AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๐๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

พูดคุยกับเจ้าของเว็บ:ToyotaCorolla Altis 2.0 ถึงเวลาปล่อยหมัดที่2ของอัลติส

พูดคุยกับเจ้าของเว็บ:Toyota Corolla Altis 2.0 ถึงเวลาปล่อยหมัดที่2ของอัลติส

สวัสดีครับผู้เข้าเว็บบล็อกผมทุกท่าน นานๆทีจะเขียนกันแบบนี้สักที

ก่อนอื่นขอพูดถึงรีวิวฮอนด้าเวฟ110ไอ ซึ่งตอนนี้ทำเสร็จไปประมาณ80%

คาดว่าจะได้อ่านประมาณกลางเดือนหรือไม่ก็ปลายเดือนนี้ครับ………

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………….




........................เข้าเรื่อง........................

ถ้าพูดถึงรถยนต์ขนาดกลางที่แข่งกันจนเกือบจะตายไปข้างหนึ่ง

สำหรับ 2 ค่ายรถยนต์ที่แข่งกันอย่างดุเดือดนั้นก็คือโตโยต้าและฮอนด้า

เมื่อปี2005 ฮอนด้าที่เปิดตัวซีวิคเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งโกยยอดขายได้ดีมาก

การตอบรับถือว่าดีมากเลยที่เดียว หลังจากการปรากฏโฉมของฮอนด้าซีวิคใหม่

โตโยต้าก็ทนไม่ได้จึงจับอัลติสมาไมเนอร์เชนในปี2006 กระแสการตอบรับก็ไปได้ดีระดับหนึ่ง

แต่ก็ยังโค่นแชมป์อย่างฮอนด้าซีวิคไม่ได้ เพราะรูปทรงของฮอนด้าซีวิคนั้น ดูปราดเปรียว

โตโยต้าจึงยลโฉมโคโรล่า อัลติสใหม่ ในงานMotor Expo 2007 ซึ่งเรียกเสียงความฮือฮาได้

ระดับหนึ่ง แต่ก็มีเสียงวิพากท์วิจารณ์กันเยอะเลยทีเดียว แล้วเมื่อปลายเดือนมกราคมปี2008

โตโยต้าจึงเปิดโคโรลล่า อัลติสโฉมใหม่ อย่างเป็นทางการ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเงียบเหงาไปนิดนึงก็

ตาม แต่ก็ขายได้ดีเลยทีเดียว แล้วเมื่อฮอนด้าเห็นฮอนด้าซีวิคขายได้ดีและขายมานานพอสมควร

ฮอนด้าจึงจับฮอนด้าซีวิคมาไมเนอร์เชนซะเลย เพื่อตอกย้ำรอยแผลของโตโยต้า






การไมเนอร์เชนของฮอนด้าซีวิคนั้น โตโยต้าก็ซุ่มเงีบและเตรียมปล่อยหมัดที่2

(หรือเรียกง่ายๆสวนหมัดเด็ด) ด้วยการเตรียมเปิดตัวโคโรล่า อัลติส รุ่น 2.0

ซึ่งจะเปิดในวันพรุ่งนี้(7พ.ค.52)ซึ่งนอกจากจะแนะนำเครื่องยนต์ขนาด2.0ลิตรแล้ว

ยังปรับปรุงอุปกรณ์ในรุ่นต่างๆให้เหมาะสม โดยทางโตโยต้าได้เพิ่มมา3รุ่นด้วยกันคือ




ภาพภายในรุ่น2.0 V Navi


1. 2.0 V Navi 2. 2.0 V 3. 2.0 G ซึ่งอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามามีทั้ง ระบบSmart entry

ระบบPush Start ,พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน พร้อมPaddle Shift และอื่นอีกมากมาย


แต่ที่เด็ดนั้นก็คือ เครื่องยนต์ขนาด2.0ลิตร นั้นจะแรงพอเท่ากับซีวิคหรือไม่

ต้องติดตามกันครับ พรุ่งนี้(7พ.ค.52)โตโยต้าก็จะเปิดตัวโคโรลล่า อัลติส รุ่น 2.0

เพื่อสู้กับฮอนด้าซีวิค ถือว่าเป็นหมัดที่2ของโตโยต้าอัลติสและหมัดนี้ต้องไม่แป้ก




๐๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒

นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จของยอดขาย นิสสัน เทียน่า ใหม่



นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จของยอดขาย นิสสัน เทียน่า ใหม่



กรุงเทพฯ ( 24 เมษายน 2552 ) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองชื่อบริษัทใหม่

ด้วยยอดขาย นิสสัน เทียน่า ที่เกินเป้ากว่าที่กำหนดไว้นับตั้งแต่มีการเปิดตัวรถยนต์ นิสสัน เทียน่า ใหม่นั้น

ก็ได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างดี จากตลาดรถยนต์นั่งหรูขนาดกลาง

ซึ่งส่งผลให้ยอดจองนั้นมากกว่า 1,000 คันภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน


มร. โคจิ โอกุดะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาดและขาย กล่าวว่าเรารู้สึกดีและได้รับกำลังใจมากขึ้น จากการตอบรับอย่างสูงจากผู้บริโภค ที่มีต่อนิสสัน เทียน่า รุ่นใหม่นี้ ซึ่งนับเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกว่า

นิสสัน ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว รถยนต์นั่งที่มีระดับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคคนไทยอย่างแท้จริง และ

เรายังคงคาดหวังที่จะเห็นยอดขาย นิสสัน เทียน่า ใหม่นี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นิสสัน เทียน่า ได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรมและคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์เพื่อมอบความ

สะดวก สบาย และ คุณภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรถยนต์ซีดานหรูรุ่นใหม่ให้กับลูกค้าในประเทศไทย นอกจากนี้

นิสสัน เทียน่ารุ่นใหม่ล่าสุดนี้ยังสะท้อนถึงมิติใหม่ของยนตรกรรมในรถยนต์นั่งขนาด กลาง ด้วยสุดยอดสมรรถนะ

ความทันสมัย และ ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวางและการขับขี่ที่เงียบสนิท

เสมือนหนึ่งเป็นห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ ( Modern Living ) ที่ให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง


นิสสันได้เล็งเห็นถึงอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและ จากการเริ่มต้นด้วยยอดขายที่ดีในต้นปีนี้ นิสสัน ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆแก่ลูกค้าเสมอเพื่อ ให้ทุกวันของคุณเป็นวันที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอถึงแม้โลกและสิ่งรอบตัวเราจะ เปลี่ยนแปลงไปทุกวันก็ตาม


ฮอนด้าอัดแคมเปญใหม่ C"mon... LET"S HAVE FUN WITH PGM-FI


ฮอนด้าอัดแคมเปญใหม่ C"mon... LET"S HAVE FUN WITH PGM-FI


อนด้าต่อยอดกลยุทธ์เครื่องยนต์หัวฉีด PGM-FI เพื่อขยายเพิ่มความนิยมในกลุ่มผู้ใช้ให้กว้างเพื่อสร้างแรงกระตุ้นและปลุก เร้าตลาดให้ตื่นตัว โดยเน้นด้านสื่อสารการตลาด ด้วยแคมเปญ "C"mon LET"S HAVE FUN WITH PGM-FI หรือ "ได้เวลา...ฮอนด้าหัวฉีด" ชูคุณสมบัติอันโดดเด่นของเครื่องยนต์ระบบหัวฉีดได้แก่ สมรรถนะการขับขี่คล่องตัว สนุกสนาน ประหยัดน้ำมันสูง สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้

นางจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการจำหน่าย ส่วนงานการตลาด บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า จากที่ฮอนด้ามีนโยบายนำเทคโนโลยีล้ำสมัยระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI มาติดตั้งให้ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุก ๆ รุ่น เพื่อเปลี่ยนการขับขี่เข้าสู่ยุคใหม่ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถจักรยานยนต์ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านแคมเปญ "C"mon... Everybody ปฏิวัติการขับขี่กับทีม PGM-FI" และวางตลาดรถรุ่นใหม่ ๆ แบบเครื่องยนต์หัวฉีด PGM-FI ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกลุ่มผู้ใช้รถ และทำให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าหัวฉีดได้รับความนิยมสูงขึ้น

แคมเปญ "C"mon... LET"S HAVE FUN WITH PGM-FI จะเสนอผ่านทางสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง อาทิ ทีวี. จะใช้ภาพยนตร์โฆษณาถึง 6 เวอร์ชั่น ที่สะท้อนคุณสมบัติโดดเด่นของรถฮอนด้าหัวฉีด และสร้างประโยชน์ต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ทุกเพศทุกกลุ่ม โดยมีศิลปินนักร้องนักแสดงยอดนิยมที่เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของฮอนด้า เครื่องยนต์หัวฉีด PGM-FI รุ่น คลิก-ไอ, เวฟ 110 ไอ และซีแซด-ไอ 110 คือ บี้-สุกฤษฎิ์, แดน-วรเวช, เปอร์-สุวิกรม และพิธีกรสาวรุ่นใหม่ มิเชลล์ ซีเกรฟ เดลี่



๐๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Wait a minute รอหน่อย รอหน่อย Review:Honda Wave 110 i

รอหน่อยนะครับบบบบ Review:Honda Wave 110 i
ประมาณเดือนปลายเดือนพฤษภาคมนี้ครับ
Wait a minute รอหน่อย รอหน่อย

๒๗ เมษายน ๒๕๕๒

อีซูซุส่ง"ซูเปอร์ทรัค ซูเปอร์ซีเอ็นจี-เอ็มพีไอ"







อีซูซุส่ง"ซูเปอร์ทรัค ซูเปอร์ซีเอ็นจี-เอ็มพีไอ"

มร.ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า "ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ เราได้นำเสนอเทคโนโลยีเครื่องยนต์ CNG-MPI (Compressed Natural Gas) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศญี่ปุ่น โดย เปิดตัวพร้อมกันถึง 4 รุ่น พร้อมตอบสนองทุกรูปแบบการขนส่งยุคใหม่ ด้วยรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางตระกูลเอลฟ์ รุ่น NMR และ NPR รถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ รุ่น FTR และรถหัวลาก 6 ล้อ รุ่น GVR "ใหม่ อีซูซุ ซูเปอร์ทรัค ซูเปอร์ซีเอ็นจี เอ็มพีไอ รถบรรทุก CNG แท้จากอีซูซุ ซึ่งประหยัดค่าเชื้อเพลิง ทนทาน แข็งแกร่ง ตลอดจนบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่ครอบคลุมบริการและอะไหล่กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นอีกหนึ่งความมั่นใจในระยะยาวที่ช่วยเพิ่มผลกำไรในธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะได้ดีกว่า จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม" มร.นาคางาวะ กล่าวทิ้งท้าย


อีซูซุ ซูเปอร์ทรัค ซูเปอร์ซีเอ็นจี-เอ็มพีไอ รถบรรทุก CNG แท้จากอีซูซุ เปิดตัวพร้อมกันถึง 4 รุ่น พร้อมตอบสนองทุกรูปแบบการขนส่งยุคใหม่ ด้วยรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางตระกูลเอลฟ์ รุ่น NMR และ NPR รถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ รุ่น FTR และรถหัวลาก 6 ล้อ รุ่น GVR พร้อมเครื่องยนต์ 3 รุ่นได้แก่
เครื่องยนต์ รุ่น 4HV1 ขนาด 4,570 ซีซี โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (OHC) ควบคุมการฉีดจ่ายด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ MPI ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที หรือ 96 กิโลวัตต์ ที่ 3,200 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 353 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที หรือ 36 กิโลกรัม-เมตร ที่1,400 รอบต่อนาที (ในรุ่น NMR82H5CK, NPR82H5CK และ NPR82K5CK)
เครื่องยนต์ รุ่น 6HF1-TCN ขนาด 7,790 ซีซี เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ แบบ 6 สูบ โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (OHC)
ควบคุมการฉีดจ่ายด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ MPI ให้กำลังสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 2,400 รอบต่อนาที หรือ 162 กิโลวัตต์
ที่ 2,400 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 735 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที หรือ 75 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที (ในรุ่น FTR86QCK)
เครื่องยนต์ รุ่น 6HF1-TCS ขนาด 7,790 ซีซี เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ แบบ 6 สูบ โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (OHC) ควบคุมการฉีดจ่ายด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ MPI ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 2,200 รอบต่อนาที หรือ 180 กิโลวัตต์ ที่ 2,200 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 883 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที หรือ 90 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที
(ในรุ่น GVR86JCK)

ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคมหดตัวต่อเนื่อง ยอดขายรวม 41,328 คัน ลดลง 37.8%





ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคมหดตัวต่อเนื่อง ยอดขายรวม 41,328 คัน ลดลง 37.8%
ปิดไตรมาสแรก 107,774 คัน ลดลง 33.4%


นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนมีนาคม 2552 ปริมาณการขาย 41,328 คัน ลดลง 37.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 16,194 คัน ลดลง 23.4% รถเพื่อการพาณิชย์ 25,134 คัน ลดลง 44.5% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้
จำนวน 21,610 คัน ลดลง 44.8%
สถิติการขายสะสมในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552 มีปริมาณทั้งสิ้น 107,774 คัน ลดลง 33.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น รถยนต์นั่ง 43,968 คัน ลดลง 17.4% รถเพื่อการพาณิชย์ 63,806 คัน ลดลง 41.2%
รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนท์นี้จำนวน 55,095 คัน ลดลง 40.9%ปริมาณการขายลดลง 37.8%ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคม มีปริมาณการขาย 41,328 คัน ลดลง 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเป็น
การลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 เนื่องจากการหดตัวของตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ซึ่ง
เป็นตลาดที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมียอดขายลดลงถึง 44.5% ลดลงสูงสุดในรอบ 11 เดือน
นับตั้งแต่ภาวะตื่นตระหนกของราคาน้ำมันดีเซล ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ประกอบกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 7 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่ายตลาดรถยนต์ในไตรมาสแรกมีปริมาณการขาย 107,774 คัน ลดลง 33.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 17.4% ส่วนหนึ่งเนื่องจากยอดขายในไตรมาสแรกของปีทีผ่านมา มียอดขายที่สูง เนื่องจากการตอบรับรถยนต์ที่ใช้พลังงาน อี20 ในขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 41.2% เป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ต่างเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ สำหรับตลาดรถยนต์เดือนเมษายน คาดว่าจะมีปริมาณการขายหดตัว แม้ว่ายอดจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา จะมียอดจองสูงถึง 16,936 คัน ก็ตาม อย่างไรก็ดีสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจ อาจมีผลต่อความมั่นใจผู้บริโภคซึ่งมีผลต่อระบบเศรษฐกิจรวมถึง
ตลาดรถยนต์เช่นกันปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนมีนาคม 2552
ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 41,328 คัน ลดลง 37.8%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 16,762 คัน ลดลง 41.2% ส่วนแบ่งตลาด 40.6%
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,761 คัน ลดลง 40.2% ส่วนแบ่งตลาด 21.2%
- อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,244 คัน ลดลง 16.4% ส่วนแบ่งตลาด 17.5%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 16,194 คัน ลดลง 23.4%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 6,951 คัน ลดลง 33.4% ส่วนแบ่งตลาด 42.9%
- อันดับที่ 2 ฮอนด้า 6,760 คัน ลดลง 7.0% ส่วนแบ่งตลาด 41.7 %
- อันดับที่ 3 เชฟโรเลต 537 คัน ลดลง 45.2% ส่วนแบ่งตลาด 3.3 %
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 21,610 คัน ลดลง 44.8%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,880 คัน ลดลง 45.4% ส่วนแบ่งตลาด 41.1 %
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,211 คัน ลดลง 40.7% ส่วนแบ่งตลาด 38.0 %
- อันดับที่ 3 นิสสัน 1,645 คัน ลดลง 46.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.6 %*
ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,205 คัน
-โตโยต้า 1,249 คัน
- มิตซูบิชิ 463 คัน
- อีซูซุ 450 คัน
- ฟอร์ด 43 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,405 คัน ลดลง 47.0%
- อันดับที่ 1 อีซูซุ 7,761 คัน ลดลง 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 40.0 %
- อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,631 คัน ลดลง 48.6% ส่วนแบ่งตลาด 39.3 %
- อันดับที่ 3 นิสสัน 1,645 คัน ลดลง 46.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.5 %
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 25,134 คัน ลดลง 44.5%
- อันดับที่ 1 โตโยต้า 9,811 คัน ลดลง 45.8% ส่วนแบ่งตลาด 39.0 %
- อันดับที่ 2 อีซูซุ 8,761 คัน ลดลง 40.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.9 %
- อันดับที่ 3 นิสสัน 1,658 คัน ลดลง 47.0% ส่วนแบ่งตลาด 6.6 %

๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปรับภาพลักษณ์บริการหลังการขายยุคใหม่












มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปรับภาพลักษณ์บริการหลังการขายยุคใหม่
มิตซูบิติชิปรับโฉมภาพลักาณ์ใหม่ในด้านบริการหลังการขายด้วยสโลแกนว่า
Diamondเพื่อการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร และสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจ
สูงสุดให้กับลูกค้า โดยจะครอบคลุมทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งโครงการต่างๆ ประกอบด้วย

Diamond Insurance
ประกันภัยเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิ เพิ่มความมั่นใจในการซ่อมแซมรถ จากช่างผู้เชี่ยวชาญ และมั่นใจกับอะไหล่แท้ ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ และความคุ้มครองพิเศษต่างๆ อาทิ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. อัตราเบี้ยประกันภัยพิเศษ การคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อครั้ง (เงื่อนไขความคุ้มครองตามรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัย) พร้อมบริการรับแจ้งอุบัติเหตุและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง รถใหม่สามารถต่ออายุประกันภัยชั้นหนึ่ง (ซ่อมห้าง) ได้นานสูงสุด 5 ปี

Diamond Warranty
การขยายเวลารับประกันคุณภาพระบบส่งกำลังทุกรุ่นยาวนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ครอบคลุม 3 หมวดใหญ่ ได้แก่ หมวดเครื่องยนต์ หมวดเกียร์ และ หมวดชุดขับเคลื่อน โดยรถที่ร่วมโครงการดังกล่าวจะต้องเข้ารับการตรวจเช็คระยะที่ศูนย์บริการอย่างต่อเนื่องทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือ 3 เดือน แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
Diamond Card
การบันทึกข้อมูลสำคัญของรถไว้ในบัตรเพียงใบเดียว เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการจาก
ศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นบัตรสิทธิประโยชน์ในการรับส่วนลดจากการใช้จ่าย
ในร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ที่ร่วมรายการอีกมากมาย
Diamond Speed Service
บริการตรวจเช็คฉับไว มั่นใจมาตรฐาน รูปแบบใหม่ของการนำรถเข้าตรวจเช็คตามระยะ โดยการนำระบบการนัดหมายมาใช้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของลูกค้าโดยบริการดังกล่าวจะช่วยลดะยะเวลาในการตรวจเช็ครถยนต์ของลูกค้า แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการให้บริการสูงสุดเช่นเดิม
Diamond Body and Paint
บริการใส่ใจด้วยคุณภาพงานสีและตัวถัง เป็นบริการซ่อมสีและตัวถังจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญผ่านการอบรมตามมาตรฐานระดับสูงของมิตซูบิชิ มั่นใจได้กับคุณภาพของงาน นอกจากนี้ยังมีบริการ ไดมอนด์ สปอต รีแพร์ บริการซ่อมสีและตัวถังเฉพาะจุด เพิ่มความสะดวก และรวดเร็ว ในการซ่อมสีและตัวถังในกรณีที่มีรอยบุบหรือริ้วรอยขนาดเล็ก จากมาตรฐานการซ่อมและบริการที่รวดเร็วทันใจภายใน 5 ชั่วโมง
Diamond used car
รถมือสอง รับรองคุณภาพ โครงการที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการ ซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดี เชื่อถือได้ในราคายุติธรรม โดยมีการจัดทำใบรับรองคุณภาพ ให้กับรถยนต์มิตซูบิชิที่ใช้แล้ว และผ่านกระบวนการคัดสรรตามเกณฑ์ และการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดรวม 180 รายการ ภายใต้มาตรฐานของบริษัท ช่วยสร้างความมั่นใจว่า ราคาขายจะไม่ตกทั้งนี้ บริการดังกล่าวข้างต้นได้เปิดให้บริการบางส่วนแล้วตั้งแต่ปลายปี 2550 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์บริการที่ร่วมรายการ

มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบุคลากร เพิ่มศักยภาพศูนย์บริการในส่วนของศูนย์บริการ
ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน 126 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการให้บริการ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ก็ได้มีการพัฒนาคุณภาพของศูนย์บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้กับพนักงานของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดอบรมเรื่องผลิตภัณฑ์ตลอดจนส่วนงานที่เกี่ยวกับบริการหลังการขายตามหลักสูตรมาตรฐานของมิตซูบิชิ อาทิ การจัดทำหลักสูตรเพื่อสร้างระดับความรู้ความสามารถสำหรับการบริการหลังการขายให้แก่พนักงานช่างเทคนิค (Technician) พนักงานที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) และพนักงานอะไหล่ ( Part) โดยจะเป็นการอบรมเป็นระดับชั้น นับตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานใหม่ แบ่งเป็นหลักสูตรชั้นต้น (M- Step I) ชั้นกลาง (M- Step II)
ชั้นสูง (M- Step III ) และ Masterซึ่งในแต่ละหลักสูตร จะต้องผ่านการทดสอบให้ผ่านเกณฑ์การตัดสิน 70% ขึ้นไป
ยกเว้นในระดับ Master ที่ต้องผ่านเกณฑ์ตัดสิน 80% ขึ้นไป
ทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ นอกเหนือจากการจัดอบรมดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีการจัดการแข่งขันทักษะ
รถยนต์มิตซูบิชิ หรือ Mitsubishi 3S Skill Contest เป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้ความสามารถ
และพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายที่ให้บริการลูกค้าในระดับต่างๆ
รวมทั้งปลูกฝังความรู้และประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างทักษะทั้ง
ด้านงานขาย งานบริการ และงานอะไหล่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
และสร้างความเชื่อมั่นในฝีมือมาตรฐานการให้บริการของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ในส่วนของงานด้านชิ้นส่วนและอะไหล่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันกล่าวคือ บริษัทฯได้มีการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการด้านการจัดส่งอะไหล่โดยมีมาตรฐานด้านเวลาเป็นตัวกำหนด สำหรับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจะสามารถจัดส่งอะไหล่ได้ภายใน 1 วันในขณะที่ต่างจังหวัดจะต้องจัดส่งให้ได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้ทันต่อความต้องการ พร้อมกำหนดราคาชิ้นส่วนและอะไหล่ที่เหมาะสม เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

นอกเหนือจากการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบของการให้บริการหลังการขายข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังมีการจัดกิจกรรมสนับสนุน งานด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการเสนอแคมเปญพิเศษต่างๆ รวมไปถึงการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้จำหน่ายกับลูกค้า"เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่า ทุกคนที่มิตซูบิชิกำลังทุ่มเท และพยามยามอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาคุณภาพ ทั้งยนตรกรรมและการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับท่าน ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญสูงสุดในการดำเนินธุรกิจของเรา และแน่นอนว่า จากนี้ไปทุกท่านคงจะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของเรา"และนี่คือเจตนารมย์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยกับการมุ่งมั่นพัฒนาการบริการหลังการขายของบริษัทฯ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะสามารถมัดใจลูกค้า สร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ในระยะยาวต่อไป