AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ













ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเว็บไซท์ เรนเจอร์ แมกซ์ อย่างเป็นทางการ โดดเด่นด้วยดีไซน์แห่งอนาคต ที่แสดงถึงแนวทางการออกแบบอันแข็งแกร่ง และสะดุดตาของฟอร์ด เรนเจอร์ กระบะ 100% ในอนาคต การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากรูปโฉมเครื่องมือช่างยุคใหม่ผสานกับ อุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง ผู้ออกแบบ เรนเจอร์ แมกซ์ ได้กล่าวว่า รูปลักษณ์ใหม่
ดีไซน์แกร่ง ของเรนเจอร์ แมกซ์ สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดจากฝากระโปรงหน้า และสปอร์ตบาร์

เรนเจอร์ แมกซ์ เพิ่มคุณลักษณะของรถเท่ของคนเมือง แต่ยังคงความแข็งแกร่งและทนทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด เรนเจอร์ ได้อย่างลงตัว ยึดมหกรรมมอเตอร์เอ็กซ์โปเป็นเวทีเปิดตัวครั้งแรกของโลก รวบรวมความเป็นสุดยอดของกระบะและความคาดหวังของคนทั่วไป ทั้งด้านรูปลักษณ์ที่บึกบึนโดดเด่น ดูทรงพลังมีมัดกล้าม พร้อมเพิ่มบุคลิกเปี่ยมความมั่นใจ และด้วยความประณีตแม่นยำในการออกแบบและผลิต จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรนเจอร์ แมกซ์ จะช่วยตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะรถกระบะพันธ์ุแกร่งที่เก่งรอบตัวในตลาดไว้ได้ อย่างไร้ข้อกังขาพอล กิบสัน หัวหน้านักออกแบบ เรนเจอร์ แมกซ์ เผยว่า "เราทราบกันอยู่แล้วว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ขึ้นชื่อด้านความเป็นกระบะพันธ์ุแกร่งและทนทาน เรนเจอร์ แมกซ์ จะยิ่งช่วยย้ำให้เด่นชัดมากขึ้น โชว์ ทรัค คันนี้ไม่ได้ออกมาตามกระแส แต่เป็นผู้สร้างกระแสใหม่ในด้าน ดีไซน์แกร่ง สำหรับตลาดรถกระบะ เรนเจอร์ แมกซ์ คือ กระบะพันธ์ุแกร่งที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เพียบพร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตาบนถนนในเมือง จนไม่ว่าใครๆ ก็ต้องหันมามอง"

เรนเจอร์ แมกซ์ โชว์ ทรัค คันนี้ ได้รับการสร้างสรรค์จากทีมฟอร์ดประเทศไทย ทำงานร่วมกับทีมดีไซน์ของฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก และแอฟริกา ที่สำนักงานในออสเตรเลีย โดยมี พอล กิบสัน เป็นหัวหน้าทีม ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้ฟอร์ด สามารถแสดงถึงพลังและความโดดเด่นของ ผ่าน เรนเจอร์ แมกซ์ ซึ่งการนำ เรนเจอร์ แมกซ์ มาโชว์ในมอเตอร์ เอ็กซ์โปไม่ได้เพียงแค่เป็นการสร้างความตื่นเต้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับทีมของเรา ในการทดสอบว่าแนวการออกแบบรถรุ่นใหม่ที่จะ เข้าสู่สายการผลิตนั้นจะได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงไร เรนเจอร์ แมกซ์ สื่อให้เห็นว่า ดีไซน์ของเรนเจอร์ในรุ่นต่อไป จะมีรูปโฉมเป็นอย่างไรนายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "ดีไซน์แกร่ง ของเรนเจอร์ แม็กซ์ นั้น มีที่มาจากสมรรถนะและความครบเครื่อง 100 % ของเรนเจอร์ ที่ทำให้เป็นรถกระบะที่ลูกค้ากระบะตัวจริงเลือกใช้ ผมมั่นใจว่า เรนเจอร์ แม็กซ์ ที่ออกแบบอย่างโดดเด่นสะดุดตา ผสานดีไซน์แกร่ง จะสร้างความฮือฮาในหมู่แฟนรถกระบะในเมืองไทยอย่างแน่นอน""กิบสัน และทีมนักออกแบบ ได้ทุ่มเทความพยายามในการสร้างสรรค์ ดีไซน์แกร่ง ให้กับโชว์ ทรัคคันนี้ เรนเจอร์ แมกซ์ ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นรถหรูหรา หรือสวยงามแบบผิวเผิน แต่คุณสมบัติหลักของเรนเจอร์ คือ การเป็นรถกระบะ 100 เปอร์เซ็นต์พันธ์ุแกร่ง เราจึงตั้งใจออกแบบให้ เรนเจอร์ แมกซ์ เท่ล้ำอนาคต โดยทีมนักออกแบบได้พยายามค้นหาแรงบันดาลใจมากมาย โดยศึกษาว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของรถกระบะชื่นชอบอะไรบ้าง เรนเจอร์ แมกซ์ จึงใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างสีส้ม และสีดำด้าน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของอุปกรณ์เครื่องมือช่างยุคใหม่อย่างที่เจ้าของ เรนเจอร์หลายๆ คนใช้อยู่เป็นประจำ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอย และความทนทานของเครื่องมือเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมนักออกแบบของฟอร์ด สร้างสรรค์ให้ เรนเจอร์ แม็กซ์ โดดเด่นโดนใจยิ่งขึ้น รวมทั้งการใช้รูปทรงของเครื่องจักรกล เช่น เฟือง ใช้ในการตกแต่งรายละเอียดตัวถังและซุ้มล้อ ทำให้แนวคิด ดีไซน์แกร่ง ของเรนเจอร์ แมกซ์ โดดเด่น และสื่อถึงความทนทานของเครื่องมือช่างได้ดี"

นอกจากนี้ ทีมออกแบบยังนำแรงบันดาลใจจาก เครื่องมือช่าง มาพัฒนาเพิ่มเติม ทีมนักออกแบบทราบดีว่าเครื่องมือช่างและเครื่องมืออื่นๆ มีการใช้ "คำ" มาเป็นส่วนประกอบในการออกแบบเพื่อเตือนหรือแนะนำการใช้งาน เรนเจอร์ แมกซ์ จึงได้ใช้ "คำ" มาเป็นส่วนประกอบ ในการออกแบบ เพื่อสื่อถึงประโยชน์ใช้สอย และความทนทานเช่น เดียวกันกับเครื่องมืออุตสาหกรรมเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เรนเจอร์ แมกซ์ ติดคำว่า "GRAB" (จับ) ไว้ที่มือจับประตูสีดำที่ดูบึกบึน ซึ่งติดตั้งไว้ใกล้สปอร์ตบาร์ที่เชื่อมระหว่างตัวรถกับแค็บ ตัวอักษรแต่ละตัวใช้รูปแบบที่คมชัดที่สื่อถึงความทนทาน แกร่ง และประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งสอดคล้องกับการออกแบบโดยรวมฟอร์ดจะเผยโฉม โชว์ ทรัค แห่งความภูมิใจนี้ได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 28 พฤศจิกายน –10ธันวาคมนี้ "ประเทศไทย คือ บ้านเกิดของเรนเจอร์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นศูนย์กลางการส่งออกฟอร์ด เรนเจอร์ ไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เราตระหนักดีว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย และเมืองไทยเป็นศูนย์รวมของรสนิยม สไตล์ และไอเดียใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินในที่จะพัฒนา เรนเจอร์ แมกซ์ ในประเทศไทย และเผยโฉม เป็นครั้งแรกของโลกที่เมืองไทย" นายสาโรชกล่าว

พบกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แมกซ์ ได้ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2008 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ.2551
ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี

พบกับFORD RANGER MAXได้ในเว็บไซต์www.rangermax.com

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

มิตซูบิชิผนึกกำลังพันธมิตรหนุน มานะ พรศิริเชิด



มิตซูบิชิผนึกกำลังพันธมิตรหนุน มานะ พรศิริเชิด ขับปาเจโร สปอร์ต อีโวลู่ชั่น ลุยดาการ์ 2009

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จับมือพันธมิตรประกาศสนับสนุนมานะ พรศิริเชิด นักแข่งหนึ่งเดียวของไทย พร้อมรถแข่งคันใหม่ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลู่ชั่น เข้าร่วมการแข่งขันสุดยอดแรลลี่โลก “ดาการ์ 2009” หวังสร้างชื่อในศึกแรลลี่สุดหฤโหดอีกสมัย
มร.ทาคาอากิ คิชิอิ ผู้อำนวยใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการสนับสนุนนักแข่งไทยลงแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดรายการใหญ่ของโลก “ดาการ์ แรลลี่” ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ว่า บริษัทฯ จะยังคงให้การสนับสนุน “มานะ พรศิริเชิด” นักแข่งในสังกัด มิตซูบิชิ มอเตอร์สปอร์ต ทีม ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นนักแข่งดาการ์หนึ่งเดียวของไทยลงแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหด “ดาการ์ แรลลี่” อีกครั้งในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย พร้อมเนวิเกเตอร์คนเดิม เธียรี่ ลาคอมบ์ และรถแข่งคันใหม่ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น (Pajero Sport Evolution) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ยนตรกรรมล่าสุดของมิตซูบิชิที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อเป็นรถคู่ใจคันใหม่ของมานะ โดยมีบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งรถยนต์ TFP และ ผลิตภัณฑ์ Oakley ร่วมให้การสนับสนุน และถึงแม้การแข่งขันในปีนี้มีจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การแข่งขันจากแอฟริกาไปยังสนามใหม่ในทวีปอเมริกาใต้ แต่ชื่อเสียงและตำนานของความเป็นดาการ์ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน พร้อมกับชื่อการแข่งขันที่ยังคงเป็น “ดาการ์ แรลลี” เหมือนที่เคยเป็นมา ทั้งนี้บริษัทฯ ยังมั่นใจว่ามานะ พร้อมด้วยปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
“กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้ความสำคัญและดำเนินการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เราก็ได้สนับสนุนทีมเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ในส่วนของการเข้าร่วมการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ ในครั้งล่าสุดซึ่งถือเป็นปีที่ 11 ที่เราได้สนับสนุนนักแข่งชาวไทยเข้าร่วมการแข่งขัน โดยเฉพาะในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตัดสินใจส่ง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีโวลูชั่น ที่มีพื้นฐานมาจาก รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะที่เป็นเยี่ยม รวมไปถึงเทคโนโลยีแห่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของรถคันนี้ในการแข่งขันแรลลี่หฤโหดระดับโลก สำหรับ มานะ พรศิริเชิด บริษัทฯ เข้าใจดีว่าการสนับสนุนนักแข่งไทยลงทำการแข่งขันในแต่ละครั้งนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่การลงแข่งในฐานะนักแข่งในสังกัดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย หากแต่เป็นการลงชิงชัยในฐานะตัวแทนของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตของไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้” มร.คิชิอิกล่าว
สำหรับเส้นทางการแข่งขันในปีนี้จะเริ่มจากเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาเจนติน่า ไปยังประเทศชิลีและกลับมาจบการแข่งขันที่ประเทศอาเจนติน่า รวมระยะทางประมาณ 6,000 กิโลเมตร โดยสภาพเส้นทางแข่งขันยังคงความหฤโหดไว้อย่างครบครันเนื่องจากเส้นทางที่แข่งขันจะอยู่บนภูเขาสูงและคดเคี้ยวในสภาพอากาศที่เบาบาง ซึ่งในบางสเตจจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,500 – 3,200 เมตร ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งบนสภาพดังกล่าวเกือบ 1,000 กิโลเมตร และมีบางสเตจที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 4,000 เมตร อีกประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร นอกจากนี้ยังคงมีมนต์เสน่ห์ของความหฤโหดของทะเลทรายได้อย่างเป็นอย่างดี โดยทะเลทรายในอเมริกาใต้นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากทะเลทรายซาฮารา ในขณะที่ทะเลทรายในประเทศชิลีก็จะคล้ายกับสภาพของทรายในมอริทาเนีย นอกจากนี้สภาพเส้นทางบางส่วนจะคล้ายกับเส้นทางวิ่งในเซเนกัลที่มีต้นไม้และต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่
มร.คิชิอิ กล่าวเสริมถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหนึ่งมานะ สำหรับการแข่งขันดาการ์ 2009 ที่กำลังจะมาถึงว่าในตอนนี้ถือว่ามานะมีความพร้อมเกือบ 100% แล้ว ทั้งนี้ตลอดปีที่ผ่านมามานะได้มีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการลงแข่งขันรายการใหญ่ๆ ในประเทศเพื่อฝึกฝนเทคนิคการขับรถ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แตกต่างไปจากเดิม โดยบริษัทได้ส่งมานะไปฝึกการปรับสภาพของปอดเพื่อให้ระบบการหายใจดียิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อเตรียมรับสถาณการณ์ความกดอากาศต่ำในพื้นที่สูงซึ่งมีอากาศเบาบางมาก
“สำหรับการแข่งขันในปีนี้บริษัทฯ คาดหวังที่จะให้มานะสามารถขับรถเข้าไปโบกธงไทยที่เส้นชัยในประเทศอาเจนติน่าให้ได้เป็นผลสำเร็จ เพราะอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ ถือเป็นการแข่งขันรถยนต์รายการใหญ่ที่มีความหฤโหดของเส้นทางมากที่สุดของโลก และที่สำคัญในปีนี้ได้ที่มีการเปลี่ยนเส้นทางใหม่ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่านักแข่งจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอะไรบ้าง ดังนั้นการจะนำรถเข้าสู่เส้นชัยได้ไม่ว่าจะเป็นลำดับที่เท่าไหร่ก็เป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดของแล้วเนื่องจากความหฤโหดของเส้นทางเองก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของทั้งนักแข่งไทย รวมไปถึงทีมงาน และสมรรถนะของตัวรถได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว” มร.คิชิอิ กล่าวในตอนท้าย
การแข่งขัน ดาการ์ 2009 จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 18 มกราคม 2552 ที่จะถึงนี้ โดยความคืบหน้าในการเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้นั้น มานะ พรศิริเชิด พร้อมด้วยทีมงานจะออกเดินทางสู่ประเทศสเปนในวันที่ 27 ธันวาคม 2551 และเดินทางต่อไปยังประเทศอาเจนติน่า ในวันที่ 28 ธันวาคม 2551 เพื่อเข้าเก็บตัวและวางแผนการแข่งขันร่วมกับทีมนักแข่งต่างๆ ในสังกัด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และจากนั้นในวันที่ 29 – 31 ธันวาคม มานะและเพื่อนนักแข่งในสังกัด ทีม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะนำรถแข่งของแต่ละทีมเข้าตรวจเช็คสภาพความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มออกสตาร์ทจริงในวันที่ 3 มกราคม 2552 ที่เมือง บัวโนสไอเรส ประเทศอาเจนตินา
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันและร่วมภาคภูมิใจไปกับมานะ พรศิริเชิด นักแข่งชาวไทย พร้อมให้กำลังใจเพื่อให้นักแข่งไทยเพียงหนึ่งเดียวสามารถคว้าชัยในการแข่งขัน Dakar 2009 ผ่านทางหนังสือพิมพ์ และรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องหรือติดตามความคืบหน้า

ได้จาก www.dakar.com และ www.mitsubishi-motors.co.th

ทาทา รุกตลาดปลายปี เปิดตัว “ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” ครั้งแรกในโลก


ทาทา รุกตลาดปลายปี เปิดตัว “ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” ครั้งแรกในโลก


ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างสีสันกระหึ่มงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 25 ด้วยการเนรมิตบูธทาทา
ให้เป็นป่านิเวศน์ เน้นเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมซึ่งตรงกับแนวคิดของงานปีนี้ พร้อมการเปิดตัว “ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” รถปิคอัพคันแรกในตลาดรถของไทย ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์ ซีเอ็นจี แท้ทั้งระบบ 100% ให้ความประหยัด และมีมลพิษต่ำกว่ารถปิคอัพทั่วไป นับเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกอีกด้วย ทาทา ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี เอ็กซ์เท็นด์แค็บ CLE เปิดตัวดัวยราคาพิเศษช่วงแนะนำเพียง 519,000 บาทนายอาจิต เวนคาทารามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวรถปิคอัพ เครื่องยนต์ซีเอ็นจีแท้ทั้งระบบว่า
“ทาทารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ และมีโอกาสเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ๆ
ให้กับลูกค้า ด้วยสินค้าที่มีความแตกต่าง และโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งลูกค้าของทาทา
จะได้เลือกใช้รถปิคอัพที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ใช้ในการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง
เป็นรถที่สร้างรายได้ ประหยัดกว่าทั้งในเรื่องการบำรุงรักษา และค่าเชื้อเพลิง ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด
ที่ทาทาได้มีโอกาสเปิดตัวรถปิคอัพ “ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” เป็นครั้งแรกในโลก ให้ลูกค้าชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัส
รถยนต์พลังงานทางเลือกนวัตกรรมล่าสุด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงต่ำกว่า ประหยัดกว่า
รถปิคอัพทุกคันที่มีวิ่งอยู่ในประเทศไทย จากนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ราคาของก๊าซต่ำกว่าราคาดีเซลอย่างน้อยครึ่งต่อครึ่ง”ปิคอัพฉีกกฎ”ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี” เครื่องยนต์ 2.1 ลิตร DOHC หัวฉีดมัลติพอยต์ แรงม้าสูงสุด 115 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 3,750 รอบ/นาที โดดเด่นด้วย ระบบเครื่องยนต์ซีเอ็นจี แท้ทั้งระบบ
ใช้วัสดุอุปกรณ์ชั้นนำคุณภาพสูงสุด ที่ผ่านการทดสอบและคัดเลือกมาเพื่อระบบเครื่องยนต์ ซีเอ็นจีโดยเฉพาะอาทิ
ระบบท่อก๊าซใช้ของ Sandvik เยอรมัน และ Swagelok สหรัฐอเมริกา วาล์วนิรภัยของ OMB อิตาลี
ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการรั่วซึม แรงดัน และอุณหภูมิ ส่วนระบบประมวลผลอัจฉริยะคำนวณการผสมผสานก๊าซ
อากาศ สภาพการขับขี่ ใช้ของ Bosch เยอรมัน และเซ็นเซอร์ของ Valeo ฝรั่งเศส เป็นต้นการปรับกำลังอัดภายใน
เครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิง CNG เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์สูงสุด เครื่องยนต์จึงทำงานอย่างราบเรียบ
และยิ่งไปกว่านั้น เครื่องยนต์ยังถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานที่สมบุกสมบัน ทนทานในทุกสภาพการใช้งาน ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด และบำรุงรักษาง่ายจุดเด่นอื่นๆ ของทาทา ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี อาทิ• ผ่านการทดสอบอย่างหนักหน่วง ทุกสภาพการใช้งานจริง บนทุกสภาพถนนของไทย• ผ่านการทดสอบการใช้เชื้อเพลิงซีเอ็นจี ที่มาจากแหล่งต่างๆ ของประเทศไทย จากนั้นจึงได้นำข้อมูลมาปรับแต่งการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมลงตัว กับแหล่งก๊าซในประเทศไทยให้มากที่สุด เพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวกับทุกความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถปิคอัพที่สร้างเสริมรายได้ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน• จัดวางถังซีเอ็นจี ไว้บนโครงสร้างตัวถัง ใต้พื้นกระบะ ให้ความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งทำให้พื้นที่สำหรับขนส่งสินค้ายังสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับรถปิคอัพทั่วไป ในขณะที่รถที่ถูกนำมาดัดแปลงเพื่อติดตั้งถัง ซีเอ็นจี ภายหลัง จะต้องเสียพื้นที่บรรทุกในกระบะไปพอสมควร• รับประกัน 3 ปี 100,000 กิโลเมตรกลุ่มลูกค้าเป้าหมายค่อนข้างจะชัดเจน และแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด อาทิกลุ่มผู้ใช้รถประจำถิ่นที่ใช้งานขนส่งสินค้าบนเส้นทางที่แน่นอน และอีกกลุ่มที่มีศักยภาพมาก คือลูกค้ากลุ่มบริษัทใหญ่ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงมากๆ
การเลือกใช้ CNG
จะทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำลงทันทีอย่างน้อย 30-50% เชิญพบกับรถทาทา ซีนอนใหม่ ได้ที่บูธทาทา
ซึ่งในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ ทาทา ได้สะท้อนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม ออกมาในการจัดแต่งบูธ ด้วยต้นไม้ใหญ่
นำป่ามาสู่เมือง จัดแสดงรถในสวนสวย ลูกค้าที่มาเยี่ยมชมบูธของทาทา จะได้ชมรถทาทา ซีนอน ครบทุกรุ่น ทั้งรุ่น
ดับเบิ้ลแค็บ เอ็กซ์เท็นด์แค็บ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร และยังมีโอกาสร่วมสนุก เล่นเกมส์ ชิงของรางวัลมากมาย
ส่วนลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่
ทาทาก็ยังได้จัดเตรียมรถทดสอบให้ลูกค้าได้ทดลองสมรรถนะได้อย่างเต็มที่
ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม ศกนี้ ที่เมืองทองธานี

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

อีซูซุเจ๋ง...คว้า “หม่ำ” ปะทะ “โปงลางสะออน”


ชาวกรุงเทพฯ เตรียมพบกับความสนุกครั้งใหม่! ในงานมหกรรม “อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน” มหกรรมความสุขเหนือระดับกับ “อีซูซุ แพลททินั่ม ใหม่!” ยอดรถประหยัดน้ำมันแห่งยุค ที่ขนทั้งสาระและบันเทิงมาเต็มรูปแบบ ร่วมกับทีมดาราคับคั่ง พร้อมโชว์สุดฮาครั้งแรกในเมืองไทยของซูเปอร์สตาร์ดัง “หม่ำ จ๊กม๊ก” และ “โปงลางสะออน” ที่จะมาดวลไมค์...ดวลมุข...ดวลแดนซ์ประชันความเป็นเจ้าเวที ประเดิมกระตุกต่อมฮา ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน ศกนี้
ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ณ มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ (แดนเนรมิตเก่า) ก่อนเดินสายกระจายความฮาทั่วประเทศ

อีซูซุเดินหน้าเติมเต็มความสุขเหนือระดับครั้งใหม่ให้ชาวไทยได้ร่วมสนุกลุ้นรางวัลมากมาย ใกล้ชิดดารา และอิ่มอร่อยฟรีตลอดงานกันอีกครั้ง ในงานมหกรรม “อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน” พื้นที่แห่งความสุขของประชาคมอีซูซุ
ซึ่งนอกจากจะได้สัมผัสกับขบวนรถรุ่นใหม่ล่าสุด “อีซูซุดีแมคซ์ แพลททินั่ม ใหม่!” ยอดรถประหยัดน้ำมันแห่งยุค
และ “อีซูซุ มิว-เซเว่น แพลททินั่ม ใหม่!” รถอเนกประสงค์ยอดประหยัดน้ำมันอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีโอกาสได้พิสูจน์ความกล้าสุดท้าทายของสมรรถนะรถขับเคลื่อนสี่ล้อในสถานี “แกร่ง กล้า ท้าประลอง”
พร้อมด้วยกิจกรรมที่มีครบทั้งสาระและบันเทิง อาทิ
ร่วมเชียร์น้องๆ หนูๆ ในการประกวดร้องเพลงประกอบลีลา “อีซูซุดีแมคซ์ แพลททินั่ม”
การแสดงหลากหลายความสามารถจากทีม “ดันดารา” นำโดย “ปุ๊ย ตีสิบ” และ “โน๊ต เชิญยิ้ม”
เรียนรู้ทักษะการขับรถแบบประหยัดน้ำมันเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋ากับการเข้าร่วมการแข่งขัน
“แข่งรถประหยัดอัจฉริยะสัญจรกับอีซูซุ”
ร่วมฟังเสวนาเรื่องยานยนต์ใน “อีซูซุ แพลททินั่ม ทอล์คโชว์”
ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่าง อ. พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูด้านยานยนต์และพลังงาน กับโน๊ต เชิญยิ้ม แบบสบายๆ
ยลโฉมสาวงามผู้เข้ารอบ 18 คนสุดท้ายของการประกวดนางสาวไทยประจำปี 2551 อย่างใกล้ชิด
สนุกไปกับเกมต่างๆ พร้อมชิงรางวัลมากมาย
และส่งท้ายด้วยโชว์ชุดพิเศษครั้งแรกในเมืองไทยที่ได้ซูเปอร์สตาร์อย่าง “หม่ำ จ๊กม๊ก” และ “โปงลางสะออน”
มาดวลไมค์...ดวลมุข...ดวลแดนซ์ แบบรับประกันความฮา งานนี้มีลุ้นกันว่าใครจะเป็นเจ้าของเวทีตัวจริง ชาวกรุงเทพฯ พลาดไม่ได้! กับการประเดิมความสนุกสุขสันต์เหนือระดับ
ในมหกรรม “อีซูซุ แพลททินั่ม หม่ำ-สะออน” วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน ศกนี้ ระหว่างเวลา 14.00 - 20.00 น.
ณ มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ (แดนเนรมิตเก่า) เป็นแห่งแรก ก่อนเดินสายแจกจ่ายความสุข สนุก ฮาทั่วประเทศเร็วๆ นี้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์อีซูซุโทร. 0-2966-2121 ต่างจังหวัดโทรฟรีที่ 1-800-251-318 และที่โชว์รูมอีซูซุ

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ฮอนด้าเปิดตัวซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ต เพิ่มความหรูหราด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ
















ฮอนด้าเปิดตัวซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ต เพิ่มความหรูหราด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ

รถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์รุ่นแรกที่มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ
• กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่เพิ่มความเป็นรถสปอร์ตเน้นกลุ่มเป้าหมายคนทำงานวัยหนุ่มสาว บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งอันดับสองของประเทศไทย เปิดตัวฮอนด้า ซีวิค 2009 ที่มีรูปลักษณ์ใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น มีคุณสมบัติเด่นมากขึ้น มีห้องโดยสารที่สะดวกสบายและเครื่องยนต์ i-VTEC สมรรถนะสูงฮอนด้า ซีวิครุ่นล่าสุดมีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์ เครื่องเล่นดีวีดี สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome และไฟท้ายทรงแปดเหลี่ยม ราคาจำหน่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 749,000 บาท ขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์และรุ่นฮอนด้า ซีวิค 2009 สานต่อความเป็นรถยนต์สปอร์ตล้ำสมัยในตลาดรถยนต์นั่งชั้นนำด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวดุดัน ห้องโดยสารที่กว้างขวาง อัตราเร่งและตอบสนองที่เหนือกว่า นอกจากนี้เครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพมร. เคนจิ โอตะกะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิคมีประวัติยาวนานในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์นั่งในกลุ่มคอมแพคท์รุ่นต่อๆ มา ในการเปิดตัวฮอนด้า ซีวิค 2009 ในวันนี้ เราได้กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้รถยนต์สไตล์สปอร์ตรุ่นล่าสุดนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในรถยนต์นั่งระดับเดียวกัน”


“ฮอนด้า ซีวิค 2009 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบใหม่ ด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome และไฟท้ายทรงแปดเหลี่ยม เพื่อให้ดูสปอร์ตและโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น ภายในรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ตรุ่นนี้มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์”
“คุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง เครื่องเล่นดีวีดี และสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ช่วยเสริมให้ฮอนด้า ซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ตใหม่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งขึ้น และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของฮอนด้า ซีวิคในตลาดรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์” มร.โอตะกะกล่าว
ฮอนด้า ซีวิค 2009 มีให้เลือกสามรุ่นหลัก คือ ซีวิค S ซีวิค E และรุ่นสูงสุด ซีวิค EL ซึ่งสามารถใช้ได้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ฮอนด้า ซีวิค S และ E มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยรุ่น S มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก ส่วนรุ่นสูงสุด ซีวิค EL ใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าฮอนด้า ซีวิค 2009 ทั้งสามรุ่นมีสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ทำให้คนขับได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงภายในรถยนต์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ส่วนคุณสมบัติมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ มาตรวัดสองชั้นเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ที่มีชื่อเสียงของฮอนด้า ซีวิค กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย และปลายท่อไอเสียแบบคู่

ซีวิค 1.8 S รุ่นเกียร์ธรรมดา
ราคา 749,000 บาท
และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมถุงลมคู่หน้า ราคา 831,000 บาท
ซีวิค 1.8 E ราคา 909,000 บาท มาพร้อมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ซีวิค 1.8 E Navi ราคา 964,000 บาท
ติดตั้งระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอและเครื่องเล่นดีวีดี ทั้งสองรุ่นมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
ซีวิค 2.0 EL ราคา 1,046,000 บาท
มีสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่นสูงสุด ซีวิค 2.0 EL Navi ราคา 1,101,000 บาท
มีระบบนำทางแบบสัมผัสหน้าจอ เครื่องเล่นดีวีดีและสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง
ฮอนด้า ซีวิค 2009 จะจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2008 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม
ผู้สนใจสามารถสั่งจองฮอนด้า ซีวิค 2009 ได้แล้วที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ

นิสสันเปิดตัว ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ รถปิคอัพ หรูหรา สไตล์คนเมือง











นิสสันเปิดตัว ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ รถปิคอัพ หรูหรา สไตล์คนเมือง
พรีเซนเตอร์ใหม่ เจษฏาภรณ์ ผลดีและแคมเปญโฆษณาภายใต้แนวคิด ความท้าทายใหม่ แห่งป่าคอนกรีต

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ตระกูลฟรอนเทียร์ นาวารา ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด ได้เปิดตัวรถยนต์ ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ ปิคอัพ 4x2 ด้วยรูปลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่นี้จะช่วยปรับตำแหน่งทางการตลาดของนิสสัน
ในตลาดรถปิคอัพสไตล์หรู
นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่เป็นรถปิคอัพเหนือระดับสำหรับชีวิตคนเมือง ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงสมรรถนะ ความทนทาน ความปลอดภัยและการผสมผสานระหว่าง 4x4 และ 4x2 แบบมาตรฐานที่พร้อมท้าทายทุกอุปสรรคในชีวิตเมือง
จุดเด่นของ ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ คือ
• คิ้วล้อสไตล์ออฟโรด
• บันไดข้างสไตล์ออฟโรด
• กันชนหลัง
• ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สไตล์ออฟโรด
• ระบบป้องกันล้อล๊อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD
• สติกเกอร์ คาลิเบอร์
นาย โคจิ โอคูดะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย กล่าวว่า นิสสันเปิดตัวนาวารา คาลิเบอร์ ใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่รถปิคอัพสไตล์หรูสำหรับวิถีชีวิตคนเมือง นาวารา คาลิเบอร์มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันโลดแล่น พร้อมความปลอดภัยและความทนทาน ที่ลูกค้าต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง
สำหรับแคมเปญโฆษณาตัวใหม่นั้น นิสสันได้เลือก ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดีเพื่อยืนยันภาพลักษณ์ของรถปิคอัพสไตล์หรูสำหรับคนเมือง สื่อโฆษณาและกิจกรรมสนับสนุนทั้งหมดอาทิ โฆษณาทางทีวี สปอตวิทยุ สื่อพิมพ์และอื่นๆนั้นได้ออกแบบภายใต้แนวคิด ความท้าทายใหม่ แห่งป่าคอนกรีต
นาวารา คาลิเบอร์รวบรวมเอาสมรรถนะอันทรงพลัง รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมเหนือระดับสู่ตลาดรถปิคอัพ
เป็นการนำเสนอนวัตกรรมของทุกองค์ประกอบที่ออกแบบมาเพื่อฟันฝ่าทุกอุปสรรคบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เพื่อทำงานหรือท่องเที่ยว ฟรอนเทียร์ นาวารา เป็นรถยนต์เหนือระดับและหนึ่งเดียวในประเทศไทยด้วยระบบขับเคลื่อนเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด
สมรรถนะ
นาวารา คาลิเบอร์ สัมผัสความแรงแห่งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล YD25DDTi-144 คอมมอนเรลแบบไดเร็กอินเจ็กชั่น เครื่องยนต์ 144 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร เทอร์โบแบบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้อัตราเร่งสูงสุดและ
ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการถ่ายทอดพละกำลังในทุกรอบของเครื่องยนต์
ซึ่งนับเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเครื่องยนต์เพลาถ่วงสมดุลช่วยลดเสียงดังของเครื่องยนต์
ทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างราบเรียบและลดแรงสั่นสะเทือน เครื่องยนต์ดีเซล YD-144 คอมมอนเรลให้อัตราเร่งสูงสุดมีกำลังต่อเนื่องในทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ สมรรถนะอันทรงพลังเหมาะสมกับการใช้งานทุกรูปแบบและ
ทุกกิจกรรมด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันอย่างสูงสุด

ความทนทาน
นิสสันได้ออกแบบโครงสร้างแชสซีส์ของ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ ทำให้นาวารา คาลิเบอร์นั้นแข็งแกร่ง ทนทาน และปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับโลก โครงสร้างมีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่หน้าตัดและความหนาของเฟรมโดยทำจากเหล็กกล้าขึ้นรูปประกบ 2 ชั้น ชิ้นเดียวยาวตลอดในจุดที่ต้องรับน้ำหนักสูง เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานได้ดี ฐานล้อที่ยาวขึ้นและร่องยางที่กว้างขึ้นช่วยให้การเกาะถนนดีเยี่ยม

ความปลอดภัย
นาวารา คาลิเบอร์ มีมาให้ครบครัน อาทิ ด้านหน้าเสริมด้วยระบบการยุบตัวของพวงมาลัย, มั่นใจด้วยระบบเบรก เทคโนโลยี LSV (Load Sensing Valve) จะตรวจจับการกระจายน้ำหนักของแรงกดบนล้อหลังและจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกในล้อหลังให้สมดุลกันทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อ ด้วยคอมพิวเตอร์ พร้อมระบบควบคุมและกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็คทรอนิกส์ EBD ปรับแรงดันน้ำมันเบรกล้อหลังให้เท่ากัน เพื่อให้เบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดระยะเบรกให้สั้นลงเพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจกับ
นาวารา คาลิเบอร์

นาวารา คาลิเบอร์ รุ่นใหม่มีให้เลือก 2 รุ่นคือ
นาวารา คาลิเบอร์ คิงส์แคบ ด้วยราคาโดนใจ 639,000 บาท
นาวารา คาลิเบอร์ ดับเบิ้ล แคบ ราคา 715,000 บาท
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการทดลองขับนิสสัน ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่
กรุณาติดต่อที่โชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่านหรือเข้าชมที่เว็บไซด์ www.nissan.co.th

หนังโฆษณารถ NISSAN NAVARA CALIBRE ใหม่ ได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี เป็นพรีเซนเตอร์



หนังโฆษณารถ NISSAN NAVARA CALIBRE ใหม่ ได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี เป็นพรีเซนเตอร์

นิสสันเปิดตัวรถรุ่นใหม่ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ พร้อมโฆษณาชุด Built for the Concrete Jungle โดยได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี มาเป็นพรีเซนเตอร์ในโฆษณานี้ด้วย
แนวความคิดของโฆษณา ป่าเป็นที่รวมของสิ่งมีชีวิตและต้นไม้ที่ถูกสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติ
แต่มีป่าอีกชนิดหนึ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เราเรียกว่า “ป่าคอนกรีต”
ณ ป่าคอนกรีต ทุกคนต่างต้องแข่งขันกันเพื่อความสำเร็จ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของรถที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตในเมือง
และสมบุกสมบันสำหรับป่าคอนกรีต ซึ่งก็คือ “นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์” ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน น่าเกรงขาม พร้อมท้าทายทุกอุปสรรคในชีวิตเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ เป็นความท้าทายใหม่แห่งป่าคอนกรีต นั่นเอง
เปิดเรื่อง… ยามเช้าวันหนึ่ง ใจกลางมหานคร ขณะที่ทุกชีวิตกำลังเริ่มต้นวันใหม่ ชายหนุ่มขับรถนาวารา คาลิเบอร์ สีดำสนิทค่อยๆ แล่นผ่านผู้คนต่างๆ พร้อมได้สัมผัสสัญชาตญาณแห่งป่าในเมือง พนักงานออฟฟิศที่ข้ามถนนมองเห็นเงาสะท้อนเป็นม้าลายฝูงใหญ่ หญิงสาวเซ็กซี่ราวกับแม่เสือดาวเจ้าเสน่ห์ และอีกหลากหลายชีวิต ซึ่งต่างก็ถูกสะกดให้จับจ้องรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งดุดันของนาวารา คาลิเบอร์ จนได้พบกับสาวสวยที่ดูสง่าราวนางราชสีห์ แล้วชายหนุ่มก็พานาวารา คาลิเบอร์ ไล่ทะยานฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนในที่สุด ชายหนุ่มก็ได้พบกับหญิงสาวบนชั้นดาดฟ้าใจกลางป่าคอนกรีต นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ความท้าทายใหม่แห่งป่าคอนกรีต
เพื่อเสริมความท้าทายใหม่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราจึงเลือก ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี มาเป็นพรีเซนเตอร์
ติ๊กเป็นผู้ชายลุยๆ มีจิตใจรักการผจญภัย แต่ก็ต้องทำงานในเมือง วันหยุดก็ออกไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด
เขาจึงเลือก นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์เป็นรถคู่ใจ เพราะสามารถตอบไลฟ์สไตส์และตัวตนของติ๊ก
และชีวิตคนเมืองที่มีใจแอดแวนเจอร์ได้อย่างครบถ้วน