกุญแจไปที่ ON เข็มไมล์ก็จะวอร์มดังภาพดังล่าง




เมื่อชุดไมล์วอร์มและเช็คระบบไฟฟ้าภายในตัวรถเสร็จก็จะมีหน้าตาแบบนี้



อะไรจะโดนใจข้าพเจ้าขนาดนี้ ชุดไมล์ของเจ้า PCXนั้น
ออกแบบมาในสไตล์เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากต่อการใช้งาน
แถมยังสามารถวัดระยะทุกครั้งที่คุณเดินทางในสถานที่ไกลๆ
นี้แหละสมควรเป็นรถออโตเมติกขนาดใหญ่สุด
ยังไม่หมดแค่นั้นช่องเก็บมีอยู่ 2 ที่คือ





1.ที่เก็บคอนโซลซ้าย-ไว้ใส่พวกแว่นตา,ถุงมือ หรือของกระจุกกระจิได้




2.ที่เก็บของใต้เบาะ-มีความจุถึง 32 ลิตร
สามารถใส่หมวกกันน็อคได้ 1 ใบหรือเสื้อแจ็คเก็ตเท่ๆก็ยังใส่ได้
 เราข้ามมาที่เบาะนั่งของ PCX กัน
 สำหรับเบาะนั่งนั้นมีความสูง 761 มม. หลังจากที่ได้ครั้งแรกก็รู้สึกถึง
ความกระด้างบ้าง แต่นั่งนานๆไปเริ่มมีความรู้สึกสบายก้นมากขึ้น
แถมการออกแบบของคนซ้อนเป็นไปตามธรรมชาติของท่านั่งคนซ้อน




เรามาที่สวิชต์กุญแจบ้าง




Honda PCX ได้ใช้สวิชต์กุญแจแบบ Super Key Sutterพร้อมม่านปิดกุญแจ
นอกจากนี้ยังสามารถเปิดเบาะและเปิดฝาถังน้ำมันซึ่งอยู่ตรงกลางได้
เพียงแต่! ม่านปิดกุญแจไม่ได้ใช้แบบอัตโนมัติทันทีที่ล็อกคอรถ
ฉะนั้นรถใครที่คิดว่าทำไมไม่ให้มาล่ะ?


คำตอบคือ"มีกุญแจรีโมท พร้อมชุดสัญญาณกันขโมย"
นี้แหละเป็นมาตรฐานของรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยเลยก็ว่าได้
เพราะเป็นรุ่นแรกที่ใช้สัญญาณกันขโมยในรถจักรยานยนต์
หลักการทำงานคือเมื่อรถมีการเคลื่อนที่หรือสั่นผิดปกติ รถจะส่งสัญญาณ
ไปถึงเจ้าของรถเพื่อรู้ว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้นนี่ถือว่า"เป็นค่ายแรกของ
รถจักรยานยนต์ของเมืองไทยที่ติดตั้งชุดสัญญาณกันขโมยมาให้จากโรงงาน"

แต่ตัวที่เราเทสนั้นกลับไม่มีรีโมทมาให้



แต่ไม่ต้องห่วง เมื่อคุณจ่ายในราคาประมาณ 69,000-70,000บาท 
คุณจะได้ชุดสัญญาณกันขโมยมาจากโรงงานเลย


เครื่องยนต์


------------------รายละเอียดมาจากทางวิศวกร หลังจาการขับขี่------------------


เครื่องยนต์ของ PCX นั้นเป็นแบบ 4 จังหวะ SOHC
แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ระบบจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ความจุกระบอกสูบ 124.9 ซีซี
ระบบส่งกำลัง V-matic แบบสายพาน V-belt
สามารถใช้น้ำมันเบนซิน 91 แก็สโซฮอล์ 91 และ E20

นอกจากนี้ Honda PCX ได้ติดตั้งระบบ Idling Stop 
ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติทันทีที่หยุดรถนิ่งสนิท ระบบนี้จะทำงาน
ก็ต่อเมื่อคุณหยุดรถชนิดนิ่งสนิทระบบจะดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ 
ไฟ Stand by ตรงชุดไมล์จะกระพริบเป็นระยะ
แล้วเครื่องยนต์จะกลับมาทำงานอีกครั้งก็ต่อเมื่อคุณบิดคันเร่ง


ระบบกันสะเทือน
ระบบกันสะเทือนของ Honda PCX นั้น
ด้านหน้าเป็นแบบโช้คอัพแก็ส
ส่วนด้านหลังเป็ยแบบโช้คคอยสปริงคู่
ซึ่สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลผสมกับกระด้างเล็ก แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรง
ชนิดต้องปรับปรุงนะ ถือว่าใช้ได้สำหรับระบบกันสะเทือนของ Honda PCX






สมรรถนะ
หลังจากที่ได้ลองขี่ก็รู้สึกถึงความไฮเทคของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้เลยก็ว่าได้
เพราะมีอุปกรณ์ที่ถือว่าไม่เคยมีใครยัดมาให้กับราคาที่อยู่ในระดับหลักหมื่น
ซึ่งผมเองก็อึ่งไปเลยก็ว่า ในด้านสมรรถนะถึงแม้ว่า PCX จะซีซีแค่ 125 ซีซี
แต่ก็ถือว่าทำได้เหนือกว่า แอร์เบลด-ไอ เสียอีก เพราะเมื่อผมลองบิดในจังหวะ
ปานกลาง การตอบสนองของอัตราเร่งถือว่าดีเลยก็ว่าได้ แต่มีจุดติคือ
การทรงตัว เนื่องด้วยตัวรถมีขนาดใหญ่จึงทำให้การทรงตัวมีลำบากเล็กน้อย
แต่ก็ถือว่าไม่ได้ร้ายแรงมากหนัก ในส่วนการทดสอบนั้นผมได้ทำการทดสอบ
0-40 มาแล้ว ผลปรากฎว่าใช้เวลาเพียง 05.5 วินาที เนื่องด้วย
สถานที่ค่อนข้างจำกัด จึงไม่สามารถทดสอบความเร็ว 0-60 ได้
เกรงอาจจะได้รับอุบัติเหตุที่อาจจะส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินได้




ในส่วนความคล่องตัวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ มีเทอะทะบาง
 
ระบบเบรก
ระบบเบรกของ Honda PCX นั้นได้ใช้ระบบ Combi Brake 
พร้อมคาลิปเปอร์ 3 ลูก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถในกรณีกระทันหัน
หลังจากที่ได้ลองระบบเบรกก็พบว่าสามารถทำได้ค่อนข้างดี 
แต่ในระบบ Combi Brake นั้น มีเสียงวิพาทย์วิจารณว่า เบรกแล้วล้ม
สาเหตุนี้อันเนื่องมาจากความเร็วของรถบวกกับน้ำหนักของการบีบก้านเบรก
ที่บีบแรงจนระบบ Combi Brake นั้นทำงานอย่างฉับไว ฉะนั้น
ใครที่ใช้ระบบ Combi Brake ควรระมัดระวังในการบีบก้านเบรก
เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่แล้วตัวรถ


รายละเอียดเพิ่มเติม




____________________________________________________________________


สรุป

++++++สไตล์ Big Bike Automatic ราคาหลักหมื่น++++++
เป็นรถออโตเมติดที่ถือว่าเหนือกว่าคู่แข่ง เพราะนอกจากมีรูปทรงเหมือนรถ
ราคาหลักแสนแล้ว ยังมีอุปกรณ์ที่ถือว่ารถยนต์มีอย่างไร รถรุ่นนี้มีอย่างนั้น
โดยฉะเพราะชุดสัญญาณกันขโมยที่ถือว่าเป็นเจ้าแรกในวงการ 2 ล้อเลยก็ว่าได้
ที่ติดตั้งมาให้ในรถจักรยานยนต์คลาสนี้ ส่วนราคาล่ะ หัวเรื่องบอกว่า
"เพิ่มแค่ 12,800 บาทจาก แอร์เบลด-ไอ ก็ได้ขี่คันนี้แล้ว!!" นั้นก็มายความว่า
แอร์เบลด-ไอ รุ่นล้อแม็ก มีราคา 57,000 บาท* หากเพิ่มอีก 12,800 บาท
ก็จะเป็น 69,800 บาท*!!! โอ้!! รถอะไรว่ะเนี้ย หน้าตายังกะราคาหลักแสน
ที่ไหนได้ราคาก็ปาเข้าไปเกือบ 70,000 บาท กันออฟชั่นที่ให้มาถือว่าคุ้มอยู่
เรามาดูที่ข้อดี-ข้อเสียกัน

               ข้อดี 
               -อัตราเร่งดี
               -ให้ออฟชั่นที่มีรถในราคาหลักแสน มาใส่ในราคาเกือบ 7 หมื่น
               -การตกแต่งของตัวรถถือจัดแบบเรียบง่าย
               -ชุดสัญญาณกันขโมย ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ค่ายอื่นๆยังไม่มีในรถราคาหลักหมื่น 

              ข้อเสีย           
               -เบาะกระด้างบ้าง
               -ตัวรถมีขนาดใหญ่ อาจมีบางครั้งที่มีความรู้สึกหนักบาง
               -ความจ้าของไฟเบรก ขณะที่กุญแจบิดไปที่ ON ลดระดับแสงลงมานิดนึง


สรุป "เพิ่มแค่ 12,800 บาทจาก แอร์เบลด-ไอ ก็ได้ขี่คันนี้แล้ว!!" 
เพราะมีสิ่งที่เหนือกว่ารถรุ่นอื่นกับราคาที่ถือว่าใช้ได้
แต่มีบางสิ่งที่ควรไปปรับปรุง แต่ภาพรวมถือว่าดีเลยก็ว่าได้


นี้คือสิ่งที่รถเอทีในประเทศไทยไม่เคยมีออฟชั่นแบบนี้
ไม่เคยมีก่อนนอกจาก Honda PCX


 End.

 Spaecial Thank
นิยมพานิช เอื้อเฟื้อรถและสถานที่ในการทดสอบ 

(หมายเหตุ*เป็นราคาในเขตกรุงเทพและปรมิณฑล)

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ภาพงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 31 พร้อมกับคลิป"ซนในมอเตอร์โชว์"

หลังจากที่ผมหายไปหลายวัน เพื่อไปร่วมงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31
วันนี้ผมได้นำภาพงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 มาให้ทุกท่านได้ชมกันครับ




ส่วนคลิป"ซนในมอเตอร์โชว์"ตอนนี้รอให้คลิปดังกล่าวอัพโหลดครบทุกตอน
รับรองเลยว่าทุกท่านจะได้ชมกันแน่นอนนะครับ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓

หา!!! Nissan March เปิดตัวเพียง 2 สัปดาห์ ยอดจองถึง 5,000 คัน

หลังจากที่ นิสสัน มาร์ช ใหม่! ได้เปิดตัวต่อสาธารณชน
เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา นิสสัน มาร์ชก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก
เพราะเปิดตัวได้เพียง 2 สัปดาห์ก็สามารถทำยอดจองได้ถึง 5,000 คัน
นอกจากนี้ นิสสัน มาร์ช ยังได้รางวัล Car of the year 2010 
ในสาขา Most Environmentally Friendly Car


บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า 
ยอดจอง นิสสัน มาร์ช มีถึง 5,000 คันภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น
นับตั้งแต่วันเปิดจอง ตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นิสสัน มาร์ช
ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับความนิยมมากขึ้น
อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน
คุ้มค่าต่อการลงทุน และมีราคาที่สมเหตุสมผล ส่งผลให้มี
ยอดจองทะลุเป้าหมายประจำเดือนและเป้าที่ได้ตั้งไว้อย่างง่ายดาย 

คุณประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส
การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 
ได้ให้ความเห็นว่า “การเปิดตัวนิสสัน มาร์ช ใหม่ ประสบผลสำเร็จ
เกินความคาดหมาย มาร์ช ใหม่ ได้ช่วยให้นิสสันได้รับ
การกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากเปิดตัว
รถรุ่นนี้ได้รับการตอบรับอย่างมาก และโดดเด่นจาก
รถระดับเดียวกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านจำนวนและคุณภาพ”


นิสสัน มีการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งใน
การวางแผนการตลาด การปรับปรุงการดำเนินงาน
และภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูม ผู้จำหน่าย รวมไปถึงด้านพนักงานขาย
ที่ได้รับการอบรมมาเป็นพิเศษ ประกอบกับแผนการที่จะดำเนินการ
ส่งมอบรถยนต์นิสสันมาร์ชใหม่ให้แก่ลูกค้า อย่างมีประสิทธิภาพ 
และตรงต่อเวลา แต่ยังคง รักษาระดับ
มาตรฐานคุณภาพของนิสสัน มาร์ชทุกคัน

เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสันมาร์ช ใหม่ได้รับรางวัล 
Most Environmentally Friendly Car ประจำปี  2553จาก
กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป  โดย Car of the Year
เป็นรางวัลที่มอบให้กับรถยนต์ที่ได้รับการตัดสินว่าเป็น
สุดยอดจาก ที่สุด ยานยนต์ในตลาดรถยนต์ในประเทศไทย


๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓

เชฟโรเลตชูกลยุทธ"ทรานฟอร์เมชั่น"ประเดิมด้วยโคโลราโด ไมเนอร์เชนจ์

ชฟโรเลตเตรียมกลยุทธใหม่"ทรานฟอร์เมชั่น"พร้อมเปลี่ยนโลโก้โบว์ไท
ประเดิมแผนการตลาดใหม่โดยการส่ง เชฟโรเลต โคโลราโด โฉมใหม่
พร้อมกับแคปติวา รุ่นพิเศษ และข้อเสนอพิเศษภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31


แผนงานการปรับแบรนด์ หรือ แบรนด์ ทรานส์ฟอร์เมชั่น ของ 
 บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ  
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกใน
งานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 นี้ เพื่อเป็นการเสริมเพิ่มให้
แบรนด์ เชฟโรเลต มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านการบริการ
และภาพลักษณ์ โดยเริ่มปรับตั้งแต่โลโก้ เชฟโรเลต รูปแบบใหม่
ที่จะมาพร้อมกับการพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพการให้บริการลูกค้า
เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 
การผลิตรถยนต์และรถปิกอัพคุณภาพเยี่ยมที่สุด รวมถึงการปรับเปลี่ยน
อุปกรณ์สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสื่อสารอีกด้วย 
โดยการปรับโฉมในครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงให้เห็นถึง
ความมุ่งมั่นของ จีเอ็ม และเชฟโรเลต ประเทศไทย ในการตอบสนอง
ความต้องการของลูกค้าให้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

มร.มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ  
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสท์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัดและ  
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“แบรนด์ ทรานส์ฟอร์เมชั่น” มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่
แบรนด์ เชฟโรเลต ด้วยแนวคิด “การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง” 
เพื่อยกระดับการให้บริการ และการบริหารจัดการในทุกส่วนงาน
เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างสูงสุด รวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กร
ที่มีต่อสาธารณชน เพื่อเสริมความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าที่มีต่อ
แบรนด์ เชฟโรเลต และเพื่อรองรับแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่
กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้  

“เรายังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมายที่
รอการเปิดตัวสู่สาธารณชน แต่ทว่าลำพังเพียงผลิตภัณฑ์รถยนต์ 
และรถปิกอัพที่ยอดเยี่ยมนั่น คงยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จในระยะยาว 
เราจึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ เชฟโรเลต 
เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในทุกๆ ด้าน ภายใต้แผนงาน
แบรนด์ ทรานส์ฟอร์เมชั่น ซึ่งมีความสำคัญ
เป็นอย่างยิ่งสำหรับเรา” มร.มาร์ติน กล่าว

  ขณะเดียวกันภายในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จีเอ็ม และ
เชฟโรเลต ประเทศไทย ยังเผยโฉม โคโลราโด ปิกอัพอเมริกันพันธุ์แกร่ง
ไมเนอร์เชนจ์ และแคปติวา รุ่นพิเศษตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบด้าน 
พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมาย โดยเฉพาะแคมเปญ 
รับซื้อรถเก่าโดยให้ราคาที่สูงกว่าราคาตลาด รับประกันมาตรฐาน
คุณภาพรถโดย เชฟวี่ โอเค ผ่อนชำระต่ำต่อเดือน และโปรโมชั่นอื่นๆอีกมามาย
สำหรับผู้ที่สนใจและสั่งจองรถเชฟโรเลตทุกรุ่นภายใน
งานมอเตอร์โชว์ ณ บูธ A6 อาคารไบเทค บางนา หรือ
ที่โชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศ 
ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2553 นี้เท่านั้น