AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Motor Show แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Motor Show แสดงบทความทั้งหมด

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ภาพงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 31 พร้อมกับคลิป"ซนในมอเตอร์โชว์"

หลังจากที่ผมหายไปหลายวัน เพื่อไปร่วมงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31
วันนี้ผมได้นำภาพงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 มาให้ทุกท่านได้ชมกันครับ




ส่วนคลิป"ซนในมอเตอร์โชว์"ตอนนี้รอให้คลิปดังกล่าวอัพโหลดครบทุกตอน
รับรองเลยว่าทุกท่านจะได้ชมกันแน่นอนนะครับ

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓

Hyundai Tucson : Sexy Suv เยือนเืมืองไทย ต้อนรับมอเตอร์โชว์

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2010  ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์)
ได้รุกตลาดรถยนต์ SUV ด้วยการเปิดตัว  HYUNDAI TUCSON
เจ้าของฉายา The Sexy SUV งานนี้ได้เคาะราคาไว้ที่ 1.7-1.8 ล้านบาท


มร.โยชิ ซึมิ คุราตะ ประธาน บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
กล่าวถึง รายละเอียดของการเปิดตัว The New HYUNDAI TUCSON ครั้งนี้ว่า
“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถนำเข้ารถยนต์รุ่นนี้จาก
ประเทศเกาหลีเพียงไม่กี่เดือน หลังการเปิดตัวแบบ World Premier
เพื่อเอาใจแฟนๆรถยนต์ฮุนได โดยรถรุ่นนี้เป็นโมเดลรถยนต์ที่ใหม่ที่สุด
รุ่นหนึ่ง ของฮุนไดในปัจจุบันนี้ และเพียบพร้อมไปด้วยบุคคลิก ความสวยงาม 
เทคโนโลยี และอุปกรณ์ ที่โดดเด่นทันสมัย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่
สนใจของ ลูกค้ากลุ่ม A+ ที่มองหารถยนต์ที่ให้บุคคลิก และสะท้อน
ความเป็น ตัวตนในความคุ้มค่าที่สัมผัสได้ แน่นอนว่าหลังพวงมาลัยของ 
The New Hyundai Tucson คุณคือผู้ที่มีบุคคลิกพิเศษที่มั่นใจในตัวเอง
รู้ว่าตนต้องการอะไรและมีรสนิยมที่ไม่เป็นรองใคร พร้อมทั้งกล้าที่จะไม่จำเจ”



สำหรับ Hyundai Tucson นั้นเป็นรถที่พัฒนามาจากรถต้นแบบ IX-ONIC
 การออกแบบของตัวรถนั้นได้รับ ความร่วมมือของศูนย์ออกแบบ
รถยนต์ฮุนไดในประเทศเกาหลี แคลิฟอร์เนีย และแฟรงค์เฟิร์ต 
ยกระดับมาตรฐานการออกแบบ และสมรรถนะของรถยนต์ฮุนไดทั่วโลก
เพื่อเอาใจลูกค้าระดับบนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งชายและหญิงที่ต้องการยานยนต์
สะท้อนเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัว จากการออกแบบ
ภายนอกที่เพรียวลมแบบ Fluidic Design การออกแบบที่เฉียบคม 
เน้นเส้นสายที่ชัดเจนเพื่อสะท้อนถึงความลื่นไหลไม่หยุดนิ่ง 
และกระจังหน้า 6 เหลี่ยม เอกลักษณ์ใหม่ในการออกแบบของฮุนได 
และอุปกรณ์ต่างๆที่บรรจุเอาไว้ มากมายคุ้มราคา



ภายในห้องโดยสารของ Hyundai Tucson นั้นได้มีการตกแต่งสไตล์ยุโรป 
เบาะหนังแท้รอบคัน สี Conac Brown ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
แบบแยกส่วน Dual Zone พร้อม ระบบฟอกอากาศ Cluster Ionizer
เครื่องเสียงคุณภาพสูง พร้อมลำโพง 6+1 ตัว รองรับการเชื่อมต่อทาง
USB และ iPodพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียง
และ Cruise Controlเบาะหลังพับแยกได้ 60:40 
และปรับราบได้เพื่อบรรทุกสัมภาระอย่างสะดวก
  

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน 
 ระบบ Smart Key เปิดปิดประตูได้โดยไม่ต้องถือกุญแจ 
ปุ่มสตาร์ท (Start Button)กล้องส่องหลังช่วยจอดมีภาพปรากฏบนจอ LCD
  ที่กระจกมองหลัง เพื่อความปลอดภัย Trip Computer ช่วยคำนวน เชื้อเพลิง 
และระยะทาง รวมทั้งข้อมูลการเดินทางอื่นๆ



เครื่องยนต์
 Hyundai Tucson ได้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี
4 สูบ DOHC 16 วาล์ว1,998 ซีซี หัวฉีด อีเล็กโทรนิคส์
พร้อมระบบแปรผันวาล์ว ทั้งไอดี และไอเสีย (D-CVVT) และ 
ระบบปรับระยะทางเดินไอดี (VIS)
พละกำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที 
แรงบิดสูงสุด 197 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที 
ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือขับเคลือน 4 ล้อ แบบ on-demand
ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็คโทรนิกส์
กระจายแรงขับ 50:50 ระหว่างล้อหน้า และล้อหลัง
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมโหมดบวกลบ  



     ระบบเสริมความปลอดภัยเพียบทั้ง ระบบรักษาเสถียรภาพ
Electronic Stability Program (ESP) ระบบ Downhill Brake Control (DBC)
ระบบป้องกันรถไหล Hill-start Assist Control (HAC) ระบบเบรค ABS 
ระบบกระจายแรงเบรค EBD และระบบเพิ่มแรงเบรคในภาวะฉุกเฉิน BA
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย ให้ความปลอดภัยสูงสุด 
โช๊คอัพแบบ Amplitude Selective Damper (ASD) 
ให้ทั้งความนุ่มนวล และการทรงตัวที่ดี


สำหรับ ฮุนได ทูซอน นั้นได้เคาะราคาไว้ตามดังล่างนี้
 2.0 2WD 1,791,000 บาท
 2.0 4WD 1,895,500 บาท

 ท่านใดสนใจสามารถไปชมได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
หรืองานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 31 ที่ไบเทค บางนา ในวันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย.2010

๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓

Mazda 2 Sedan :สานต่อความสำเร็จ เสริมทัพให้แกร่งขึ้น

เมื่อปีที่แล้ว มาสด้าก็ได้สร้างปรากฎการณ์ความแปลกใหม่ให้กับ
ตลาด B-segment ด้วยการเปิดตัว มาสด้า 2 เวอร์ชั่น 5 ประตู
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2009 โดยมี เป้ อารักษ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรก
ในมาสด้า ประเทศไทย จนกระแสรถยนต์มาสด้า 2 นั้นฟีเวอร์อย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ยังไม่เปิดก็มียอดจองถึง 1,100 คัน นับว่าแรงตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว

จนในที่สุด มาสด้า 2 ก็สามารถแซงยอดขาย Honda Jazz ได้สำเร็จ
แล้ววันนี้(16 มี.ค.)มาสด้าก็ได้เสริมทัพให้กับมาสด้า 2 ให้แข็งแกร่งขึ้น
ด้วยการเปิดตัว มาสด้า 2 เวอร์ชั่น 4 ประตู โดยไม่สนสถานการณ์
การเมืองที่ร้อนระอุ


จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า 
จากความสำเร็จอย่างถ้วมท้นในการเปิดตัวรถยนต์นั่งสปอร์ต
มาสด้า2 รุ่นแฮ็ชแบค 5 ประตู เมื่อเดือนกลางพฤศจิกายน 2552
ที่ผ่านมา ส่งผลให้มาสด้ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ด้วยยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 
สร้างความประหลาดใจให้กับมาสด้า ประเทศไทย
ผู้จำหน่ายมาสด้า บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น รวมทั้งมาสด้าจากทั่วโลก 
ตลอดจนคู่แข่งของมาสด้าที่กำลังจับตามองเรา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ที่เราจะยังคงทำงานกับผู้จำหน่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้โครงการและ
การดำเนินการต่างๆของเราสมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะรับประกันถึง

ความสำเร็จของเราในปีนี้ นอกเหนือจากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว
อีกสิ่งที่มาสด้าเน้นความสำคัญมาโดยตลอดนั่นคือการขยาย
เครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเพื่อให้ครบ 130 แห่ง
ภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ MCI เพื่อรองรับการบริการที่เพิ่มสูงขึ้น 
รวมทั้งการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทั้ง
ด้านการขายอะไหล่และบริการรวมทั้งการยกระดับแบรนด์
มาสด้าให้ขึ้นแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของ
อุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย

จอห์น เรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดรถยนต์มาสด้าในปี 2553 นี้ 
มาสด้าตั้งเป้ายอดขายปีนี้สูงถึง 35,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 164 %
โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2 ซีดานและรุ่นแฮ็ชแบค 5 ประตู 
จะยังคงเป็นโปรดักซ์ลีดเดอร์สำหรับการทำตลาดในปีนี้ โดยทั้ง 2 รุ่น
ตั้ง เป้าหมายยอดขายไว้อยู่ที่ประมาณ 24,000 คัน 

และที่สำคัญรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 จะยังคงรักษาความร้อนแรงต่อไป
ประมาณ 5,000 คัน ส่วนรถสปอร์ตปิคอัพมาสด้า บีที-50 ใหม่
คาดว่าจะอยู่ ที่ประมาณ 6,000 คัน และรถพรีเมี่ยมคาร์คือ

New Mazda CX-9 และ New  MX-5 อีก ประมาณ 78 คัน 
ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับ ขณะนี้มีลูกค้าแบล็คออเดอร์อยู่เกือบ 2,000 คัน 




รูปทรงภายนอกสำหรับมาสด้า 2 ซีดานนั้นได้ยกหน้าในรุ่นแฮตช์แบ็กเข้ามาใส่
 โดยการออกแบบของมาสด้า 2 ซีดาน ใหม่ ค่อนข้างที่จะยาก 
ดังนั้นจึงมีการออกแบบให้เส้นสายเข้ากับรถมาสด้า 2 ซีดาน ใหม่ 
จึงดูดีขึ้น ส่วนใครที่พูดว่า"มาสด้า 2 ซีดาน ตูดโ่ด่ง"ถอนคำพูดนี้ได้เลย
เพราะมาสด้าได้ดำเนินแก้ไขให้ชาวไทยได้ใช้รถรุ่นนี้ได้อย่างสบายใจ(มั้ง)


ขณะที่ห้องโดยสารของมาสด้า 2 ซีดานนั้นคอนโซลหน้าก็ได้ยกมาจาก
รุ่นแฮตช์แบ็ก ส่วนโทนสีในห้องโดยสารนั้นเป็นสีครีมเพื่อเพิ่มความโปร่งสบาย
ไม่อึดอัด มีการออกแบบให้เบาะนั่งด้านหลังกว้างขวาง สะดวกสบายเหนือกว่า
รถซีดานทั่วๆ ไป และสามารถเลือกปรับพับเบาะได้ ในอัตราส่วน 60:40
เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสิ่งของขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับในรุ่น 5 ประตู 
การเข้าออก ใช้ระบบกุญแจอัจฉริยะ 
(Smart Keyless Entry and Start System) ที่ให้ความสะดวกสบายใน
การเปิด-ปิด และสตาร์ทรถโดยไม่ใช้กุญแจ วิทยุ CD-MP3 6 แผ่น พร้อม
ช่องเชื่อมอุปกรณ์เสริม AUX สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเล่นเพลง

แบบพกพาต่างๆ เข้ากับระบบเครื่องเสียงของรถ





ด้านเครื่องยนต์นั้นเป็นบล็อกเดียวกับรุ่นแฮตช์แบ็กคือ
ครื่องยนต์ MZR ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOCH) 4 สูบ 16 วาล์ว 
ขนาด 1500 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์มัลติพอยท์
พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ S-VT 
และระบบวาล์วควบคุมการไหลเวียนของไอดี TSCV
ให้กำลังสูงสุด 103 แรงม้า (76 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที 



ตอบสนองการขับขี่ทุกจังหวะความเร็วและแม่นยำ  
พวงมาลัยพาวเวอร์แบบ ไฟฟ้า EPAS
 (Electric Power Assistance Steering)แม่นยำคุมได้ได้ตามสั่ง 
รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.9 เมตร ช่วงล่างถูกออกแบบให้ยึด
เกาะถนนได้อย่างมั่นใจและนุ่มนวลระบบความปลอดภัยรอบคันด้วย 
โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ TRIPLE H ที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานสูง 
โครงรถผลิตจากเหล็กกล้าชนิดพิเศษ Ultra High
Tensile Steel) ที่น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง เหนียวทนทานกว่าเหล็กทั่วไป 

คุณสมบัติรับและส่งถ่ายแรงกระแทกให้กระจายไปทั่วคัน
เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารภายใน เสริมด้วยถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
พร้อมระบบเบรก ABS ทั้ง 4 ล้อ และ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก 
ทำให้ระยะเบรกสั้นลง ทั้ง 2 อย่างนี้ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น


 มาสด้า 2 ซีดาน ใหม่นั้ได้เคาะราคาไว้ดังด้านล่างนี้


รุ่น Maxx  AT   675,000 บาท
 รุ่น Spirit  AT   615,000 บาท
รุ่น Groove  AT   564,000 บาท
รุ่น Groove MT   535,000 บาท

คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด 
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
สำหรับมาสด้า2 ซีดาน ใหม่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่วางไว้คือ 

จะแตกต่างจากรุ่นแฮ็ชแบค 5 ประตู คือ จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หรือโตขึ้นกว่าเดิม
แต่ยังเป็นคนหนุ่ม-สาว ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่โดดเด่น
มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และไม่ชอบตามใคร  เป็นกลุ่มนิสิต-นักศึกษา 

และผู้ที่มีชีวิตหน้าที่การงานที่มั่นคง เป็นผู้บริหารไฟแรง  หรือผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ 
มีกิจการส่วนตัว ส่วนการสื่อสารภาพลักษณ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
อย่างรวดเร็วชัดเจน ซึ่งเรายังคงใช้ "เป้" อารักษ์ อมรศุภศิริ

ซึ่งเป็นศิลปินนักแสดงหนุ่มที่กำลังฮ็อตฮิตที่สุดในยุคนี้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ 
ซึ่งเป้จะมีอีกหนึ่งบุคลิกภาพที่จะสะท้อนตัวตนของมาสด้า2 ซีดาน ใหม่
ได้ อย่างชัดเจน และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว 

โดยถ่ายทอดผ่านทางภาพยนตร์โฆษณาความยาว 30 วินาที 
นอกจากนี้มาสด้ายังโหมโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร สื่อป้าย
และสื่อออนไลน์ โดยเน้นสร้างกระแสจากกรุงเทพฯ เป็นหลัก 
และตามหัวเมืองหลักๆ ในต่างจังหวัด และเตรียมลงพื้นที่
จัดกิจกรรมการ ตลาดเพื่อเปิดตัวรถอย่างเต็มที่ทั่วประเทศ





 ท่านใดที่อยากเห็นมาสด้า 2 ซีดานตัวจริง 
สามารถสัมผัสและ Test Drive ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
และงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 ที่ไบเทค บางนา ในวันที่ 26 มี.ค.- 6เม.ย.2010
ใครสนใจไปชมได้ตั้งแต่วันนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไป

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓

Nissan March : Eco Car คันแรกในไทยมาแล้ว เคาะราคาเริ่มต้น 3.75 แสนบาท

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับอีโค่คาร์คันแรกในไทย
อย่าง Nissan March ที่เปิดตัวในรอบสื่อมวลชนเมื่อ
ช่วงเวลาเที่ยงของวันนี้(12 มีนาคม 2010)
ที่โรงงานนิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) ถนน บางนา-ตราด กม. 21
โดยมีคุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี ผู้แทนจากหน่วยราชการ 
สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติกว่า 200 คน รวมทั้งพนักงานบริษัทนิสสัน
ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียงกัน  
วันนี้ Autothailand ก็เตรียมนำรายละเอียด
ชนิดเต็มอิ่มมาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันครับ

(คำเตือน:ใครที่มีอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วต่ำ ต้องทำใจเพราะบทความนี้ภาพเยอะมาก) 


สำหรับนิสสัน มาร์ช ใหม่นั้นเป็นรถที่อยู่ภายใต้โครงการอีโค่ คาร์
ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล โดยมีสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ(BOI) 
เป็นผู้ควบคุมมาตรฐานของรถอีโค่ คาร์ โดยมี 4 ข้อซึ่งเป็นกฎทองคือ

1.มีอัตราการใช้น้ำเชื้อเพลิงไม่เกิน 5.0 ลิตร หรือ 100 กม.

2.มาตรฐานมลพิษต้องอยู่ในระดับยูโร 4 (EURO4) และมีปริมาณ

การปล่อยก็าซ CO2 ที่ปล่อยได้ไม่เกิน 120 กรัม
ต่อระยะทาง 1 กม.


3.สามารถปกป้องผู้โดยสารกรณีเกิดการชนจากด้านหน้าและ ด้านข้าง

ตามมาตรฐานความปลอดภัยของ Unece* 94 และ 95 
(*Unece คือคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจสหภาพยูโรป) 

4.ต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี

สำหรับเบนซิน และ 1,400 ซีซี สำหรับดีเซล
 การที่ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco car) 
ต้องเป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและปล่อยก๊าซCO2ในปริมาณน้อย 
นอกจากนี้ต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลของผู้โดยสาร
ทั้งกันกระแทกด้านหน้าและด้านข้างตามมาตรฐานที่เข้มงวดของ
คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของ สหภาพยุโรป (UNECE Regulation 94 และ 95)
โดยโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลเป็น
โครงการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม
ซึ่งเคยประสบผลสำเร็จจากการสร้างให้ประเทศไทย
เป็นฐานการผลิตรถยนต์กระบะมาแล้ว


“จากการที่ปริมาณรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น 
และการให้ความสำคัญในเรื่องมลพิษที่มีระดับสูงขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ 
บริษัท ฯ จึงได้เปิดตัวรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซ CO2 ในระดับต่ำ
และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง”

มร.โตชิยูกิ ชิกะ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บ. นิสสัน มอเตอร์ จก.
กล่าว นอกจากนี้ มร. ชิกะ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
“สิ่งที่สำคัญอีกประการจากการผลิตและจำหน่ายรถยนต์นิสสัน มาร์ช 
ซึ่งเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงาน รวมทั้งการส่งออกรถยนต์รุ่นดังกล่าว
ไปยังประเทศอื่นๆในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย จะช่วยสร้างงานและก่อให้เกิด
การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างก้าวหน้าในประเทศ นั้นๆ”



กำหนดเปิดตัวอย่างเป็น ทางการต่อสาธารณชนในวันที่ 26 มีนาคม 
ในงาน Bangkok International Motor Show 2010 รถยนต์นิสสัน มาร์ช 
จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่จำหน่ายตามโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน
มาตรฐานสากล ของประเทศไทยซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริม
การพัฒนายานยนต์ที่ใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ


 ภายนอก

นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย
ในขณะที่ฐานล้อซึ่งยาวขึ้นนั้น ทำให้นิสสัน มาร์ชมีพื้นที่ภายในกว้างขวางขึ้น
นอกจากนี้ ร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถช่วยลดการสั่นสะเทือน
ลดเสียงภายในห้องโดยสาร ยามาเนกล่าว ด้วยเจตนาในการออกแบบที่
จะสร้างความรู้สึกเดียวกันทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก
ภายในห้องโดยสาร นิสสันจึงได้ใช้แนวคิด ‘Connected Cocoon’
การออกแบบแผงหน้าปัดที่ยึดตามแนวคิดของ ‘ทวิน บับเบิ้ล’
ที่หมายถึงที่ตั้งเข็มอุปกรณ์รูปกลมและตู้เก็บของ
รูปร่างคล้ายกันทางด้านผู้โดยสาร

สำหรับภายนอกของนิสสัน มาร์ช ใหม่ นั้น
ได้ใช้โครงสร้างพื้นฐาน V-Platform ซึ่งเป็นพื้นฐานใหม่ของนิสสัน
โดยตัวถังนั้น
ยาว 3,780 มม. กว้าง 1,665 มม. สูง 1,515 มม.
ฐานล้อยาว 2,450 มม. ระยะห่างขอล้อคู่หน้า 1,475 มม.
ส่วนล้อหลังนั้น 1,470 มม.

สำหรับ นิสสัน มาร์ช นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม อีโค่ คาร์ สำหรับในเมืองไทย
แต่ถ้าในต่างประเทศได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม B-segment หรือรถยนต์ขนาดเล็ก
ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ Toyota Yaris(Vitz) ,Honda Jazz(Fit),Mazda 2 (Demio)
และนับว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ขับนิสสัน มาร์ช ก่อนใครในโลก

ภายใน


สำหรับภายในห้องโดยสารนั้นมีการออกแบบให้กว้างขวางสบาย
คนตัวสูงก็สามารถนั่งได้ โดยภายในห้องโดยสารนั้น
มีการตกแต่งด้วยสีเงิน แต่โทนสีภายในห้องโดยสารนั้นเป็นโทนสีดำดังในภาพ


สำหรับมาตรวัดของนิสสัน มาร์ชนั้นเป็นแบบอนาลอก 
พร้อมจอ MD (Multi-Display)ที่มี
-Trip Computer แสดงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงขณะขับขี่
-Welcome & Anniversary ฟังชั่นเตือนวันพิเศษเช่นวันเกิด,วันปีใหม่ 
-Alert / Warning  หน้าจอแสดงเตือนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่


-Maintenance หน้าจอแสดงเตือนระยะเวลาการตรวจเช็คและเปลี่ยนอะไหล่
-Idling Stop หน้าจอแสดงปริมาณน้ำมันที่ระบบประหยัดได้
-ITS หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนระยะทางวิ่งได้จากน้ำมันที่มีเหลืออยู่



ชุดเครื่องเสียงของนิสสัน มาร์ชนั้นเป็นแบบ วิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น
พร้อมช่อง AUX IN สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น MP3 , iPod และอื่นๆ


ส่วนระบบปรับอากาศนั้นใน รุ่น 1.2 VL และ 1.2 V เป็นแบบอัตโนมัติ
ส่วนรุ่น 1.2 EL , 1.2 E และ 1.2 S เป็นแบบธรรมดามือหมุน


แน่นอนว่าเทคโนโลยีแบบอัจฉริยะที่มี อย่าง Tiida และ Teana
ถ้าไม่ใส่ ใน March ก็คงจะไม่โดนใจผู้บริโภคและไม่มีสิ่งที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ดังนั้นนิสสันจึงใส่ระบบปุมสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start ที่มาพร้อมกับ
ระบบกุญแจอัจฉริยะ Intellgence Key ที่เปิดประตูได้โดยไม่ต้องไขกุญแจ






เครื่องยนต์


สำหรับเครื่องยนต์ที่นิสสัน มาร์ช ใช้นั้นมีรหัส HR12DE 
ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ในตระกูล HR เป็นบล็อกเดียวกับ Nissan Tiida
รายละเอียดเครื่องยนต์มีดังนี้ เครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี
รหัส HR12DE 3 สูบ 12 วาลว์ พร้อมระบบวาลว์แปรผัน CVTC 
 ความจุกระบอกสูบ 1,198 ซีซี
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดมัลติพอยท์
 ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า (58 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร(10.8 กก.-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/ นาที

พร้อมระบบ Idling Stop ระบบเครื่องยนต์ดับโดยอัตโนมัีตืเมื่อรถหยุดนิ่ง
แล้วกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อเหยียบคันเร่ง


จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT เทคโนโลยีเดียวกับ 
Teana และ X-trail ซึ่งเป็นรายแรกของโลก
ที่ใช้ชุดเกียร์แบบ CVT ซึ่งมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา
และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด


โครงสร้างที่นิสสัน มาร์ชใช้นั้นเป็นโครงสร้างแบบ V-Platform
ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา แต่ความแข็งแกร่ง ทนทาน ยังคงมีเหมือนเดิม

ระบบช่วงล่าง
ระบบช่วงล่างของนิสสัน มาร์ช ใหม่นั้น
ด้านหน้าเป็นแบบ อิสระ แม็คฟอร์สันสตรัท
ส่วนด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ขั่นบีม
รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.5 เมตร

ความปลอดภัย

สำหรับความปลอดภัยแบบป้องกันนั้น
มีระบบเบรก ABS กระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรกด้วย BA 


ส่วนแบบปกป้องนั้น
โครงสร้างตัวรถนิสสัน มาร์ช นั้นเป็นแบบ Zone Body Concept


ถุงลมนิรภัยแบบ SRS คู่หน้าสำหรับรุ่น 1.2 VL และ 1.2 V 
 ส่วนรุ่น 1.2 EL , 1.2 E และ 1.2 S มีแค่ด้านคนขับ


สำหรับ นิสสัน มาร์ช ใหม่นั้นมีให้เลือกถึง 6 สีคือ
    -สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์   
        -สีดำ แบล็ก สตาร์ 
      -สีม่วง คริสตัล ไลแลค 
       -สีเขียวสปริง กรีน  
      -สีส้ม ซันไลท์ ออเร้นท์      
   -สีขาว ไวท์ เพิร์ล   


ส่วนราคาของ Nissan March มีดังต่อไปนี้
-1.2S MT ราคา 375,000 บาท
-1.2E MT ราคา 425,000 บาท
 -1.2E CVT ราคา 459,000 บาท
-1.2V CVT ราคา 507,000 บาท
  -1.2EL CVT ราคา 489,000 บาท
-1.2EL CVT ราคา 537,000 บาท 

ใครสนใจสามารถไปชม นิสสัน มาร์ช ใหม่ ตัวจริงได้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคมนี้เป็นต้นไปหรือสามารถไปชมได้ที่
งาน Bangkok International Motor Show 2010 
วันที่ 26 มี.ค.- 6 เม.ย.2010 ที่ไบเทค บางนา



TVC Nissan March ชีวิตง่ายขึ้น

๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓

Mitsubishi Lancer EX 2.0 GT Ralliart Concept & 1.8 GLS Ltd. Smart Concept : คอลเล็คชั่นใหม่ ต้อนรับมอเตอร์โชว์

ยังไม่ทันรุ่น White Pearl Collection ที่เพิ่งปล่อยเมื่อเดือนมกราคม
ก็มีรุ่นพิเศษมาอีกแล้วเมื่อมิตซูบิชิจับ Lancer EX มาตกแต่งแบบพิเศษ
 งานนี้มี 2 รุ่นให้เลือกคือ Ralliart Concept และ Smart Concept
โดยเตรียมวางจำหน่ายจริง 16 มีนาคมนี้





สำหรับ Mitsubishi Lancer EX Ralliart Concept ได้นำรุ่น 2.0 GT
มาตกแต่งพิเศษด้วยอุปกรณ์ตกแต่งรถจาก Ralliart มาตกแต่งเพิ่มเติม
ด้วยอุปกรณ์แนวสปอร์ตรอบคัน โดยนอกจากจะมาพร้อม
กรอบกระจังหน้าแบบสีดำที่รับกับล้ออัลลอยใหม่
ขนาด 18 นิ้ว แบบ Dark Gray รวมไปถึงชุดชายกันชนหลัง
 แล้วยังเพิ่มความดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ต
แท้จาก แรลลี่อาร์ต ไม่ว่าจะเป็น
แผ่นฟอยล์แรลลี่อาร์ตตกแต่งทั้งกันชนหน้า -หลัง
สปอยเลอร์หลัง และชายด้านข้าง
รวมทั้งเสริมมาดเข้มด้วยวงแหวนครอบไฟตัดหมอก 
และแผงครอบใต้กันชนหลัง 

ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Lancer EX Ralliart Concept
มีการตกแต่งด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ด้วยชุดวงแหวนครอบ
ชุดสวิตช์แอร์ปรับอากาศแบบโครเมียม หัวเกียร์และหุ้มเบรคมือแบบอะลูมิเนียม
 ชุดแผงครอบแป้นเกียร์สีเงิน ชุดแผงครอบสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิ 
รวมไปถึงฝาครอบบันไดสเตนเลสจากแรลลี่อาร์ต


ส่วนรุ่น Smart Concept นั้นได้นำรุ่น 1.8 GLS Ltd. มาตกแต่งพิเศษ
ซึ่งดูตอนแรกคล้ายๆกับรุ่น White Pearl Collection
แต่ได้มีการตกแต่งเพิ่มด้วย ชุดแต่งแบบโครเมียม 
ทั้งแผงครอบช่องดักลมกันชนหน้า
คิ้วตกแต่งชายฝากระโปรงท้าย และชุดฝาครอบมือจับประตู 
ลงตัวยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งลิปสปอยเลอร์หลัง  


ส่วนภายในนั้นได้มีการตกแต่งเน้นความหรูหรายิ่งขึ้นด้วย
โทนสีเงิน “Cool Silver” ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้าและแผงข้างประตู
ชุดแผงครอบแป้นเกียร์ รวมไปถึงชุดแผงครอบสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิ 
ซึ่งรับกับชุดวงแหวนครอบสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิแบบโครเมียม


สำหรับ Lancer EX รุ่นพิเศษทั้ง 2 รุ่นนี้ได้มีการติดตั้งชุดเครื่องเสียงจาก Alpine
โดยมีเครื่องเล่น DVD ขนาด 7 นิ้ว แบบ Touch Screen
รองรับ วิทยุ DVD VCD MP3 ชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง iPod และ USB
พร้อมระบบนำทางที่สามารถแสดงภาพแผนที่นำทาง 
และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
แบบบลูทูธเพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการสนทนาระหว่างขับรถ



สำหรับ Mitsubishi Lancer EX 2.0 GT Ralliart Concept 
ได้เคาะราคาที่ 1,085,000 บาท มีให้เลือกทั้ง 3 สีคือ
สีแดง สีบรอนซ์เงิน และสีเทาดำ

ส่วนรุ่น 1.8 GLS Ltd. Smart Concept 
 มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีบรอนซ์เงิน สีดำ เคาะไว้ที่ 945,000 บาท
ส่วน สีขาวมุก “White Pearl”  เคาะไว้ที่ 955,000 บาท 
ทั้ง 2 รุ่นผลิตเพียงแค่ 200 คันเท่านั้น และ 
รับประกันชุดแต่งเป็นเวลา 3 ปีหรือ 100,000 กม.
ใครสนใจไปชมกันที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ
  ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

๐๙ มีนาคม ๒๕๕๓

Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 31 Ecology Save The Earth รักรถ รักษ์โลก

การกลับมาอีกครั้งของมหกรรมยานยนต์ฝีมือคนไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
กับงาน Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 31
ที่งานนี้มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมกว่า 30 ค่าย 
เรามาดูกันว่าไฮไลท์ของงานในปีนี้มีอะไรบ้าง รวมไปถึงบทสัมภาษณ์จาก 
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการยานยนต์มานาน
และเป็นผู้บุกเบิกงานมอเตอร์โชว์ในประเทศไทยเป็นคนแรกในไทย

บนแรงกระเพื่อมของยอดขายรถยนต์ 2 เดือนแรกของปี 2553 
ที่ตลาดพลิกกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทำให้งานบางกอก มอเตอร์โชว์
ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นส่วนสำคัญของการต่อยอดการเติบโตของ
ตลาดรถยนต์ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดจองรถยนต์
ภายในงานที่คงความหมายถึงเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านที่หมุนสะพัดจากการจัดงาน
    ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ในฐานะประธานจัดงาน คงตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด


"หากย้อนไปดูยอดการจำหน่ายรถยนต์ใน 2 เดือนแรกของปีนี้ 
จะเห็นได้ว่าตลาดพลิกกลับมาเติบโตอีกครั้ง แน่นอน
ย่อมมีเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย อย่างแรกคือ เศรษฐกิจโลกเริ่มคลี่คลาย
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจึงกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ความเชื่อมั่นและแบ็กออเดอร์เกิดขึ้นมากมาย นี่คือสิ่งบอกเหตุที่ดีที่สุด 
ส่วนเรื่องการเมือง ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเราก็จะพบทางออก
  เพราะเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดเป็นครั้งแรกในประเทศ ไทย
"ทุกคนต้องมีสติ อย่าตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ"
 
มอเตอร์โชว์...ฝีมือคนไทย
     "ที่น่าสนใจ...ไทยเริ่มฟื้นตัวจากเศรษฐกิจแล้ว 
ปีนี้บริษัทรถยนต์หลายบริษัทหันกลับมาร่วมงานอีกครั้ง 
ไม่ว่าจะเป็นวอลโว่ ซูซูกิ ซูบารุ รวมแล้วมีบริษัทรถยนต์
เข้าร่วมงานกว่า 30 บริษัท และที่น่าดีใจ ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่น
ในศักยภาพของตลาดและการผลิตจากฐานผลิตในไทย 
จึงให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างดี"


คอนเซ็ปต์ "รักรถ รักษ์โลก" สื่อความหมายอะไร?
    "จะเห็นได้ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงขึ้นทุกวัน ทำให้คนต้องหันมา
ใส่ใจกับการรักษาธรรมชาติและประหยัดพลังงาน เพื่อจะทำให้โลกน่าอยู่ 
รถยนต์ก็เป็นผลพวงที่ทำให้เกิดมลภาวะและสิ้นเปลืองพลังงาน 
จึงต้องมีการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กหรืออีโคคาร์ รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ที่จะช่วยการประหยัดน้ำมันและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม 
วันนี้คนต้องเรียนรู้และถือเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ"

     "สำหรับปีนี้เป็นการจัดงานปีที่ 31...เราเริ่มมีการเพิ่มวันจัดงานจาก 10 วัน 
มาเป็น 12 วัน ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้ยังคงจัดงาน 12 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้
บริษัทรถยนต์ได้ร่วมงานกันอย่างเต็มที่ ความยิ่งใหญ่คงไม่ต้องพูดถึง 
เราจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี เราไม่ได้จัดแข่งกับใคร เราจัดแข่งกับตัวเอง
มีการนำเสนอรูปแบบใหม่ ๆ ภายในงานจะมีการนำเสนอสื่อรูปแบบใหม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอพระราชกรณียกิจของในหลวง
ผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ หน้าทางเข้างานในทุกวัน 
รวมถึงรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงใช้ในพระราชกรณียกิจ"

เชื่องานมอเตอร์โชว์ ตอกย้ำเศรษฐกิจเติบโต
    “แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้เรามั่นใจว่างานบางกอก มอเตอร์โชว์
จะเป็นอีกส่วนที่ผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง 
ความเชื่อมั่นของทุกบริษัทที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 
ส่งผลให้การสนับสนุนการจัดงานประสบความสำเร็จ 
รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเติบโตขึ้นด้วย
สิ่งสำคัญที่ตามมาคือ การจัดงานจะกลับมาคึกคักยิ่งกว่าเดิม”



    “อีโคคาร์” ไฮไลต์ของงาน พัฒนาการอุตสาหกรรมยานยนต์
    “ไฮไลต์ของงานปีนี้น่าจะอยู่ที่รถอีโคคาร์ คือ นิสสัน มาร์ช 
ที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานสูงยิ่ง
เนื่องจากเป็นรถขนาดเล็กที่สะดวกสบาย และประหยัดพลังงาน 
แถมมีราคาต่ำกว่า 4000,000 บาท เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ 
ซึ่งอีโคคาร์จะเป็นอีกโครงการที่จะได้รับการต่อยอด โดยคาดว่าจาก
นิสสัน ก็จะได้เห็นอีโคคาร์ของฮอนด้า ซูซูกิ มิตซูบิชิ ทาทา และโตโยต้า 
ที่จะตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ในเชิง
อนุรักษ์พลังงาน อย่างชัดเจน ที่สำคัญ ไทยจะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ
สำหรับการส่งออกอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวอีกสารพัดได้แก่ 
มาสด้า 2 ซีดานที่ต่อยอดความร้อนแรงจากรุ่น 5 ประตู
ฟอร์ด เฟียสต้า ซับคอมแพคท์สุดสวยที่เผยโฉมให้เห็น
ก่อนส่งมอบภายในไตรมาส 3 และฮุนได ทูซอน ที่กำหนดนิยามว่า Sexy SUV 


    รถจักรยานยนต์-กิจกรรม ร่วมเป็นสีสันมอเตอร์โชว์
    “นอกจากรถยนต์ที่น่าสนใจ ทั้งการเป็นรถใหม่และคอนเซ็ปต์คาร์แล้ว
รถจักรยานยนต์ก็เป็นอีกสีสันที่ผู้ชมงานให้ความสนใจ 4 บริษัทหลักอย่าง
ฮอนด้า ยามาฮ่า ซูซูกิ คาวาซากิ มากันครบ ซึ่งจะมีทั้งการเปิดตัวรถใหม่
การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังมีกิจกรรมมาสร้างสีสันอีกด้วย
สำหรับกิจกรรม ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ครบถ้วนเหมือนปีที่ผ่านมา
กิจกรรมยังเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน
เป็นสีสันที่เรียกคนได้แน่นขนัดทุกวัน
 
    บัตรผ่านประตู มีคุณค่า โชคดีเป็นเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์
    “บัตรผ่านประตู 100 บาท หางบัตรยังมีการมอบโชคให้ด้วย
ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนการประกวดมิสมอเตอร์โชว์
และมิสพรีเซ็นเตอร์ ยังมีการจัดอยู่เหมือนเดิม เราอยากจะทำให้คนไทย
ทุกคนได้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจกับการได้มีส่วนร่วมใน 
ความสำเร็จของงานมอเตอร์โชว์ระดับโลก เราอยากให้ทุกคนตั้งใจมาดูงาน
ซึ่งอาจโชคดีได้เป็นเจ้าของทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อีกด้วย”
 
    สุดท้ายกับความรู้สึกของคนจัดงานระดับโลก
    “ผมอยากเรียนให้รับทราบว่า ผมจัดงานอย่างทุ่มเททั้ง
พลังสมองและพลังงาน เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกับฝีมือคนไทย
งานคงยากที่จะประสบความสำเร็จ หากไร้ซึ่งความร่วมมือจากทุกบริษัท
และคนไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุน ความสำเร็จของงานจึงเป็น
ความสำเร็จของทุกคนที่เป็นคนไทย”
 
    ความรู้สึกของ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ในฐานะคนไทย
ด้วยจิตสำนึกที่จะทำให้คนไทยมีศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

 

Honda เตรียมนำ New Small Car Concept ต้นแบบอีโคคาร์มาโชว์ในงาน BIM ครั้งที่ 31

ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย เตรียมนำรถอีโคคาร์ต้นแบบ
New Small Car Concept ซึ่งเคยถูกจัดแสดงในงานนิวเดลี ออโต้ โชว์ 2010
มาโชว์ในงาน Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 31
ก่อนที่จะเผยโฉมตัวจริงปีหน้า


มร. อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด 
กล่าวสรุปว่า ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจาก
การใช้ชีวิตของคนปัจจุบันที่ ต้องการรถเล็กประหยัดน้ำมัน 
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แน่นอนรัฐบาลก็ทำคลอดโปรเจคท์
หมื่นล้านอีโคคาร์ได้สำเร็จในปี 2007



รถต้นแบบ Honda New Small Car Concept คือผลิตผลจากศูนย์วิจัย
และพัฒนารถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยรูปทรงโดดเด่นสะท้อนอนาคตและ
จะเตรียมต่อยอดพัฒนาเป็นอีโคคาร์ที่จะ จำหน่ายในประเทศไทยปีหน้า



สำหรับใครที่อยากเห็นต้นแบบจริงๆก็สามารถไปชมได้ที่
งาน Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 31
26 มีนาคม - 6 เมษายน 2010 ที่ไบเทค บางนา