AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๐๓ กันยายน ๒๕๕๒

TOYOTA แนะนำ อัลฟาร์ด รุ่น2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V





TOYOTA แนะนำ อัลฟาร์ด รุ่น2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว โตโยต้า อัลฟาร์ด รุ่น 2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V เคาะ3.199ล้านบาท

ข่าวนี้เพิ่งจะลงวันนี้(3 กันยายน 2552)จริงๆแล้วเจ้าโตโยต้า อัลฟาร์ด 2.4Vนั้น เปิดตัวไปในช่วง2-3สัปดาห์ที่แล้ว
แต่โตโยต้าก็เพิ่งมาลงข่าวในวันนี้ ทางโตโยต้าจึงสั่งนำเข้า อัลฟาร์ด รุ่น 2.4Vมาขายในไทย
เอาล่ะเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าโตโยต้า อัลฟาร์ด นั้นมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไร

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้สั่งนำเข้ารถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ดมาขายในประเทศไทย
อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551

เพื่อเป็นรถยนต์โดยสารสำหรับบุคคลระดับชั้นนำ โดยออกแบบให้ทุกรายละเอียดของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ
อย่างประณีต หรูหรา เหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย เพื่อให้ผู้ครอบครองสามารถสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษ
และเป็นนิยามใหม่ของยานยนต์แห่งการผ่อนคลาย เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



สำหรับการแนะนำรถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ด 2.4Vนั้น ทางโตโยต้าได้วางเครื่องยนต์ขนาด 2400 ซีซี
พร้อมอุปกรณ์ภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้รับการติดตั้งให้เหมาะสมกับ
การ ใช้งานในเมืองไทย อาทิ ภาษาบนปุ่มควบคุมต่างๆเป็นภาษาสากล
เบาะนวดไฟฟ้า 7 จุดสำหรับผู้โดยสาร ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ที่รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
การรับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานที่มากถึง 311 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งหมดนี้ทำให้โตโยต้า อัลฟาร์ด คุ้มค่าเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง”

อัลฟาร์ด 2.4V...คุณค่าที่คุ้มค่า
ภายนอก...หรูหรา โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์แห่งผู้นำ
สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม
- กระจังหน้าโครเมียม ดีไซน์หรู
- โคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบHID พร้อมปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
- ไฟท้ายแบบ LED
- มูนรูฟคู่ ในส่วนห้องโดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
ภายใน...สบายตลอดการเดินทาง
- เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ทุกความสบายตลอดการเดินทาง เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Smart Twin
ปรับรวมเป็นที่นั่งคู่ได้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด

- ประตูหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมด้วยชุดรีโมต หรือปุ่มควบคุมบริเวณผู้ขับขี่
- ระบบปรับอากาศพร้อมระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ด้วยเทคโนโลยีปล่อยประจุบวก-ลบ
พร้อมปรับแยกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ 3 โซน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง

- เครื่องเล่น DVD CD และ MP3 พร้อมช่องต่อ USB IPOD AUX รองรับการเชื่อมต่อ บลูธูท
แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วในด้านหน้าและจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 10.2 นิ้ว

- ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ 2 ภาษา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อุ่นใจทุกการเดินทาง
- ปลอดภัยกับกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ 6 จุดรอบคัน

เครื่องยนต์
2AZ-FE 2,400 ซีซี 16 วาล์ว DOHC VVT-i
กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
- เกียร์อัตโนมัติ CVT ซีเควนเชียลชิพ ให้ความนุ่มนวล ต่อเนื่อง ขณะเปลี่ยนเกียร์
- ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง
และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม นุ่มนวล ราบรื่น มั่นใจ ทุกการเดิน

- ระบบบังคับเลี้ยวแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS คล่องตัวทุกการควบคุม

ปลอดภัย ทุกการเดินทาง
- ถุงลม 9 จุด ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง แบบม่าน 4 ตำแหน่ง และที่เข่าผู้ขับขี่ 1 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยELR แบบ3จุด ทุกที่นั่ง พร้อมกลไกดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner & Force Limiter)
- ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ(EPS-VSC) ที่ผสานระบบควบคุมพวงมาลัยและระบบควบคุมการทรงตัว
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก(ABS)
- ระบบกระจายแรงเบรก(EBD)
- ระบบเสริมแรงเบรก(BA) ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในการเบรกกะทันหัน
- ระบบช่วยออกสตาร์ทในทางลาดชัน ป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัวในทางชัน เสริมความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่

อัลฟาร์ด 3.5V...รุ่นปรับปรุงโฉม
- หลังคามูนรูฟคู่
- ปลอดภัย สะดวกสบายกับฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติกระจกมองข้างปรับมุมอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง
- ทุกมิติภายห้องโดยสาร ตอบรับความสุขระดับหรู สู่สุนทรีย์ภาพแห่งการเดินทาง
- เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ทุกความสบายตลอดการเดินทาง
เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Smart Twin ปรับรวมเป็นที่นั่งคู่ได้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด

- ประตูคู่หน้าหุ้มหนังพร้อมตกแต่งด้วยลายไม้
- เสาภายในห้องโดยสารและในช่องเก็บของหุ้มสักหลาด
- ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางแบบเลื่อนได้
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิอิสระ 3 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศ พลาสม่าคลัสเตอร์ ระบบหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติ และช่องแอร์ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

4 สี สะท้อนความเป็นผู้นำ
- Gold Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 3.5 Q)
- White Pearl Crystal
- Silver Metallic
- Black

อัลฟาร์ดใหม่พร้อมให้คุณครอบครอง
- รุ่น 3.5Q ราคา 4,489,000 บาท
- รุ่น 3.5V ราคา 3,999,000 บาท
- รุ่น 2.4V ราคา 3,199,000 บาท

๐๒ กันยายน ๒๕๕๒

ฟอร์ดแนะนำเอสเคปเติมE20 รุ่นขับเคลื่อน2ล้อ






ฟอร์ด ประเทศไทยแนะนำเอสเคป อี20 ใหม่ พร้อมเพิ่มรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ XLT ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัย
และระบบอำนวยความสะดวกเหมือนรุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ

สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่ เป็นรถยนต์เอสยูวีสายพันธุ์แท้ที่มาพร้อมความสามารถรอบด้านและรองรับการใช้ งานที่หลากหลาย ถูกใจคนไลฟ์สไตล์ทันสมัย ด้วยดีไซน์ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ต ดุดัน พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 ได้ โดยเราได้เพิ่มรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ XLT ที่มีออฟชั่นใกล้เคียงกับรุ่นท็อปขับสี่มากที่สุด รวมทั้งยังได้จัดทำสีพิเศษ คือ สีขาว ไดมอนด์ ไวท์ อีกด้วย"

เอสเคป อี 20 ใหม่ ยังคงรักษาอารมณ์ความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแบบรถเอสยูวี ที่ให้ทั้งความแรง ความทนทานพร้อมลุย ตอบสนองดังใจ และประหยัดน้ำมันเหมือนเดิม พร้อมทั้งยังคงให้ทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีกว่า มาพร้อมกับดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมลุยในทุกรูปแบบ ถูกใจคนทันสมัยที่ใช้ชีวิตในเมือง โดยในรุ่น XLT ขับเคลื่อน 2 ล้อ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ
เช่น ถุงลมนิรภัย 4 จุด หลังคาซันรูฟ ระบบ cruise control ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เครื่องเล่น CD แบบ 6 เเผ่น 6 ลำโพง พร้อมที่ควบคุมบนพวงมาลัย ไฟตัดหมอกหน้า สปอยเลอร์หลัง สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง กระจกปรับและพับแบบไฟฟ้า
เบาะและพวงมาลัยหุ้มหนัง
พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว 5 ก้าน พร้อมยาง 215/70 R16


สำหรับเอส เคป อี20 ใหม่แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ คือ รุ่น 4X2 XLS และ 4X2 XLT มีสีพิเศษเพิ่มขึ้น
คือ สีขาว ไดมอนด์ ไวท์ (Diamond White) เพิ่มความโดดเด่น ทันสมัย ทั้งนี้ทุกรุ่นมีหลากสีให้ลูกค้าเลือกตามความนิยม
คือ สีเงิน มูนดัสต์ซิลเวอร์ (Moondust Silver) และ สีทองอ่อน ชิลล์ (Chill) สีน้ำเงินเข้ม โอเชียน บลู (Ocean Blue) และ สีดำ แพนเธอร์แบล็ค (Panther Black)


คงสมรรถนะในการขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์เบนซินดูราเทค VVT ความจุ 2,300 ซีซีที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน
โดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานของเอสเคป
เช่น การบังคับควบคุมที่แม่นยำเหนือระดับ ระบบคันเร่งไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ ให้การบังคับเลี้ยวและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ


นอก จากนี้ ฟอร์ด เอสเคป ยังอัดแน่นด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันได้แก่
-โครงสร้างแบบยูนิบอดี้หรือ monocoque
- ถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้า
และถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
-ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS)
-ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)

ราคา ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่

• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLS 2.3L 4x2 AT ราคา 1,099,000 บาท
• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLT 2.3L 4x2 AT ราคา 1,179,000 บาท
• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLT 2.3L 4x4 AT ราคา 1,279,000 บาท

เพื่อฉลองการเปิดตัว ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่ ฟอร์ดมอบโปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ 2.79% นาน 48 เดือน
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือ ฟรี ประกันคุณภาพ 5 ปี/ 100,000 กม. และ ค่าบำรุงรักษาฟรี 5 ปี/ 100,000 กม.
ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2552 นี้

๐๑ กันยายน ๒๕๕๒

ถึงเวลาปล่อยระเบิดลูกใหญ่ของมิตซูบิชิกับNew Lancer EX พร้อมปรับราคาLancer CNGลง

ถึงเวลาไประเบิดลูกใหญ่ของมิตซูบิชิกับNew Lancer EX พร้อมปรับราคาLancer CNGลง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมปล่อยระบิดลูกใหญ่ ขยับแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันเพื่อ
รองรับการเปิดตัวรุ่นใหม่ปลายปี เคาะราคาขายใหม่เริ่มต้นที่ 592,000 บาท ดีเดย์ 1 กันยายน
เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ารถเล็กถึงกลาง ชูความคุ้มค่าของรถทั้งรุ่นธรรมดารองรับอี 20 และ
รุ่น CNG ครบครันทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ ยังประกาศชื่อสำหรับแลนเซอร์ (หน้าฉลาม) รุ่นใหม่ แล้วว่า
จะทำตลาดในบ้านเรา ภายใต้“แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” (LANCER EX) ดีเดย์ 15 กันยายนนี้
ขายจริงตุลาคมนี้



มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ มีแผนแนะนำรถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ใหม่ สู่ตลาดเมืองไทย
ในช่วงปลายปีนี้นั้น บริษัทฯ จึงได้ปรับตำแหน่งของแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันเพื่อขยาย
ฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น โดยการปรับราคาขายใหม่เริ่มต้นที่ 592,000 บาท ถึง 682,000 บาท
สำหรับรถแลนเซอร์ 4 รุ่น ซึ่งจะยังคงมีให้เลือกทั้ง
- รุ่นธรรมดาที่รองรับการใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ E 20
- และรุ่นซีเอ็นจี (CNG) ที่สามารถเลือกใช้งานได้ 2 ระบบ ทั้งซีเอ็นจี (CNG)
หรือน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ อี 20

“ถึงแม้บริษัทฯจะมีการแนะนำแลนเซอร์รุ่นใหม่ในปลายปีนี้ แต่ในส่วนของแลนเซอร์
รุ่นปัจจุบัน เราก็ยังคงทำตลาดต่อไป ซึ่งผมเชื่อว่ารถรุ่นนี้จะยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้
าเห็นได้จากตัวเลขยอดขายในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ทั้งนี้เพื่อสร้างความชัดเจน
ให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น บริษัทฯ จึงได้ปรับตำแหน่งของแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันให้แตกต่างจากรุ่นใหม่
รวมทั้งขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมทั้งลูกค้ารถยนต์นั่งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง
โดยการปรับจำนวนรุ่นรถและกำหนดราคาใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เป็นรถที่
ตอบได้ทุกโจทย์ของความคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เพราะสามารถ
ใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและซีเอ็นจี พร้อมสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย
อย่างรถยนต์นั่งขนาดกลางในขณะที่ราคาอยู่ในระดับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งผมเชื่อว่า
การปรับตำแหน่งของแลนเซอร์ดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาพิจารณาแลนเซอร์มากยิ่งขึ้น
และมีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายของรุ่นปัจจุบันต่อไป “ มร.มูราฮาชิ กล่าว





Mitsubishi Lancer EX ....Sensational Intelligence
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีแผนจะแนะนำ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เจนเนอเรชั่นที่ 9
สู่ตลาดเมืองไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ (EX)
ซึ่งตัวอักษร EX มาจากคำว่า “Exceeding” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของรถที่ตอบสนองความต้องการ
ได้เหนือกว่าทั้งในด้านอารมณ์ความรู้สึกและการใช้งาน ไม่ว่าจากรูปลักษณ์ภายนอกและการตกแต่งภายใน
ที่ทันสมัย สมรรถนะในการขับขี่ ความสะดวกสบายของฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย รวมทั้งความปลอดภัย
และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯมั่นใจว่ายนตรกรรมล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
จะเป็นรุ่นที่มาเติมเต็มความต้องการของลูกค้า รวมทั้งกระตุ้นตลาดรถยนต์ของเมืองไทยได้อย่างแน่นอน






Mitsubishi Lancer & Lancer CNG : เน้นความคุ้มค่า ปรับราคาลดลงจากเดิม

สำหรับ Lancer รุ่นปัจจุบัน ยังคงความคุ้มราคา ด้วยการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ที่ให้
ความหรูหรากว้างสบายพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด
4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,600 ซีซี ควบคุมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยไฟฟ้า ECI (Electronic
Control Injection) 102 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ INVECS III CVT 6 สปีด
อีกทั้งยังมีเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้เลือกอีกด้วย ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ ด้านหน้าแบบ
แม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง พวงมาลัย
แร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ช่วยให้ง่ายต่อการควบคุม ปลอดภัยครบครันด้วยระบบ
ตัวถังนิรภัย RISE Body คุ้มครองตั้งแต่หน้าจรดหลัง พร้อมคานเหล็กนิรภัยในประตูลดการ
ยุบตัวเมื่อเกิดการชนจากข้างรถ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นจากระบบดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ
พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD

ที่สำคัญยังให้การประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E 20
ในขณะที่รุ่น ซีเอ็นจี (CNG) มาพร้อม เทคโนโลยี Bi Fuel System ที่สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้
2 ระบบทั้งก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีและน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ อี 20 พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์
และอุปกรณ์ CNG ซึ่งติดตั้งตามมาตรฐานของบริษัทฯ และประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.
โดยมี 4 สีให้เลือก คือ สีดำ สีเงิน สีบรอนซ์ทอง และ สีเทาดำ ใน 4 รุ่นดังนี้

1. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX เกียร์ธรรมดา 592,000 บาท
2. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CVT เกียร์อัตโนมัติ 632,000 บาท
3. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CNG เกียร์ธรรมดา 642,000 บาท
4. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CVT CNG เกียร์อัตโนมัติ 682,000 บาท

กำหนดการเปิดตัว มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์
ดีเดย์ วันที่ 15 กันยายนนี้ ในรอบสื่อมลชน ขายจริงตุลาคมนี้

๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

Test Riding:Honda CZ-i ขอโทษที่มาช้า

Review:Honda CZ-i ขอโทษที่มาช้า



หลังจากที่รอมากันตั้งนาน ในที่สุดก็เสร็จจนได้

กับรีวิวฮอนด้าซีแซด-ไอครับ

นับว่าถ้าใครติดตามเว็บบล็อกเมื่อปลายปีที่แล้ว

ผมได้ลงรีวิวฮอนด้าคลิกไอ แล้วบอกว่าฮอนด้าซีแซด-ไอ

จะมาในช่วงเดือนธันวาคมแต่กลับไม่ว่างครับ

เพราะมีหลายสาเหตุคือ

1.มีเรียน มีการบ้านบ้างเลยไม่ค่อยได้เขียนรีวิวแม้แต่นิดเดียวหลังจากที่ลงรีวิวฮอนด้าคลิกไอแล้ว

2.ข้อมูลยังไม่ค่อยครบครับ เพราะว่าหลังจากที่ผมทดสอบแล้วเกิดหลงๆลืมๆเล็กน้อยครับ

3.พอผมทดสอบฮอนด้าเวฟ110ไอ แล้วทดสอบฮอนด้าซีแซด-ไออีกครั้ง

4.เนื่องด้วยมีกิจกรรมที่ติดๆขัดๆจึงไม่สามารถเขียนต่อไปได้ งานจึงล่าช้า

แล้ววุ่นวายตรงที่ผมมาเขียนรีวิวฮอนด้าเวฟ110ไอ เนี้ยแหละ

4เหตุผลที่รีวิวCZ-iนั้นช้า ไม่เป็นท่าเลย(โทษกรูเลย)

ในเรื่องนี้นั้นคงต้อง”ทดสอบใหม่”




ผมได้ไปทดสอบใหม่อีกครั้งหนึ่งในงาน”C’mon Everybodyเมื่อวันที่ 8 มีนาคม2552

โดยหลังจากที่ลองเวฟ110ไอเสร็จก็มาลองเจ้าซีแซดไอซะเลย

ประวัตินั้นก็ไปดูได้ที่รีวิวWave110iได้เลยครับ

http://autothailand.blogspot.com/2009/05/test-ridinghonda-wave-110-i-pgm-fi.html

การออกแบบภายใต้แนวคิด “The New Advanced Basic Commuter for Next Generation”


ทั้งนี้เพื่อให้เป็นรถที่เป็นเสมือน “บัดดี้...ใหม่ ชีวิตเมือง” (New Buddy for the City Life)




ไฟหน้านั้นมีการออกแบบดูสปอร์ตสไตล์บัดดี้ครับ

ไฟท้ายออกแบบได้ดีครับ





พอขึ้นมาขี่ปั๊ป ก็พบแผงหน้าปัดซึ่งออกแบบได้ดีครับ ดูสบายตาแถมเข็มยาวด้วย



ที่เก็บของก็กว้างพอๆกับWave100และWave125

นอกจากนี้ยังมีKey Sutterที่ไม่เหมือนเจ้าWave 110 i

เพราะมันเป็นแบบธรรมดา เมื่อล็อกคอเสร็จแล้วต้องปิดม่านปิดรูเสียบกุญแจอีก




เครื่องยนต์


เครื่องยนต์

------------------รายละเอียดมาจากทางวิศวกร หลังจาการขับขี่------------------

เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ แบบโอเวอร์เฮดแคมชาพท์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ

ความจุกระบอกสูบ 109.1 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI

สามารถใช้น้ำมันเบนซิน91,แก็สโซฮอล์91และE20

เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นก่อนขนาด 100 ซีซี หรือประหยัดได้มากถึง 57 กิโลเมตร/ลิตร

(ทดสอบตามมาตรฐาน ECE 40 MODE) และสมรรถนะสูงด้วยอัตราเร่งที่มากขึ้น 25%

สมรรถนะการขับขี่ถือว่าดี ซึ่งมีบางส่วนที่เหมือนWave 110 i

แต่มีบางส่วนที่ไม่เหมือน เพราะว่าน้ำหนักของCZ-iนั้นเบากว่าWave 110 i

ส่วนในเรื่องเบรกถือว่าดี ด้านหน้าก็ใช้ดิสเบรก ส่วนหลังใช้ดรัมเบรก

ส่วนราคานั้น

เนื่องจากCZ-Iมีแค่รุ่นเดียวราคาของCZ-iตกอยู่ที่36,500บาท*

(*หมายเหตุ:1.ราคาดังกล่าวเป็นราคาในกรุงเทพและปริมณฑล 2.เป็นราคาประจำเดือนสิงหาคม2552)

มีสีสันทูโทน 3 แบบสี คือ

- ขาว-แดง (White Red Solid)

- น้ำเงิน-เทา (Blue Silver Sapphire)

- ดำ-เทา (Dark Black Silver)



รายละเอียดเพิ่มเติม






สรุป

เนื่องด้วยรถCZ-I เป็นรถสไตล์บัดดี้ เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวชอบไปทำงานกับเพื่อน

(ยกเว้นอย่างเดียวคือไปเป็นเด็กแว้น)

แล้วยังเป็นหัวฉีดอีกด้วย ถือว่าเป็นรถที่น่าสนใจมาก สำหรับCZ-i

ถ้าถามผมว่าคุ้มไหมกับราคา36,500บาท คำตอบคือ”คุ้มครับ”



ที้งทายสักนิดนึงกับรีวิวต่อไปพบกับ




Suzuki Skydrive





และFull Review(is my own) Yamaha Fino พบกันพฤศจิกายนนี้ครับ