AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ยอดขายเดือนมิถุนายน แชมป์พลิกล็อกโตโยต้าที่1ทั้งกระบะและเก๋ง

ยอดขายเดือนมิถุนายน แชมป์พลิกล็อกโตโยต้าที่1ทั้งกระบะและเก๋ง

ดูเหมือนว่าเดือนที่แล้วนั้น มีเหตุการณ์เปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อโตโยต้าสามารถโค่นฮอนด้าและอีซูซุได้สำเร็จ

ตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากวิกฤติการณ์การเงินโลกที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศไทยหดตัว ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีอัตราเติบโตลดลง 28% ปริมาณการขายรวม 231,428 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 96,056 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 135,372 คัน โดยเป็นรถกระบะขนาด 1 ตันในเซกเม้นท์นี้ 117,696 คัน
ในช่วงครึ่งปีแรก ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราหดตัว 13% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน มีอัตราการหดตัวมากถึง 35.3%
เป็นผลมาจากการหดตัวของการลงทุนและราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ”

สถิติการขายรถยนต์ ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2552
ตลาดรถยนต์รวม 231,428 คัน ลดลง 28.0%
รถยนต์นั่ง 96,056 คัน ลดลง 13.0%
รถเพื่อการพาณิชย์ 135,372 คัน ลดลง 35.9%
รถกระบะขนาด 1 ตัน 117,696 คัน ลดลง 35.3%

“สำหรับปริมาณการขายของโตโยต้านั้น ลดลงด้วยเช่นกัน โดยมียอดขายรวม 95,334 คัน ลดลง 29.9 % แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 41,541 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 53,793 คัน และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเม้นท์นี้ 48,678 คัน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 43.2% และ 39.7% และ 41.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามโตโยต้ายังครองอันดับ 1 ในด้านการขายในทุกตลาด”
“ในด้านการส่งออกรถยนต์ของเราใน 6 เดือนแรก มีปริมาณส่งออกทั้งสิ้น 102,179 คัน ลดลง 33% การส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่เป็นจำนวน 10,255 คอนเทนเนอร์ รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 65,000 ล้านบาท ลดลง 24%
เป็นผลกระทบจากวิกฤติการณ์การเงินโลก

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า 6 เดือนแรกของปี 2552
ปริมาณการขาย 95,334 คัน ลดลง 29.9% ส่วนแบ่งตลาด 41.2 %
รถยนต์นั่ง 41,541 คัน ลดลง 23.1% ส่วนแบ่งตลาด 43.2%
รถเพื่อการพาณิชย์ 53,793 คัน ลดลง 34.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.7%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 48,678 คัน ลดลง 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 41.4 %
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 41,827 คัน ลดลง 37.9% ส่วนแบ่งตลาด 39.5%

สำหรับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ในช่วงหลังของปี 2552
วิกฤติการณ์การเงินโลก และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ ดังเช่นต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากยอดขายรถยนต์ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น จะพบว่าตลาดรถยนต์มีอัตราการหดตัวน้อยลง และจะเป็นแรงบวกต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหลือ คาดว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้ จะมีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 22% ปริมาณการขาย 480,000 คัน ลดลงจากการประมาณการเมื่อตอนต้นปี 7.7% โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 202,000 คัน ลดลง 10.9% เนื่องจากยังคงมีความต้องการในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ในขณะที่ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 278,000 คัน ลดลง 28.4% รวมถึงรถกระบะขนาด 1 ตันในเซกเม้นท์นี้ 241,000 คัน ลดลง 27.8% ทั้งนี้ การชะลอตัวของภาวะเศษฐกิจ
ยังคงส่งผลลบต่อเนื่องต่อตลาดรถเพื่อการพาณิชย์และตลาดรถกระบะมากกว่าตลาดรถยนต์นั่ง”

ประมาณการยอดขายรถยนต์ ประจำปี 2552
ปริมาณการขายรวม 480,000 คัน ลดลง 22%
รถยนต์นั่ง 202,000 คัน ลดลง 10.9%
รถเพื่อการพาณิชย์ 278,000 คัน ลดลง 28.4%

ปัจจัยที่โตโยต้านำขึ้นเป็นอันดับ1 เพราะโตโยต้าได้เร่งการผลิต
รถยนต์รุ่นต่างๆของโตโยต้าทำให้ยอดขายนั้นอันดับ1
และอีกปัจจัยนึงคือโตโยต้าได้ทุ่มงบในการประชาสัมพันธ์รถยนต์ในรุ่นต่างๆของโตโยต้า


ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้า ปี 2552
ปริมาณการขายรวม 205,000 คัน ลดลง 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 42.7 %
รถยนต์นั่ง 90,500 คัน ลดลง 15.3% ส่วนแบ่งตลาด 44.8%
รถเพื่อการพาณิชย์ 114,500 คัน ลดลง 26.3% ส่วนแบ่งตลาด 41.2 %


ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนมิถุนายน 2552
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 43,402 คัน ลดลง 13.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 18,844 คัน ลดลง 16.2% ส่วนแบ่งตลาด 43.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,452 คัน ลดลง 17.4% ส่วนแบ่งตลาด 19.5%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,320 คัน ลดลง 8.0% ส่วนแบ่งตลาด 16.9%

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 18,746 คัน ลดลง 8.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,197 คัน ลดลง 17.6% ส่วนแบ่งตลาด 43.7%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 6,803 คัน ลดลง 7.1% ส่วนแบ่งตลาด 36.3%
อันดับที่ 3 เชฟโรเล็ต 1,237 คัน เพิ่มขึ้น 21.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.6%

3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)
ปริมาณการขาย 21,353 คัน ลดลง 15.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 9,676 คัน ลดลง 16.5% ส่วนแบ่งตลาด 45.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 7,920 คัน ลดลง 18.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,363 คัน เพิ่มขึ้น 20.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,126 คัน
โตโยต้า 1,276 คัน – มิตซูบิชิ 419 คัน - อีซูซุ 405 คัน – ฟอร์ด 26 คัน

4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,227 คัน ลดลง 20.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,400 คัน ลดลง 21.9% ส่วนแบ่งตลาด 43.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 7,515 คัน ลดลง 19.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,363 คัน เพิ่มขึ้น 20.6% ส่วนแบ่งตลาด 7.1%

5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 24,656 คัน ลดลง 16.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 10,647 คัน ลดลง 15.2% ส่วนแบ่งตลาด 43.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,452 คัน ลดลง 17.4% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,425 คัน เพิ่มขึ้น 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 5.8 %

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2552
1) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 231,428 คัน ลดลง 28.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 95,334 คัน ลดลง 29.9% ส่วนแบ่งตลาด 41.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 48,858 คัน ลดลง 31.4% ส่วนแบ่งตลาด 21.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 39,967 คัน ลดลง 7.3% ส่วนแบ่งตลาด 17.3%

2) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 96,056 คัน ลดลง 13.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 41,541 คัน ลดลง 23.1% ส่วนแบ่งตลาด 43.2%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 37,794 คัน เพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนแบ่งตลาด 39.3%
อันดับที่ 3 เชฟโรเล็ต 3,829 คัน ลดลง 29.1% ส่วนแบ่งตลาด 4.0%

3) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)
ปริมาณการ ขาย 117,696 คัน ลดลง 35.3%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 48,678 คัน ลดลง 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 41.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 45,874 คัน ลดลง 32.0% ส่วนแบ่งตลาด 39.0%
อันดับที่ 3 นิสสัน 8,430 คัน ลดลง 39.2% ส่วนแบ่งตลาด 7.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 11,886 คัน
โตโยต้า 6,851 คัน – มิตซูบิชิ 2,449 คัน - อีซูซุ 2,348 คัน – ฟอร์ด 238 คัน

4) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 105,810 คัน ลดลง 38.0%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 43,526 คัน ลดลง 31.6% ส่วนแบ่งตลาด 41.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 41,827 คัน ลดลง 37.9% ส่วนแบ่งตลาด 39.5%
อันดับที่ 3 นิสสัน 8,430 คัน ลดลง 39.2% ส่วนแบ่งตลาด 8.0%

5) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 135,372 คัน ลดลง 35.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 53,793 คัน ลดลง 34.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 48,858 คัน ลดลง 31.4% ส่วนแบ่งตลาด 36.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 8,610 คัน ลดลง 39.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายนและพฤษภาคม


ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายนและพฤษภาคม

ขออภัยที่อัพเดทช้า
สำหรับยอดเมื่อเดือนเมษายนนั้น ถือได้ว่าเป็นการเสียแชมป์ครั้งยิ่งใหญ่ของโตโยต้าในรอบ 3ปี
เพราะช่วงนั้นโตโยต้ากำลังชะลอการผลิต

ไม่ว่าจะเรื่องการผลิตคัมรี่ ไฮบริดเพื่อออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนกรกฏาคมและ
สภาวะการเมืองที่ร้อนระอุ
รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ติดลบ

ยอดขายรวมเมษายนขายได้ 39,413 คัน เปรียบเทียบเดือนเดียวกันปีที่แล้วลดลง 27.4%
ตลาดรถยนต์นั่งรวมขายได้ 15,981 คัน

เพิ่มขึ้น 4.2% แต่ตลาดเพื่อการพาณิชย์ขายได้ 23,732 คัน ลดลง 39.7%
และตลาดรถกระบะ 1 ตันขายได้ 21,039 คัน ลดลง 38.7%


ยอดขาย สะสม 4 เดือน 147,487 คัน ลดลง 31.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 59,949 คัน ลดลง 12.6%
รถเพื่อการพาณิชย์ 87,538 คัน ลดลง 40.8% รถกระบะ 1 ตัน 76,134 คัน ลดลง 40.3%

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนเมษายน 2552
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 39,713 คัน ลดลง 27.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,824 คัน ลดลง 30.2% ส่วนแบ่งตลาด 39.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,477 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 21.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 6,666 คัน เพิ่มขึ้น 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 16.8%

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 15,981 คัน เพิ่มขึ้น 4.2%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 6,473 คัน เพิ่มขึ้น 50.9% ส่วนแบ่งตลาด 40.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 6,066 คัน ลดลง 18.0% ส่วนแบ่งตลาด 38.0 %
อันดับที่ 3 นิสสัน 749 คัน เพิ่มขึ้น 6.4% ส่วนแบ่งตลาด 4.7 %
3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 21,039 คัน ลดลง 38.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,912 คัน ลดลง 36.2% ส่วนแบ่งตลาด 42.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,000 คัน ลดลง 34.6% ส่วนแบ่งตลาด 38.0 %
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,504 คัน ลดลง 60.0% ส่วนแบ่งตลาด 7.1 %

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,138 คัน
โตโยต้า 1,137 คัน – อีซูซุ 479 คัน – มิตซูบิชิ 475 คัน - ฟอร์ด 47 คัน

4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 18,901 คัน ลดลง 41.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 7,775 คัน ลดลง 39.1% ส่วนแบ่งตลาด 41.1 %
อันดับที่ 2 อีซูซุ 7,521 คัน ลดลง 34.8% ส่วนแบ่งตลาด 39.8 %
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,504 คัน ลดลง 60.0% ส่วนแบ่งตลาด 8.0 %
5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 23,732 คัน ลดลง 39.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 9,758 คัน ลดลง 36.2% ส่วนแบ่งตลาด 41.1 %
อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,477 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 35.7 %
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,523 คัน ลดลง 60.2% ส่วนแบ่งตลาด 6.4 %

ส่วนเดือนพฤษภาคมนั้น ดูเหมือนว่ายอดขายเดือนพฤษภาคมยังเหมือนเดือนเมษายน
สาเหตุคือ
1.Honda นำพายอดขายรถยนต์นั่งอันดับ 1 เป็นเดือนที่ 2 แล้วด้วยยอดขาย 7,268 คัน
ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงทำยอดขายอันดับ 1

ได้ก็เพราะ Toyota ชะลอการผลิตรถรุ่น Camry
เพื่อรอการผลัดโฉมไมเนอร์เชนจ์พร้อมรุ่นไฮบริด,Corolla Altis และ Vios

ปรับลดกำลังการผลิตทำให้มียอดสั่งจองค้างนาน 2-3 เดือนประกอบกับการชะลอทุ่ม
งบการตลาดรถยนต์ชั่วคราวหันมาทุ่มงบประชาสัมพันธ์ Vigo มากกว่า

2.Toyota ทำยอดขายได้ 6,557 คัน รถรุ่นหลักที่ขายดีต่อเนื่องแม้คู่แข่งจะเปิดตัวด้วยรูปลักษณ์สวยโฉบเฉี่ยว
ก็ตามคือ Vios ด้วยความคุ้มค่าของสินค้าในสายตาคนส่วนใหญ่ที่มักจะคาดหวัง
เรื่องราคาและของแถมลูกค้าส่วนใหญ่

มักเข้าใจกันดีกว่ารถประเภทนี้ไม่แตกต่างกันลิบลับขนาดนั้น
3.โอกาสที่ Toyota จะเร่งสปีดให้ทิ้งห่างคู่แข่งยังมีอีกมาก
ตอนนี้ยอดรวมตั้งแต่มกราคม-พฤษภาคมห่างจาก Honda แค่ 2 พันคันเท่านั้น

Chevrolet แม้สถานการณ์บริษัทแม่จะไม่ดีนักทำให้สาขาลูกในไทยต้องหมั่นสร้างความเชื่อ มั่นอย่างหนัก
ยอดขายเดือนพฤษภาคมทำยอดไม่เลวนักที่ 996 คัน ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับ Optra
4.ตลาดรถกระบะน่าจับตามองเป็นพิเศษ Toyota ปล่อยแคมเปญโฆษณานานติดต่อกันถึง 2 เดือน อาทิ ชุดสมาร์ทแค๊บดำเนินเรื่องโดยใช้เพลงฮิปฮอปประกอบท่าเต้น และชุดความคุ้มค่าหลังใช้นาน 4 ปี
กระตุ้นการรับรู้แบรนด์ Vigo สม่ำเสมอแต่กลับทำยอดขาย 7,310 คัน แพ้ ISUZU ที่ 7,811 คัน

ถ้า Toyota ประกาศยอดขายผ่านสื่อมวลชนว่า Vigo ยอดขายนำ D-max
ในเดือนพฤษภาคมเท่ากับว่ามีรายการตุกติกยอดขายกันเกิดขึ้นเพื่อสร้างความ เหนือชั้น

เจาะลึกยอดขายรวมตั้งแต่มกราคม-พฤษภาคม 2009 Toyota ทำยอดขาย 33,427 คัน
น้อยกว่า Isuzu 37,708 คัน ห่างกันถึง 4 พันคัน


ยอดขายรถยนต์ประเภทนั่ง(หน่วย : คัน)

ยี่ห้อ พ.ค.52 ม.ค.52-พ.ค.52
ฮอนด้า 7,268 30,991
โตโยต้า 6,700 33,344
เชฟโรเลต 996 2,592
นิสสัน 682 2,506
มาสด้า 424 1,909
เบนซ์ 396 1,829
มิตซูบิชิ 241 1,136
โปรตอน 230 1,069
บีเอ็มดับเบิลยู 138 596
ฟอร์ด 75 465
รวมทุกยี่ห้อ 17,361 77,310

ยอดขายรถปิกอัพล้วน (หน่วย : คัน)

ยี่ห้อ พ.ค.52 ม.ค.52-พ.ค.52
อีซูซุ 7,484 36,011
โตโยต้า 7,310 33,427
นิสสัน 1,454 7,067
มิตซูบิชิ 579 3,272
มาสด้า 444 2,177
เชฟโรเลต 404 2,260
ฟอร์ด 331 2,039
ทาทา 70 330
รวมทุกยี่ห้อ 18,076 86,583

ยอดขายรถยนต์รวมทุกประเภท (หน่วย : คัน)
ยี่ห้อ พ.ค.52 ม.ค.52-พ.ค.52
โตโยต้า 16,222 76,490
อีซูซุ 8,371 40,406
ฮอนด้า 7,621 32,647
นิสสัน 2,145 9,691
เชฟโรเลต 1,515 5,460
มิตซูบิชิ 1,220 6,439
มาสด้า 868 4,086
ฟอร์ด 503 2,799
เบนซ์ 410 1,913
โปรตอน 230 1,069
รวมทุกยี่ห้อ 40,539 188,026

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ฟอร์ด จับมือ มาสด้า เปิดโรงงงานแห่งที่2 ณ ระยอง




ฟอร์ด จับมือ มาสด้า เปิดโรงงงานแห่งที่ 2 ณ ระยอง

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และมาสด้า คอร์ปอเรชั่น สองบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก
ฉลองเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยแห่งใหม่ (แห่งที่ 2 ) มูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
หรือกว่า 17,000 ล้านบาทอย่างเป็นทางการที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย)
หรือ เอเอที จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า
(เริ่มเปิดผลิตจริงปลายปีนี้ 2552)

การเปิดโรงงานแห่งใหม่เป็นผลสำเร็จจากการขยายการลงทุน
ในศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับโลกของสองบริษัทยานยนต์ชั้นนำของโลก ซึ่งได้ประกาศโครงการลงทุนนี้เมื่อปี 2550


ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานใน
พิธีเปิดโรงงงานรถยนต์นั่งเอเอที โดยมี ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
นายเอริค จี.จอห์น ฯพณฯ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายเคียวจิ โคะมะจิ
รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ ฟอร์ด มาสด้า และเอเอที ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ

ณ โรงงานเอเอที ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง

โรงงานรถยนต์นั่งแห่งใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์นี้ จะเพิ่มการผลิตรถยนต์ของเอเอทีเป็น 275,000 คันต่อปี
โรงงานนี้จะผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาสด้า2 และฟอร์ด เฟียสต้า เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
และส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และแอฟริกาใต้ ปัจจุบัน
เอเอทีผลิตรถกระบะฟอร์ดและมาสด้าเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกไปยังกว่า 130 ประเทศทั่วโลก


นายเดวิด อัลเดน ประธานฟอร์ด อาเซียน เปิดเผยว่า “การลงทุนก่อสร้างโรงงานเอเอทีแห่งใหม่ที่เสร็จ
สมบูรณ์ ตอกย้ำถึงความสำคัญของเอเอทีต่อการดำเนินงานของเราในภูมิภาคนี้
และมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกระดับโลก ทั้งนี้
ภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตของฟอร์ดในเอเชีย
การที่เอเอทีสามารถผลิตรถได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของธุรกิจของเรา”


ในการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานเอเอทีในครั้งนี้ ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมของฟอร์ดและมาสด้า
นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา มีมูลค่ารวมถึงกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 51,000 ล้านบาท


ด้านนายมาซาฮารุ ยามากิ รองประธานบริหาร มาสด้า คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดเผยถึงโรงงานแห่งใหม่นี้ว่า
“โรงงานผลิตรถยนต์นั่งแห่งใหม่ของเอเอที จะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญตามกลยุทธ์การขยายธุรกิจของมาสด้าทั่วโลก
โรงงานแห่งนี้จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูงที่ทันสมัยที่สุด
ซึ่งจะทำให้เราสามารถผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพระดับโลก และโดดเด่นด้วยมาตฐานความปลอดภัย
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”


“โรงงานเอเอทีเป็นตัวอย่างที่สำคัญของความสำเร็จ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างพนักงานมาสด้า ฟอร์ด
และเอเอทีที่ได้ทุ่มเทเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน ผมมั่นใจว่าการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่แข็งแกร่งจะทำให้
เราฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายต่างๆ และนำพาเราไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจได้ต่อไป”

โรงงานแห่งใหม่นี้ได้มีการติดตั้งระบบการผลิตรถยนต์นั่งที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยใช้เทคโนโลยีที่มี
ระบบกระบวนการผลิตรถยนต์อัตโนมัติ รวมถึงการขึ้นรูปตัวถัง การประกอบรถยนต์ขั้นสุดท้าย
โรงพ่นสีรถยนต์ที่สามารถรองรับการพ่นสีได้ทั้งรถกระบะและรถยนต์นั่ง
ด้วยเทคโนโลยีการพ่นสีแบบซ้อนทับ 3 ชั้นแล้วอบสีเพียงครั้งเดียว
(Three Layer Wet Paint System) ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีคุณภาพระดับโลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถลดปริมาณสารอินทรีย์ไอระเหยและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
รวมทั้งของเสียจากการผลิตได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ให้คุณภาพสีที่ดียิ่งขึ้นด้วย

นิสสันกระตุ้นทีด้าเปิดตัวรุ่นพิเศษSPECIAL VERSION

กระตุ้นตลาดรถขนาดกลาง เปิดตัวทีด้า รุ่นพิเศษ แฮทช์แบ็ค 5 ประตู แต่งชุดสปอร์ตรอบคัน
มั่นในใจคุณภาพด้วยการนำเข้าทุกชิ้น ดูสวยเฉียบ สะดุดตาด้วยสีขาวมุก
ตั้งใจเขย่าตลาดให้มีสีสัน ตั้งราคา 7.8 และ 8.4 แสนบาท

ทีด้า สเปเชียล เวอร์ชัน ที่เพิ่มชุดแต่งรอบคัน เป็นของแท้นำเข้า คุณภาพดี ผลิตจากพลาสติกชนิดเอบีเอส ดูแนบเนียนกลมกลืน ตั้งแต่กระจังหน้า สเกิร์ตรอบคัน พร้อมสปอยเลอร์หลังคา

วัสดุทั้งหมดของชุดแต่งรอบคัน ทำจากพลาสติกเอบีเอส มีความแข็งแรง ทนทานและยืดหยุ่น ซึ่งแตกต่างจากชิ้นส่วนที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาส ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจได้ ทั้งคุณภาพและการติดตั้ง
เพราะได้รับการติดตั้งจากมาตรฐานโรงงานนิสสัน พร้อมให้การรับประกันคุณภาพ 1 ปี


นิสสัน ทีด้า สเปเชียล เวอร์ชัน แฮทช์แบ็ค พร้อมชุดแต่งรอบคัน มีเฉพาะสีขาวมุก
มี 2 รุ่นเครื่องยนต์ คือ

1.6G เกียร์อัตโนมัติ (ABS) ราคา 787,500 บาท

1.8G เกียร์อัตโนมัติ (ABS,เบาะหนังแท้) ราคา 840,500 บาท

๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ฟอร์ดจัดกิจกรรม"กล้าท้า กล้าให้ ภาค 2 "

ฟอร์ดจัดกิจกรรม"กล้าท้า กล้าให้ ภาค 2 "

กิจกรรมฟอร์ด กล้าท้า กล้าให้ ภาค 2 เพื่อโชว์และพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ทุกรุ่น โดยให้ผู้ทดลองขับได้สัมผัสประสบการณ์จริง โดยผู้ชนะจะได้รับคูปองเงินสด 1,000 บาท และรับทันที! คูปองเงินสดมูลค่า 200 บาท เมื่อเข้ามาทดลองขับรถฟอร์ดที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 - 31 กรกฎาคมนี้

ส่วนกิจกรรมจะจัดขึ้นตามจังหวัดต่างๆ ดังนี้ วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2552 หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี วันที่ 10-11 กรกฎาคม 2552 ที่หาดทรายโพธาราม จังหวัดราชบุรี วันที่ 17-19 กรกฎาคม 2552 ที่คาร์ฟูพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี วันที่ 24-25 กรกฎาคม 2552 ที่สนามบินเก่า จังหวัดเชียงราย และวันที่ 31 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2552 ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดเลย

๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒

YAMAHA SPARK NANO รถเกียร์ธรรมดาใหม่จากยามาฮ่า





ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รุกตลาดรถเกียร์ธรรดา เปิดตัว “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่”

มั่นใจรุกตลาดรถเกียร์เพิ่มยอดขาย พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์
ดีเดย์ขายวันที่ 17 กรกฎาคมนี้

และเปิดตัวแคมเปญโฆษณาตัวใหม่ทุกภาคทั่วประเทศ


“ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และความคุ้มค่าในการใช้งาน

บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า ด้วยคุณภาพ และราคาที่เหมาะสมสอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคนี้ จะได้รับการตอบรับอย่างดีจาก

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับลูกค้าทุกคน ยามาฮ่ายังได้พัฒนาจุดเด่นต่างๆ เพื่อให้ตอบ

สนองความต้องการของลูกค้า อาทิ

* เครื่องยนต์แกร่งขนาด 110 ซีซี ประหยัดน้ำมันแถมเติมแก๊สโซฮอล์ 91 ได้ รับประกันเครื่องยนต์นานถึง 3 ปี หรือ 30,000 กม.

* ดีไซน์ใหม่ทั้งคัน บังลมเพรียวกะทัดรัด ลดแรงต้าน ขี่สบายคล่องตัวทุกซอกซอย
* ไฟหน้าใหม่เอี่ยมแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์

* ไฟท้ายดีไซน์แบบรวมชุดเดียว (Build In Type) สว่างชัดทั้งไฟท้ายและไฟเบรก
* ที่เก็บของใต้เบาะใหม่ ขนาดใหญ่เก็บของได้จุใจ

* ระบบบำบัดไอเสียแบบกรอง 2 ตัว ลดมลภาวะได้มาตรฐานไอเสียระดับ 6 (EU3) เทียบเท่ารถยนต์
ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้ ยามาฮ่ามั่นใจว่าถูกใจลูกค้าแน่นอน



สำหรับกิจกรรม “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” นั้นได้ใช้ชื่องาน

“ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน สะออนทัวร์ทั่วไทย กับโปงลางสะออน” ในจังหวัดเป้าหมายนำร่อง 4 ภาคทั่วประเทศ

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมทั้งให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกันอย่างเต็มที่ ในภาคต่าง ๆ ดังนี้

* ภาคเหนือ จัดวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552 จังหวัดพะเยา

* ภาคกลาง จัดวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2552 จังหวัดชลบุรี

* ภาคใต้ จัดวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 จังหวัดกระบี่

* ภาคอิสาน จัดวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2552 จังหวัดอุดรธานี

ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวครั้งนี้อย่าง มากมาย เพราะในงานมีกิจกรรมความ

สนุกหลากหลาย อาทิ เกมส์ขับขี่รถสปาร์คนาโนใหม่ แข่งกับดารารับเชิญ เพื่อโชว์สมรรถนะความคล่องตัวของรถ

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี ซุ้มสินค้าของใช้พื้นบ้านราคาพิเศษสุดๆ เกมส์ใกล้ชิดโรงเรียนในพื้นที่

ทดสอบขับขี่ยามาฮ่าสปาร์ค
นาโน ใหม่ และปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตแห่งความสนุกสนานที่ทุกคนชื่นชอบ

จากพรีเซ็นเตอร์ยามาฮ่า คือ อี๊ด ลาล่า และลูลู่ วงโปงลางสะออน

นอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวไปแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมพิเศษ

เพื่อทำการประชาสัมพันธ์รถ “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” ให้ลูกค้า

ได้ทดลองขับขี่รถที่มีคุณภาพดี ให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

และจะดำเนินการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ บริษัทฯ ได้ตั้งราคาพิเศษช่วงแนะนำที่จะขายให้ถึงผู้ใช้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

* รุ่นดรัมเบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด ราคาขายคันละ 32,500 บาท*

* รุ่นดิสก์เบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด ราคาขายคันละ 34,500 บาท*

* รุ่นดิสก์เบรก สตาร์ทมือ และสตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด ราคาขายคันละ 36,500 บาท*

บริษัทฯ มั่นใจว่า ด้วยความเป็นสุดยอดรถแห่งความประหยัด คุณภาพดี เน้นถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน

และมีความทนทานเป็นเลิศของ “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” จะสามารถทำยอดขายได้เดือนละ 7,000 คัน

หมายเหตุ : *ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าจดทะเบียน และพ.ร.บ.

รถจักรยานยนต์ “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” สุดยอดประหยัดตัวใหม่ เครื่องยนต์แกร่งขนาด 110 ซีซี 4 จังหวะ

ทนทาน ประหยัดน้ำมัน ดีไซน์ใหม่ทั้งคัน มีให้เลือก 3 รุ่น

รุ่นดรัมเบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด มีทั้งหมด 4 สี
* แดง-ดำ
* น้ำเงิน-ดำ
* ขาว-ดำ
* ดำ-เทา
รุ่นดิสก์เบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด และรุ่นดิสก์เบรก สตาร์ทมือ และสตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด มีทั้งหมด 6 สี
* แดง-ดำ
* น้ำเงิน-ดำ
* ขาว-ดำ
* ดำ-เทา
* เขียว-ขาว
* ขาว-ชมพู
พบ และเป็นเจ้าของ พร้อมทั้งลองขับขี่ “ยามาฮ่า สปาร์ค นาโน ใหม่” คุ้มเงิน คุ้มงาน คุ้มนาน

สุดยอดประหยัดตัวใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไปที่โชว์รูมยามาฮ่าสแควร์

และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ



๐๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒

สีขาวมาทั้งตระกูลกับฮอนด้าWise Edition

สำหรับใครที่เคยพูดว่า"เมื่อไร ฮอนด้า ซิตี้ จะทำสีขาวซะที"แต่ตอนนี้ทำแล้ว แต่คราวนี้มากันทั้งตระกูล ทุกรุ่น ทุกแบบ
ในชื่อรุ่น Wise Edition พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ตและสัญลักษณ์พิเศษ Wise Edition
โดยแต่ละรุ่นมีจำนวนจำกัด และมีรายละเอียดดังนี้
นี้

ฮอนด้า ซิตี้ สปอร์ต โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยสีขาวใหม่ Taffeta White ที่มาพร้อมกระจังหน้าแบบสปอร์ต
สปอยเลอร์หลังแบบ Duck Tail และปลอกท่อไอเสียสแตนเลส ซิตี้ รุ่น Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น V AT (ABS) ราคา 631,000 บาท
และรุ่น AT AS ราคา 656,000 บาท


ส่วนฮอนด้า แจ๊ซ เร้าใจด้วยสีขาว Taffeta White พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ แจ๊ซ รุ่น Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น V AT ราคา 642,000 บาท
และรุ่น V AT (SRS) ราคา 662,000 บาท


สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค มาพร้อมสีขาว Taffeta White และภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่
กับชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง หม้อพักไอเสียแบบท่อคู่
และแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ซีวิค รุ่น Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น 1.8E AT AS ราคา 958,000 บาท
และรุ่น 1.8E AT AS (Navi) ราคา 1,013,000 บาท


ฮอนด้า ซีอาร์-วี สะกดทุกสายตาด้วยสีขาว Brilliant White Pearl นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อม เครื่องเล่นดีวีดี กระจกมองข้างแบบปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
สปอยเลอร์แบบ Tail Gate ปลอกท่อไอเสียและคิ้วบันไดสแตนเลส ซีอาร์-วี รุ่น Wise Edition
มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 2.0E ราคา 1,294,000 บาท


และรุ่นสุดท้าย ฮอนด้า แอคคอร์ด เรียบหรูเหนือระดับด้วยสีขาว Brilliant White Pearl พร้อมภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ นอกจากนี้ยังมีคิ้วบันไดข้างแบบ LED สปอยเลอร์หลังแบบ Duck Tail และกระจกมองข้างแบบปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลังเพิ่มความสะดวกและปลอดภัย ยิ่งขึ้น แอคคอร์ด รุ่น Wise Edition
มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 2.0E ราคา 1,292,000 บาท


สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ