AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๐๖ มกราคม ๒๕๕๓

พูดคุยกับเจ้าของเว็บ:กางแผนรถใหม่ปี 2010 ภาค 1

ปี 2009 นั้นประเทศไทยและทั่วโลกพบวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำเอา
ผู้ที่จะซื้อรถยนต์กลับชะลอกัน จนในช่วงปลายปีผู้บริโภคหันมาซื้อรถอีกครั้งใน
งาน Motor Expo 2009 เมื่อเดือนธันวาคม 2009 จนยอดขายภายในงานทะลุเป้า
ก้าวย่างปี 2010 รถรุ่นใหม่ๆก็จ่อคิวพร้อมเปิดตัวกันเกือบทุกค่าย
รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์ อีโค่ คาร์ คันแรกของเมืองไทย 
ออโตไทยแลนด์จึงนำบทความ"กางแผนรถใหม่ปี 2010"ขึ้นมา
เพื่อให้ผู้กำลังตัดสินใจที่ซื้อรถยนต์ มีเวลาในการตัดสินใจ 
โดยบทความนี้จะมี 2 ตอน มีค่ายรถถึง 9 ค่ายได้แก่
Mazda-Isuzu-Nissan-Toyota-Ford
-Mitsubishi-Chevrolet -Hondaและ TATA

ตอนนี้เรามาดูในแต่ละค่ายว่าจะมีอะไรมาเปิดตัวในประเทศไทย

หมายเหตุ:รายละเอียดรถและกำหนดการรถอาจจะเปลี่ยนแปลง
จะแจ้งอีกทีให้ทราบในหมวด Spy Short




Mazda



- Mazda 2 Sedan ปลายมกราคม
 - Mazda 3 Last Minor change

ค่าย ซูม-ซูม อย่างมาสด้าเมื่อปีที่แล้วก็ได้เปิดตัวรถยนต์อยู่หลายรุ่น
โดยปี 2009 ไตรมาสแรกได้เปิดตัว Mazda MX-5 ไมเนอร์เชน
พอไตรมาส 2 ก็เปิดตัว Mazda BT-50 ปรับเล็กๆน้อยๆ
แต่ไฮไลท์เด็ดก็อยู่ที่การเปิดตัว Mazda 2 ใหม่ ก็ทำยอดขายได้อย่างรวดเร็ว
จนเบียด Toyota Yaris ได้สำเร็จ แถมด้วยกับการเปิดตัว Mazda CX-9 
เพื่อยั่วน้ำลายเศรษฐีกระเป๋าหนัก 







พอมาปี 2010 มาสด้าก็เตรียมทีเด็ดอีกหนึ่งก็อก
นั้นก็คือการเปิดตัว Mazda 2 เวอร์ชั่น 4 ประตู(Sedan)
แน่นอนว่าเครื่องยนต์นั้นใช้ตัวเดียวกับรุ่น 5 ประตูคือ
1,500 ซีซี DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ S-VT
103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
ส่วนกำหนดการเปิดตัวนั้นคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมกราคม
ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนเก๋งรุ่นพี่อย่าง Mazda 3
ปีนี้ปรับเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่จะพบโมเดลเชนในปี 2011





ISUZU


ISUZU D-MAX AND MU-7 NEW VERIONS กันยายน-ตุลาคม



 ปี 2009 อีซูซุได้เปิดตัว อีซูซดีแมคซ์ และ อีซูซมิว-7 ซูเปอร์แพลททินั่ม
แล้วยังขึ้นแท่นเป็นผู้นำวงการปิกอัพเมืองไทย โดยการติดตั้งระบบนำทาง
ในนาม"i-GENii"ที่ได้เครื่องเล่น DVD อย่าง KENWOOD มาติดตั้งในรถ
พร้อมกันนี้ได้เจ้าพ่อ GPS อย่าง GARMIN มาเป็นระบบนำทางให้
สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยเหลือทีเดียว ค่ายอื่นๆถึงกับอึ่งไปตามๆกัน







มาปีนี้ แน่นอนว่าต้องไมเนอร์เชนอีกรอบหนึ่งดังที่เราได้
ตั้งฉายาให้กับอีซูซุว่า"เจ้าพ่อไมเนอร์เชน"งานนี้จะใช้ชื่ออะไรอีกล่ะ?
เอางี้ผมตั้งชื่อให้เป็น "Super Platinum Plus"


แถมด้วยว่าลูกเล่นนั้นเริ่มหมดแล้ว เพราะไม่ว่าจะกล้องมองหลัง
ระบบนำทาง แล้วที่นี้จะเอาอะไรมาเป็นออฟชํ่นที่เหนือกว่าคู่แข่งล่ะ?
ผมพูดได้คำเดียวว่า"ต้องติดตามกันให้ดีๆ"ส่วนช่วงเวลานั้น
แน่นอนก็ต้องเป็นช่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม
นับว่าเป็นการไมเนอร์เชนครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะพบกับตัว RT-50
ซึ่งเป็นตัวโมเดลเชนหรือเปลี่ยนใหม่หมดทั้งคันในปี 2011






Nissan 


- Nissan March (Eco Car) มีนาคมเจอกัน
- Navara Minorchange

 - NV200 & ALL NEW URVAN มาพร้อมกัน พฤศจิกายน


ค่ายนิสสันปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นฤกษ์ดีเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็น
การเปลี่ยนประธานบริษัทการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก"สยามนิสสัน ออโตโมบิล"
มาเป็น"นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย"
ช่วงไตรมาสแรกนิสสันก็เปิดตัว Nissan Teana ใหม่ ในรุ่น J32 
ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว ไตรมาสสามก็เปิดตัว
กระบะ 6 เกียร์อย่าง Navara ที่ได้เพิ่มเกียร์ออโตในรุ่นขับสองยกสูง
พร้อมชูคอนเซนป์"ECO PWR แรงกว่า ประหยัดกว่า"
พอมาไตรมาสสุดท้ายก็เปิดตัว TIIDA Minor Change และสุดท้าย
กับการกลับมาทำตลาดอีกครั้งของ X-trail ที่คราวนี้เอาเครื่องยนต์ 2.0 
และชุดเกียร์ CVT ของ Teana J32 มาใส่ มีแค่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น


มาปี 2010นิสสันก็เตรียมรถใหม่มาเปิดตัวในปีนี้

 ทีเด็ดนั้นก็คือรถยนต์ Eco Carนับเป็นค่ายแรกในเมืองไทยที่
จะเปิดตัวรถยนต์ อีโค่ คาร์ หลังจากที่ยืดเยื้อกัน
มานานในส่วนชื่อรถนั้นจะใช้ชื่อว่า"March(มาร์ช)"แล้วนิสสันเอง
จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก ในส่วนเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือก
ทั้งรุ่นคือดีเซลไม่เกิน 1,400 ซีซี และเบนซินไม่เกิน 1,300 ซีซี  
แล้วยังใช้ชุดเกียร์ CVT ชุดเดียวกับ Teana และ X-trail 
ส่วนช่วงเวลาเปิดตัวนั้นจะเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมนี้ซึ่ง
จะเป็นช่วงใกล้เข้าสู่งานมอเตอร์โชว์ 2010 ที่ไบเทค บางนา 








หลังจากนั้นช่วงประมาณไตรมาสสองและไตรมาสสาม นิสสันจะเปิดตัว
Nissan Navara Minor Change หลังจากทำตลาดมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว
ก็ถึงเวลาไมเนอร์เชนซะทีหลังจากปีที่แล้วก็เปิดตัว Navara Calibre
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมเปิดตัวสีพิเศษคือสีขาวมาจำหน่าย
สามารถทำยอดขายได้ดีระดับหนึ่ง ส่วนรายละเอียดนั้น
ต้องติดตามในหมวด Spy Short หลังจากนั้นก็จะเปิดตัว
รถตู้อเนกประสงค์อย่าง"Urvan"ที่คราวนี้ขอท้าชนกับ Toyota Hiace 
พร้อมกันนี้ยังจะเปิดตัว NV 200 รถอเนกประสงค์ซึ่งอาจะมาแข่งกับ
Honda Freed และ Toyota Alphard ส่วนการมานั้นจะมาในเดือนพฤศจิกายน








Toyota


-Vios Minor Change มาแน่มีนาคมนี้
-Hilux VIGO little Change จับตาดูให้ดี
-Toyota Yaris little Change กระตุ้นเพื่อเบียด Mazda 2
-Corolla Altis Minor Change อาจจะมา


ปีที่แล้ว โตโยต้าก็ได้จับรถแต่ละรุ่นมาแต่งหน้าทาปากให้สดใสขึ้นกว่าเดิม 
เริ่มกันที่ Toyota Yaris หลังจากโดน Honda Jazz ปรับโฉมใหม่หมด
จนพิฆาต Yaris อย่างหมูๆพอมาไตรมาสสองก็เปิดตัว Corolla Altis 
เครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี พร้อมกับปรับเพิ่ม 3 รุ่นและตัดไป 1 รุ่น
เพื่อหวังที่จะกระชาก Honda Civic ให้ลงมาจากที่ 1 ให้ได้
แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนมาถึงไตรมาสสามการมาของระบบไฮบริด
ก็สิ้นสุดลง เมื่อโตโยต้าเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำระบบไฮบริดมา
จำหน่ายในไทยโดยรุ่นแรกที่ได้ใช้คือ Camry Hybrid เปิดตัว
เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมปี 2008 จนประสบความสำเร็จโดยก่อนเปิดตัว
โตโยต้าก็ได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องบริการหลังการขายมาเป็นอย่างดี
หลังจากนั้นก็ได้เสริมทัพให้กับ Hilux Vigo ด้วยการเพิ่มรุ่น 2.5 E
ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง พร้อมกับเปิดตัวเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี
พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน(VN TURBO) จนขายดิบขายดี 
เพราะลูกค้าต้องการรถรุ่นนี้มาก แล้วยังต้องความแรงแบบเครื่อง 3,000 ซีซี
แต่ประหยัดแบบเครื่อง 2,500 ซีซี โตโยต้าจึงจัดให้ซะเลย

แล้วมีรถรุ่นอื่นๆที่เปิดตัวไม่ว่าจะเป็น Alphard 2.4 V , Corolla Advanced CNG
Fortuner 2.5G 2WD และ Vios รุ่นพิเศษ GT Street 


พอมาปีนี้ โตโยต้ายังมีทีเด็ดอยู่ โดยช่วงไตรมาสแรกโตโยต้าเตรียมส่ง
Vios Minorchange ซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับตัวญี่ปุ่น เพียงแต่ว่า
ขนาดเครื่องของไทยเป็น 1,500 ซีซี แต่ที่ญี่ปุ่นมีขนาด 1,300 ซีซี
ในส่วนการเปลี่ยนแปลงก็คงจะมีแค่ 2 อย่างคือกระจังหน้าลายรังผึ้งและ
ลายอัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว 8 ก้าน แล้วคาดว่าอาจจะเพิ่มหนึ่งอย่างคือ 
ช่องเชื่อมต่อแบบ AUX ในส่วนการมาของ Vios Minor Change 
คาดว่าจะมาในช่วงมีนาคมนี้ และถือว่าเป็นการดูตลาดของ Mazda 2 Sedan






หลังจากนั้น ก็จะถึงคิวของ Corolla Altis หลังจากที่ปี 2008
ก็ได้เพิ่มเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรเข้ามาทำตลาด
ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถเบียด Honda Civic ตกจากตำแหน่งที่ 1 ไปได้
ด้วยรูปทรงที่มีคนพูดว่า"มันเหมือนไมเนอร์เชนนะ"แล้วรวมถึงการไม่ปรับ
ฐานล้อให้ยาวกว่ารุ่นเดิม ฉะนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะปรับโฉมซะที
โดยการปรับโฉมคราวนี้จะต้องดูสดใสกว่าเดิม คาดว่าจะเปิดตัว 
ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม



แล้วก็มาถึงกระบะยอดฮิตอย่าง Hilux Vigo ที่อาจจะมีการปรับเล็กปรับน้อย
แล้วคาดว่าอาจจะเพิ่มรุ่น Prerunner 3.0G A/T ซึ่งเป็นไปได้ว่า
จะเปิดตัวภายในปีนี้ อีกทั้งคาดว่าเครื่องยนต์ 2.5 VN TURBO จะมาไว้ใน
รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ต้องดูกันต่อไป ส่วนกำหนดการนั้นให้
ติดตามในหมวด Spy Short แต่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้
สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือโตโยต้ากำลังจะโดนอีซูซุแซง
เพราะยอดขายเมื่อเดือนพฤศจิกายนประเภทรถกระบะนั้น
โตโยต้าห่างจากอีซูซุเพียงแค่ 3,000 คัน สิ่งเดียวที่ทำตอนนี้คือ
การอัดแคมเปญหรือข้อเสนอพิเศษเพื่อให้เรียกลูกค้าซื้อรถรุ่นนี้ให้ได้





นอกจากนี้โตโยต้าอาจจะมีแผนกระตุ้นตลาดให้กับ Yaris 
หลังจากที่โดนผลกระทบจากการเปิดตัวของ Mazda 2 
ส่งผลให้ Yaris นั้นตกเป็นรองของ Mazda 2 และ Honda Jazz
ดังนั้นโตโยต้าจึงเตรียมแผนกระตุ้นเจ้า Yaris เพื่อทวงศักดิ์ศรีของตนเอง
แต่อาจจะมีการปรับปรุงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีขึ้น
ส่วนกำหนดการนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม ต้องรอดูกันต่อไปว่า
จะสามารถแซง Honda Jazz และ Mazda 2 ได้หรือไม่
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 นี่คือภาคแรกของบทความ"กางแผนรถใหม่ปี 2010 "
แต่ยังมีภาค 2 นะครับ โดยภาค 2 จะมีทีเด็ดอะไรนั้นต้องติดตามกันครับ

เตรียมพบกับ พูดคุยกับเจ้าของเว็บ ตอน กางแผนรถใหม่ปี 2010 ภาค 2 เร็วๆนี้


 


๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

Update ผลการแข่งขัน เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009

หลังจากที่เราได้นำภาพบรรยากาศงาน เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009
ได้ให้คุณผู้อ่านได้ชมกันแล้ว วันนี้ทางออโต้ไทยแลนด์ได้นำผลการแข่งขัน
ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009 สนามสุดท้ายโดยนิรมิตสนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
ให้กลายเป็นสนามประลองความเร็วกัน ชนิดหัวใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว




 ก่อนที่จะทราบผลการแข่งขัน เรามาดูรายละเอียดสนามสุดท้ายกันก่อนครับ





สำหรับสังเวียนความเร็วเฉพาะกิจ “สนามกีฬาเชียงใหม่ 700 ปี” 
มีระยะทางต่อรอบทั้งสิ้น 2.2 กิโลเมตร 
ใกล้เคียงกับ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) 
โดยสั้นกว่าเพียง 200 เมตร เท่านั้น พื้นแทร็กส่วนใหญ่เป็น
พื้นลาดยางมะตอยและมีเพียงบางส่วนที่เป็นคอนกรีต

สนามนี้จะเป็นการวิ่งแบบวนซ้าย หรือทวนเข็มนาฬิกา นักขับต้องใช้ทักษะแทบ

ทุกอย่าง เนื่องจากสนามประกอบด้วยโค้งทั้งสิ้น 12 โค้ง
 มีทั้งโค้งความเร็วสูง และโค้งหักศอกที่ต้องใช้เกียร์ต่ำสุดถึงเกียร์ 1 
ความกว้างของแทร็กสูงสุดที่ 18 เมตร แคบสุดในบางโค้งที่ 8 เมตร

 ทางตรงระยะทางยาวถึง 4 เมตร ใช้ความเร็วสูงสุดได้กว่า 190 กม./ชม.




ตอนนี้เรามาดูผลการแข่งขันในแต่ละรุ่นกันครับ

เริ่มจาก Honda Jazz One Make Race



 เริ่มที่เกมการแข่งขันในรุ่น ฮอนด้า แจ๊ซ วันเมคเรซ ภาสฤทธิ์ พรหมสมบัติ 
จ่าฝูงในรุ่นนี้ ขับแบบประคองตัวเองให้จบการแข่งขันในเรซแรก
โดยจบการแข่งขันในอันดับ 3 และในเรซ 2 จบอันดับ 7 แต่ก็มีคะแนน
สะสมมากพอที่จะคว้าแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้ไปครอง โดยมี ธีรัตว์ นิตยสุทธิ์ 
นักแข่งดาวรุ่งโชว์ผลงานนัดปิดฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงคว้าแชมป์ไปทั้ง 2 เรซ



 
 
ผลการแข่งขัน ฮอนด้า แจ๊ซ วันเมคเรซ เรซ 1
อันดับ 1 • ธีรัตว์ นิตยสุทธิ์ 18.01.752 นาที
อันดับ 2 • ฉัตรพล เจียมวิจิตร 18.10.954 นาที
อันดับ 3 • ภาสฤทธิ์ พรหมสมบัติ 18.14.112 นาที
อันดับ 4 • เพียว หงส์ปาน 18.17.126 นาที
อันดับ 5 • ธนิน ไพศาลศรีศิลป์ 18.17.672 นาที

ผลการแข่งขัน ฮอนด้า แจ๊ซ วันเมคเรซ เรซ 2
อันดับ 1 • ธีรัตว์ นิตยสุทธิ์ 18.08.298 นาที
อันดับ 2 • ธนิน ไพศาลศรีศิลป์ 18.19.906นาที
อันดับ 3 • อลงกรณ์ ยั่งยืน 18.23.196 นาที
อันดับ 4 • ณัยนพ ภิรมย์ภักดี 18.30.071 นาที
อันดับ 5 • เพียว หงส์ปาน 18.30.274 นาที




รุ่น Honda Civic One Make Race




งานนี้ต้องลุ้นกันทั้ง 2 เรซ โดย นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ จ่าฝูงในคลาสเอ
กับ อาภาธร กรรณสูตร มีคะแนนสะสมห่างกันเพียง 1 แต้มเท่านั้น
ต้องมาชิงกันในสนามสุดท้าย ในคลาสบี-ซี สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ 
มีคะแนนสะสมนำอยู่ ในช่วงการแข่งขันเรซ 1 บรรดาจ่าฝูง
ต้องรักษาอันดับในการเข้าเส้นชัยโอกาสจึงเป็นของ
นักแข่งดาวรุ่ง แจ็ค แลมวาร์ดที่เข้าวินในเรซนี้ไป โดยมี กันตศักดิ์ กุศิริ


ตามเข้ามาในอันดับ 2 และ อาภาธร กรรณสูตร เข้ามาอันดับ 3 คะแนน
สะสมขึ้นนำทันที โดยมี นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ ตามเข้ามาอันดับ 4

หลังจากศึกในเรซที่ 2 เริ่มขึ้น แจ็ค แลมวาร์ด ขึ้นนำตั้งแต่ออกสตาร์ต
ตามมาด้วย นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ และ กันตศักดิ์ กุศิริ 
แต่หลังจากผ่านไปครึ่งทางแจ็คกลับมีอาการแผ่วปลาย โดนนราศักดิ์
แซงขึ้นมานำพร้อมด้วยกันตศักดิ์ที่ขึ้นมาอยู่อันดับ 2
  ส่วนว่าที่แชมป์อาภาธร เสียท่าพลาดในโค้งยังผลให้หมดโอกาส
ลุ้นแชมป์ประจำไปทันทีท้ายที่สุดนราศักดิ์โกยแชมป์นัดปิดฤดูกาลไป
และเป็นแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้คลาสเอ   ส่วนแชมป์ประจำปี
คลาสบี-ซี เป็นของ สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ




ผลการแข่งขัน ฮอนด้า ซีวิค วันเมคเรซ เรซ 1
อันดับ 1 • แจ็ค แลมวาร์ด 17.33.078 นาที
อันดับ 2 • กันตศักดิ์ กุศิริ 17.33.373 นาที
อันดับ 3 • อาภาธร กรรณสูตร 17.34.683 นาที
อันดับ 4 • นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ 17.35.305 นาที
อันดับ 5 • สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ 17.47.267 นาที

ผลการแข่งขัน ฮอนด้า ซีวิค วันเมคเรซ เรซ 2
อันดับ 1 • นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ 17.38.856 นาที
อันดับ 2 • กันตศักดิ์ กุศิริ 17.40.634 นาที
อันดับ 3 • แจ็ค แลมวาร์ด 17.47.597 นาที
อันดับ 4 • สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ 17.53.024 นาที
อันดับ 5 • ขจรศักดิ์ ณ สงขลา 17.54.696 นาที  




Honda Pro Cup





ซึ่งเป็นการแข่งขันอีกหนึ่งรุ่น ที่แฟนกีฬาความเร็วต้องตามลุ้นกัน
แบบห้ามกระพริบตา เพราะแมทช์นี้เป็นการช่วงชิงแชมป์ระหว่าง กรัณฑ์ ศุภพงษ์ 
กับทายาทสิงห์ ปิติ ภิรมย์ภักดี แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้าง ปิติ มีอุบัติเหตุในสนามกับ
นักแข่งคลาสบี ศุภชัย วีระบวรพงศ์ ต้องออกจากการแข่งขันไปในเรซแรก
โดยมี โทนี่ เพอร์ซี่ คว้าชัยในเรซนี้ไป 

ส่วนการแข่งขันในเรซที่ 2 ภาสกร แย้มเกตุหอม ออกนำตั้งเริ่มเกม
โดยมี โทนี่ เพอร์ซี่ ไล่ตามติดกดดันอยู่ตลอดเวลา
 ตามมาด้วย พัฒวิช พยัฆโส ว่าที่แชมป์ กรัณฑ์ ศุภพงษ์ 
 ขับแบบประคองตามมาอันดับ 4 ส่วน เรย์ แม็คโดเนล ตามมาอันดับ 5

เหลือ การแข่งขันอีกเพียง 1 รอบ เรย์รถมีปัญหาต้องออกจากการแข่งขัน
ไปอย่างน่าเสียดายโดยภาสกร สามารถคว้าแชมป์ในเรซนี้
ส่วนแชมป์ประจำปีเป็นของ กรัณฑ์ ศุภพงษ์



ผลการแข่งขัน ฮอนด้า โปร คัพ เรซ 1
อันดับ 1 • โทนี่ เพอร์ซี่ 29.03.476 นาที
อันดับ 2 • กรัณฑ์ ศุภพงษ์ 29.03.787 นาที
อันดับ 3 • พัฒวิช พยัฆโส 29.07.937 นาที
อันดับ 4 • ธำรง มหาดำรงกุล 29.10.234 นาที
อันดับ 5 • เรย์ แม็คโดเนล 29.10.801 นาที

ผลการแข่งขัน ฮอนด้า โปร คัพ เรซ 2
อันดับ 1 • ภาสกร แย้มเกตุหอม 20.57.473 นาที
อันดับ 2 • โทนี่ เพอร์ซี่ 21.02.093 นาที
อันดับ 3 • พัฒวิช พยัฆโส 21.05.665 นาที
อันดับ 4 • กรัณฑฺ ศุภพงษ์ 21.05.951นาที
อันดับ 5 • ภาสฤทธิ์ พรหมสมบัติ 21.21.502 นาที



ผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับเรซ รุ่น เรซซิ่ง คอมแพ็กต์
อันดับ 1 • ศรัณย์ ทรัพย์เกษม 14.15.276 นาที
อันดับ 2 • วสันต์ นิธิวนา 14.31.164 นาที

ผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับเรซ รุ่น เรซซิ่ง ซิงเกิลแคม
อันดับ 1 • บารมี อัมพรตระกูล 13.44.773 นาที
อันดับ 2 • ธงชาติ ดำรงประเสริฐ 13.46.118 นาที
อันดับ 3 • สุวิชัญญ์ สุขมาลยมาศ 13.47.975 นาที

ผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับเรซ รุ่น เรซซิ่ง ทวินแคม
อันดับ 1 • จตุพล ธารเหลืองทอง 13.43.155 นาที
อันดับ 2 • อรรณัส นายเรือ 13.46.317 นาที
อันดับ 3 • สิริศักดิ์ มัณฑุกัมพล 13.51.895 นาที







 นอกเหนือจากเกมประลองความเร็วที่ให้แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้ลุ้นกันแล้ว
ฮอนด้า ยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆ อาทิ เล่นเกมส์ รับของรางวัลจากฮอนด้า

รวมถึงมินิคอนเสิร์ตจากวง ‘มาย’ ที่ทำหน้าที่สร้างความบันเทิงให้กับ
ผู้ที่มาเข้าชมการแข่งขันในสนามนี้

คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร  ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)
  เปิดเผยว่า “ในปีนี้นับว่ากิจกรรม ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส
ประสบความสำเร็จอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาพรวมการจัดงาน
  สีสันของกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ความสนุกสนานของเกมการแข่งขัน
 ที่ได้รับการตอบรับทั้งนักแข่งชั้นนำระดับประเทศ
 รวมถึงนักแข่งดาวรุ่งที่ใช้เวทีมาพิสูจน์ฝีมือกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอบรับของผู้ชมในแต่ละสนามที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทางบริษัทจึงเตรียมแผนต่อยอดความสำเร็จในปีหน้าอย่างเต็มที่
ด้วยการปรับเพิ่มกิจกรรมอีกหลากรูปแบบ
ส่วนรายละเอียดนั้นจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”



 

สำหรับใครที่พลาดงานนี้ไป

ท่านสามารถชมเทปบันทึกการแข่งขัน เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009
ได้ในวันที่ 31 ธ.ค.52 เวลา 16.00-17.00 น. ทางช่อง 7 สี 
ชมภาพบรรยากาศงาน ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009 เพิ่มเติมได้ที่
http://autothailand.blogspot.com/2009/12/2009.html

แล้วพบกันใหม่กับ Honda Racing Fest 2010





๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒

ภาพบรรยากาศ เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส 2009


เว็บ Autothailand ได้ร่วมงาน เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส
เว็บออโตไทยแลนด์เป็นเว็บแรกที่ลงภาพงาน เชียงใหม่ ฮอนด้า เรซซิ่ง เฟส
ก่อนเว็บที่ให้ข่าวสารวงการยานยนต์ ไปชมภาพบรรยากาศได้เลย

ส่วนใครจะเป็นแชมป์นั้น วันพุธนี้จะรายงานให้ทราบกันครับ






















๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒

มาสด้า บีที-50 คว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมจากผลสำรวจทั่วประเทศ







กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 10 ธันวาคม 2552 – นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด 
รับมอบรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม (TAQA Award) ซึ่งรถสปอร์ตปิคอัพ
มาสด้า บีที-50รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู สามารถพิชิตรางวัลประเภท
รถเพื่อการพานิชย์ขนาด 1 ตันแบบ 4 ประตู  โดยมี นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี 
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีพร้อมด้วยนายสุกิจ ตันสกุล

  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด
 ผู้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคจากการแสดงความคิดเห็น
ผู้ใช้รถ ยนต์กว่า 6,500 รายทั่วประเทศ 
และนายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 
ร่วมในพิธีรับมอบ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี










รายงานยอดขายเดือนพฤศจิกายน 2552




๐๖ ธันวาคม ๒๕๕๒

Honda CR-V ใหม่ มาหลังตลาดโลกเพียง 2 เดือน

หลังจากที่ฮอนด้าประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัว Honda CR-V ใหม่
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาหลังจากนั้นเวอร์ชั่นอเมริกาได้
เปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายน-ต้นเดือนตุลาคม
จนมาถึงต้นเดือนธันวาคม
ฮอนด้า ประเทศไทย ได้เปิด ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่(ซะที)









ภายนอก
ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่มีการออกแบบให้ดุดันขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่
 ที่ดูสปอร์ตขึ้นไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ กันชนหลังดีไซน์สปอร์ตใหม่ 
ล้ออัลลอยด์ลาย 7 ก้าน ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว(ในรุ่น 2.0 L)
ล้ออัลลอยด์ลาย 5 ก้าน ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว(ในรุ่น 2.4 L)









ภายใน
ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี มีการตกแต่งเล็กน้อยด้วยมือจับ
เปิดประตูคู่หน้าดีไซน์ใหม่ระบบเครื่องเสียงดีไซน์ใหม่
  ภายในก็มีทั้งสีดำและสีเบจตามแต่สีตัวถังภายนอก
เบาะนั่งด้านหน้าเป็นแบบไฟฟ้า ปรับได้ถึง 8 ทิศทาง *
(*เฉพาะรุ่น 2.4 L 4WD เท่านั้น)









พร้อมได้เพิ่มเครื่องเล่น DVD พร้อมจอแบบ Touch Screen
ติดตั้งระบบนำทาง Navigator พร้อมกล้องมองหลัง ซึ่งมีเฉพาะรุ่น 2.4 Lเท่านั้น





เครื่องยนต์
ฮอนด้า ซีอาร์-วี ยังคงใช้แบบเดิม
รหัส K24A บล๊อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,354 ซีซี
วาล์วแปรผัน i-vtec 170 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 22.4 กิโลกรัมเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที





ส่วนอีกหนึ่ง รหัสR20A บล๊อก 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,997 ซีซี
วาล์วแปรผัน i-VTEC 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 19.4 กิโลกรัมเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที


ทั้ง 2 รุ่น ใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ควบคุมด้วย
ระบบอิเล็กทรอนิคส์ Grade Logic Control พร้อม D3 Mode 
ระบบบังคับควบคุมในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 
พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS)
ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฮดรอลิค


 ช่วงล่าง
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอสันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง







ความปลอดภัย


ฮอนด้า ซีอาร์-วี ได้มีระบบเบรกแบบ ABS กระจายแรงเบรกด้วย EBD 
เสริมแรงเบรกด้วย BA พร้อมได้เพิ่มระบบควบคุมการทรงตัว VSA ในรุ่น 2.4 L
มีถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่อัจฉริยะ โครงสร้างนิรภัยแบบG-CON
ระบบกุญแจแบบ Immobilizer และอื่นๆอีกมากมาย










Line Up

ในส่วนรุ่นของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี มีทั้งหมด 4 รุ่น จากรุ่นก่อนที่มีแค่ 3 รุ่น*
ในเรื่องราคานั้นมีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 5,000-120,000 บาท ราคามีดังต่อไปนี้
                        
  •  รุ่น 2.0 S ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ราคา 1,130,000 บาท
  •     รุ่น 2.0 E ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ ราคา 1,244,000 บาท
  •     รุ่น 2.4 EL 2WD ขับเคลื่อนล้อหน้า ราคา 1,424,000 บาท
  •  รุ่น 2.4 EL ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ ราคา 1,513,000 บาท




หากใครสนใจที่จะไปสัมผัสและทดลอง ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ 
สามารถไปชมได้ในงาน Motor Expo 2009
ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี วันนี้จนถึงวันที่ 13 ธ.ค.52 
และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ




อีซูซุฉลอง1ล้านคันในไทย พร้อมต้อนรับการกลับมาของ"The Adventure - ภารกิจพิชิตโลก"

อีซูซุสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการยานยนต์
ด้วยการฉลองยอดขาย 1 ล้านคันทั่วประเทศไทยเป็นระยะเวลาเพียง 7 ปี
อีซูซุจึงจัดงาน"อีซูซุดีแมคซ์ล้านคัน...ล้านความเชื่อมั่นในไทย"
พร้อมกับการต้อนรับคณะคาราวาน"The Adventure - ภารกิจพิชิตโลก"
หลังจากไปพิชิตเบสแคมป์(Base Camp)ที่เอเวอร์เรส
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของอีซูซุดีแมคซ์







เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลล์จำกัด ได้จัดงาน
"อีซูซุดีแมคซ์คันล้าน ... ล้านความเชื่อมั่นในไทย" ประกาศความสำเร็จของ

รถตระกูล"อีซูซุดีแมคซ์" ด้วยยอดจำหน่ายครบ 1 ล้านคันในประเทศไทย
ด้วยระยะเวลาเพียง 7 ปีเศษนับว่าเป็นสถิติรถที่ขายดีที่สุดเท่าที่เมืองไทย
เคยมีมาด้วยมหกรรมความสุข เต็มรูปแบบตลาดนัดสินค้าราคาลดกระหน่ำ
รวมทั้งแคมเปญสุดพิเศษและเงื่อนไข ดีๆเมื่อซื้อรถ "อีซูซุซูเปอร์แพลททินั่มใหม่!
ทุกรุ่นในงานพร้อมต้อนรับการกลับสู่ประเทศไทยของ
คาราวาน "The Adventure - ภารกิจพิชิตโลก" ที่ฟันฝ่าระยะทางกว่า
15,000 กม. ผ่าน 4 ประเทศ 1 เขตการปกครองตนเองสู่ "เอเวอเรสต์เบสแคมป์ "
  
 



มร. ฮิโรชินาคางาวะกรรมการผู้จัดการบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัดกล่าวว่า 

"จากการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทยของ" อีซูซุดีแมคซ์ "
เมื่อจนถึงกลางปีพ. ศ. 2545 พัฒนาการใหม่ล่าสุด

"อีซูซุดีแมคซ์ซูเปอร์แพลททินั่ม"ในปีนี้กระแสความนิยมของ 
"อีซูซุแมคซ์" ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนำไปสู่
ความสำเร็จมียอดจำหน่ายครบ 1 ล้านคัน
ในระยะเวลาอันสั้นเพียง 7 ปีเศษเท่านั้นความสำเร็จของอีซูซุดีแมคซ์
ในฐานะรถยอดนิยมสูงสุดของคนไทยมา จากความสมบูรณ์แบบ
ในทุกๆด้านที่สามารถตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้
รถได้ยอดเยี่ยมและเป็นรถที่มี "ความคุ้มค่าเงินสูงสุด" ซึ่งได้แก่
ประหยัดน้ำมันสุด แข็งแกร่งทนทานสุด ปลอดภัยสุด หรูหราสะดวกสบายสุด
ราคาขายต่อดีสุดนอกจากนี้ความสำเร็จดังกล่าว
 ยังก่อให้เกิดพัฒนาการของ "ประชาคมอีซูซุ "ที่แข็งแกร่งและ
แพร่ขยายไปทั่วประเทศเป็นประชาคมที่ให้ความสำคัญและสนับสนุน
ซึ่งกันและกันเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่มีแต่ความสุขและความเจริญ
 ในรูปแบบ" วิถีอีซูซุ "นั่นคือผู้ใช้สุขใจเพิ่มพูนรายได้ช่วยให้สังคมพัฒนา "






งาน "อีซูซุดีแมคซ์คันล้าน ... ล้านความเชื่อมั่นในไทย" จึงเป็นงานเฉลิมฉลอง
ครั้งใหญ่พื่อเป็นการขอบคุณความเชื่อมั่นที่ผู้ใช้รถอีซูซุในประเทศไทย
มอบให้รถ"อีซูซุดีแมคซ์ "ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาโดย
ได้รวมกิจกรรมพิเศษสุดไว้มากมายตลอดวันอาทิแคมเปญและ เงื่อนไข
พิเศษสุดสำหรับผู้สนใจเป็นเจ้าของรถ" อีซูซุซูเปอร์แพลททินั่ม "ทุกรุ่น
ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบจากดาราดังมากมายยลโฉมนางสาวไทย
และรองนางสาวไทยปีล่าสุดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้รับ
การสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจของอีซูซุ

ตลอดจนกลุ่มธุรกิจของชาวประชาคมอีซูซุที่รวบรวม
กองทัพสินค้านานาชนิดอาหาร ดังขึ้นชื่อและของใช้คุณภาพดี
ราคาถูกมาให้จุใจอย่างเลือกซื้อพร้อมกันนั้นยังมีพิธี
ต้อนรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทยของคาราวาน
"The Adventure - โลกภารกิจพิชิต"ซึ่งได้เดินทางกว่า 15,000 กม.
  ผ่าน 4 ประเทศ 1 เขตการปกครองเริ่มตั้งแต่ไทย-ลาว- จีน-ทิเบต-เนปาล
สู่เบสแคมป์ (Base Camp) ของยอดเขาเอเวอเรสต์
ถือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งทนทานของรถ "อีซูซุดีแมคซ์ "
รถปิกอัพสัญชาติไทยคุณภาพระดับโลก






"อีซูซุดีแมคซ์" ล้านคัน ... ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยล้านพลัง
"อีซูซุดีแมคซ์" เป็นผลงานชิ้นโบแดงตามโครงการพัฒนารถปิกอัพของ

กลุ่มอีซูซุเพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้ใช้รถปิกอัพทั่วโลกอย่าง
ครบถ้วนที่สุดโดยมีขั้นตอนสำคัญในการออกแบบคือการจัดสำรวจความคิดเห็น
ของผู้บริโภคโดยเน้น 3 ประเทศที่มีอิทธิพลต่อ
การกำหนดแนวโน้มของรถปิกอัพในอนาคตสูงสุดนั่นคือ ประเทศไทย 
สหรัฐอเมริกาและบราซิลซึ่งความคิดเห็นและความต้องการต่างๆที่ชาวไทย
ป็นผู้เสนอแนะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา "อีซูซุดีแมคซ์" ในขั้นสุดท้าย

 










จากอีซูซุดีแมคซ์คันที่หนึ่ง...ถึงอีซูซุดีแมคซ์คันที่ล้าน ทุกคันเดินหน้าขับเคลื่อน
ความรุ่งเรืองความสำเร็จ ความสุขให้แก่คนไทยตลอดมา
  และเพื่อตอบแทนอุปการคุณของผู้ใช้รถชาวไทย อีซูซุมีปณิธานอันแน่วแน่ที่
จะร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเจริญ ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น 
นับจากนี้ตลอดไป