AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๒๓ มกราคม ๒๕๕๓

Naow27 Auto Talk Show #2 : กลยุทธพิฆาตคู่แข่งตลอดกาล


สวัสดีครับ ชาวทวีตภพและชาว #twittcm ทุกท่านครับ
ขอต้อนรับสู่ Naow27 Talk Show Live ครับ
เป็นอีกวันหนึ่งครับที่เราเจอกัน เราจะเจอกัน
ทุกวันศุกร์ เวลา 21.00 น. และ วันเสาร์ เวลา 22.00 น. ครับ
 
วันนี้ผมจะมา Live เรื่อง"กลยุทธพิฆาตคู่แข่งตลอดกาล" งานนี้ใครที่ทำงาน
เกี่ยวกับการค้าขายจะได้รู้เทคนิคเพื่อให้ชนะคู่แข่งตลอดกาลได้อย่างสบายใจ
อาจจะสงสัยว่าทำไม วันนี้ไม่เมาส์เรื่องรถล่ะ? คำตอบคือวันนี้ผมมาเมาส์
เรื่องเกี่ยวกับการตลาดซะหน่อย เพื่อใครที่อยากจะลองทำก็ลองทำได้
แต่ต้องใช้เวลาซะนิดนึงนะครับ(อิอิ)

(ไร้)สาระมาพอแล้ว เอาล่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า การตลาดเป็นสิ่งสำคัญที่
ค่ายรถยนต์ต้องทำเพื่อให้รถรุ่นดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริโภคได้จดจำสินค้าง่ายขึ้น
 แต่จะทำไงให้สินค้าดังกล่าวฟีเวอร์ให้ได้ 
 วันนี้ผมมีกรณีที่ เกิดแล้วมา 5 กรณีด้วยกันครับ

กรณีที่ 1 อีซูซุดีแมคซ์ ฟีเวอร์
เมื่อปี 2545 นับว่าเป็นกรณีที่ถือว่าฟีเวอร์มาก
หลังจากเปิดตัวได้ประมาณ 2 วัน(มั้ง จำไม่ได้เพราะมันนานมาแล้ว 55+)
ก็ทำยอดได้ถึงพันคัน แล้วใช้ระยะเวลา 1 ปี สามารถทำได้ 120,000 คัน

กรณีที่ 2 โตโยต้า วีโก้ ฟีเวอร์(โครตๆ)
เมื่อปี 2547 หลังจากที่โตโยต้าโดนอีซูซุเล่นงานเข้าอย่างจัง  
โตโยต้าก็ซุ่มเงียบในการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่เพื่อกระชากอีซูซุ
ลงจากที่ 1 ให้ได้โดยใช้ระยะเวลา 2 ปีในการเฝ้าดูตลาดของอีซูซุ
 รวมไปถึงการพัฒนารถกระบะที่ตอบสนองได้ดีกว่าดีแมคซ์
จนปี 2547 โตโยต้าก็เปิดตัว วีโก้ รถกระบะในตระกูล"ไฮลักซ์"ซึ่ง
เปิดตัวได้เพียง 3 วัน สามารถทำได้ 22,000 คัน นับว่าเยอะกว่าดีแมคซ์ซะด้วย
นับว่าใช้เวลาเพียง 2 ปีในการเฝ้าดูตลาดของฝ่ายตรงข้าม
จนประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

กรณีที่ 3 ฮอนด้า แจ็ส รุ่นที่ 2 กลิ่นไอจากแดนปลาดิบ 
นับว่าฮอนด้าได้สร้างกระแสฟีเวอร์ก่อนเปิดตัวได้อย่างงดงามเลยทีเดียว
  เพราะก่อนเปิดตัวได้นำ Honda Fit (Jazz เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ได้ให้สื่อมวลชน
ได้ลองขับก่อนพบแจ็สเวอร์ชั่นไทย พอเปิดตัวปุ๊ปก็โกยยอดขายได้
เยอะเพื่อสมควร (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2551)

กรณีที่ 4 โตโยต้า ยาริส ต้นแรง ปลายแผ่ว
(เปิดตัวเมื่อ 2549 ปรับโฉมเมื่อปีที่แล้ว) 
โตโยต้าก็เคยสร้างกระแสยาริสให้สนั่นทั่วไทยเมื่อ 2 ปีก่อน 
 แต่พอ Jazz รุ่นที่ 2 เปิดตัวกลับแผ่วอย่างแรงเลยทีเดียว
ก็เลยต้องปรับโฉมเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถดึง Jazz ลงมาจากที่ 1 ได้

กรณีที่ 5 มาสด้า 2 ฟีเวอร์ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว
มาสด้าได้สร้างกระแสน้อง 2 ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว ก็ได้มีการจอง
ก่อนตัวรถจะมาที่โชว์รูม แล้วสามารถทำยอดจองได้ 1,000 คัน
พอเปิดตัวได้ 1 สัปดาห์ สามารถทำยอดขายได้ถึง 3,000 คัน
นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียว

ตอนนี้เรามาดูว่า เทคนิคที่จะพิฆาตคู่แข่งนั้นต้องทำยังไง
1.เฝ้าดูการตลาดของฝ่ายตรงข้ามให้ดี เพราะหากสบประมาทเมื่อไร
รับรองเหนื่อยแน่ (เพราะว่าเราไม่ควรมองข้ามสิ่งที่
ฝ่ายตรงข้ามได้กระทำมิเช่นนั้นเราจะเหนื่อยกับการงัดทีเด็ด)

2.สอบถามความต้องการของผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคมัก
อยากได้สินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้โภค 
ฉะนั้นควรศึกษาให้ดีๆนะครับ

3.พัฒนาสินค้าให้ดีกว่าคู่แข่ง วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีเลยก็ว่าได้ 
เพราะสินค้าของคู่แข่งนั้นอาจจะมีจุดด้อยอยู่บ้างจุดโดย
วิธีนี้เราลองซื้อสินค้า(ส่งตัวแทนไปซื้อสินค้า แต่งตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป)
แล้วก็ดูว่าจุดไหนเป็นจุดด้อย

4.ข้อสุดท้าย เตรียมแคมเปญและจัดกิจกรรม ข้อนี้ถือว่าต้องทำ 
เพื่อเป็นการกระตุ้นสินค้าให้ผู้บริโภคสนใจที่จะซื้อ

(เพิ่มอีกข้อคือบริการหลังการขายต้องพร้อมในการให้บริการ 
หลังผู้บริโภคซื้อสินค้าไปแล้วพบปัญหาหลังจากใช้สินค้าเป็นระยะเวลานาน )

5 ข้อนี้ มีบ้างข้อที่อาจจะใช้เวลานานอยู่
แต่ก็เพื่อให้สินค้านั้นตราตรึงอยู่ในลูกค้าตลอดไป End.   
   
สามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://tinyurl.com/naow27-talkshow-re 
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ 

๒๒ มกราคม ๒๕๕๓

Naow27 Auto Talk Show #1 : Eco Car รถยนต์(โครต)ประหยัดที่รอกันเป็นปี

สวัสดีชาวทวีตชนทุกท่าน รวมถึงชาว #twittcm ทุกคนครับ 
ขอต้อนรับสู่ Naow27 Auto Talk Show Live โดยรูปแบบ Live นั้น
จะไปในทางด้านยานยนต์ ผสมผสานกับเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับวงการยานยนต์

วันนี้เป็นวันแรกของการทวีตสดแบบนี้และ(อาจจะ)เป็นครั้งแรกของเมืองไทย
เลยก็ว่าได้ ที่ได้มีการทวีตสดในหมวดยานยนต์  
วันนี้เสนอเรื่อง"Eco Car รถยนต์(โครต)ประหยัดที่รอกันเป็นปี"
 อาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงตั้งหัวข้อแบบนี้ 
ผมต้องย้อนความหลังไปเมื่อประมาณปี 2548 ถึง 2549 เมื่อรัฐบาลได้ 
ประกาศว่า"ประเทศไทยจะมีรถอีโค่คาร์วิ่งกันภายในปี 2552"
แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีค่ายรถยนต์ที่ไม่ปิดเผยความคืบหน้าของโครงการนี้
แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีค่ายรถยนต์ที่ไม่เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการนี้
บวกกับปัจจัยหลายๆ ด้านที่ทำให้โครงการนี้ล่าช้าอย่างกะหอยทาก
จนในที่สุดก็มีค่ายรถยนต์รุ่นหนึ่งที่มาประกาศว่า
"จะค่ายรถยนต์รุ่นแรกที่มี อีโค่คาร์ในประเทศไทย"จะเป็น ใครเป็นไปไม่ได้
นอกเสียจากค่ายนิสสันที่ได้ประกาศว่า"จะเป็นค่ายแรกที่เปิดตัวรถอีโค่คาร์
ในไทย"เมื่อปีที่แล้วนี้เอง พร้อมกับเผยภาพสเก็ตรถอีโค่คาร์ของนิสสัน
ถ้าใครอยากเห็นตามลิงค์เลยครับ http://tinyurl.com/yh9p7bo  

คำถามต่อมาคืออีโค่คาร์คืออะไร? 
อีโค่คาร์คือรถยนต์ที่มีความประหยัดกว่ารถทั่วไป
โดยมีสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ(BOI) 
โดยบีโอไอเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของรถยนต์อีโค่คาร์ 
สำหรับรถอีโค่คาร์นั้นต้องมี 4 คุณสมบัติที่รถยนต์ทุกค่ายต้องทำกันคือ


1.มีอัตราการใช้น้ำเชื้อเพลิงไม่เกิน 5.0 ลิตร หรือ 100 กม.

2.มาตรฐานมลพิษต้องอยู่ในระดับยูโร 4 (EURO4) และมีปริมาณ
การปล่อยก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยได้ไม่เกิน 120 กรัม
ต่อระยะทาง 1 กม.

3.สามารถปกป้องผู้โดยสารกรณีเกิดการชนจากด้านหน้าและด้านข้าง
ตามมาตรฐานความปลอดภัยของ Unece* 94 และ 95 
(*Unece คือคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจสหภาพยูโรป) 

ข้อสุดท้ายคือต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี
สำหรับเบนซิน และ 1,400 ซีซี สำหรับดีเซล



แต่ขนาดของตัวรถนั้นกลับไม่จำกัด
(ง่ายๆคือตัวรถเป็น SUV แต่เครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 1,400 ซีซี) 

นี่คือ 4 คุณสมบัติของการเป็นอีโค่คาร์ สำหรับใครที่รอรถอีโค่คาร์นั้น
นิสสันได้ให้คำมั่นสัญญาว่า"จะเปิดตัวภายในเดือนมีนาคมปีนี้"  
ส่วนราคานั้น คาดว่าจะต่ำกว่า Mazda 2 หรือรถยนต์รุ่นอื่นๆ
(ราวๆก็ประมาณ 3-4 แสนบาท)แต่ที่น่าจับตามอง คือการตลาดของนิสสันว่า
จะทำยังไงให้อีโค่คาร์ฟีเวอร์ให้มากที่สุด ส่วนชื่อนั้นคาดว่าจะใช้ชื่อ"March"
เป็นชื่อในการขาย หากท่านใดที่สนใจในเรื่องนิสสันอีโค่คาร์
สามารถติดตามได้ที่ @NissanThailand ส่วนค่ายเบอร์ 1 อย่างโตโยต้า
ตอนนี้ก็กำลังตัดสินใจว่าจะเอารถรุ่นใดมาเป็นอีโค่คาร์ โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
มีกระแสว่า โตโยต้าจะใช้เจ้า Etios (อิดิออส)รถต้นแบบจาก
งานนิวเดลี มอเตอร์โชว์ที่อินเดียมาเป็นอีโค่คาร์ในไทย  เช่นเดียวกับฮอนด้า
ที่อาจจะเอารถต้นแบบอย่าง New Small Concept มาเป็นรถอีโค่คาร์ในไทย
ต้องลุ้นกันต่อไปว่าทั้ง 2 ค่ายจะเอารถรุ่นไหนเป็นอีโค่คาร์ 
แต่อีกนานครับกว่าจะเปิดตัว(ก็ประมาณปี 2555) ส่วนซูซูกินั้น
อาจจะเปิดตัวรถอีโค่คาร์ในปี 2554 ก็ได้เนื่องจากมีแผนผลิต
โรงงานรถอีโค่คาร์ในไทยต้องลุ้นกันต่อไปว่าโตโยต้า,ฮอนด้าและซูซูกิ


จะนำรถรุ่นใดมาเป็นอีโค่คาร์ Naow27 และ AutoThailand 
จะรายงานให้ทราบโดยทั่วกันครับ

สามารถอ่านย้อนหลังได้ทาง http://tinyurl.com/autothailand 
หากมีขอผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยในมานะที่นี่ 

๑๙ มกราคม ๒๕๕๓

๑๖ มกราคม ๒๕๕๓

Chevrolet AVEO 1.6 L อัพแรงม้าให้ขับมันส์ขึ้น

หลังจากที่เชฟโรเลตได้เปิดตัวอาวีโอในไทยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2006
ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว พอมาช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2007
ก็ได้มีการเพิ่มอีก 2 รุ่นคือ Sport SS และ Lux เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับ
คนที่ชอบความเท่สไตล์สปอร์ตหรือความหรูหราเหมือนรถยนต์ระดับผู้นำ
แต่ดูเหมือนว่าสมรรถนะของอาวีโอนั้นยังคงไม่เร้าใจพอ
  เพราะมีแค่เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 94 แรงม้า 
ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 3,400 รอบ/นาที
ดูจากแรงม้าและแรงบิดแล้วพบว่าสมรรถนะนั้นยังไม่เร้าใจเท่าไร


ดังนั้นเชฟโรเลตจึงเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ชอบความแรงแบบสปอร์ต
ด้วยการวางเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรมาซะเลย



โดยงานนี้เชฟโรเลตได้เปิดตัวในงาน Motor Expo 2009 
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยรูปทรงนั้นยังคงเหมือนอาวีโอวรุ่นทั่วๆไป

ส่วนภายในนั้นได้เพิ่ม ระบบเครื่องเสียงแบบ 2-Din รองรับระบบ CD / MP3
ที่เพิ่มระบบ Bluetooth เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ขนาดโทร

 





ในส่วนรุ่นนั้นได้มีการเพิ่มมาอีก 4 รุ่นคือ SS,LUX ,LT และ LSX
ทั้ง 4 รุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดและสามารถใช้น้ำมัน E20 ได้ 
 มาดูรายละเอียดเครื่องยนต์กันดีกว่า



 เครื่องยนต์ขนาด 1,600 ซีซี รหัส F16D3 4 สูบ DOCH 16 วาล์ว แบบ VGIS

ระบบจ่ายน้ำมันแบบ หัวฉีดมัลติพอยท์ (MPFI) ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า
ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที 
เครื่องยนต์ตัวนี้ เป็นตัวเดียวกับ Chevrolet Optra เพียงแต่ว่า
ได้มีการปรับแรงม้าให้ลดลง 5 %  ส่วนแรงบิดนั้นลดลงไป 5 %
เช่นกัน ส่วนรอบแรงบิดนั้นปรับลดลงไป 400 รอบ

ส่วนระบบช่วงล่างแบบ ยูโรไรด์ ซัสเพนชั่น ยึดเกาะถนน และปลอดภัย
ระดับมาตรฐานยุโรป ด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท
 คอยล์สปริง ช็อคอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม
ยูโรปเปียนเฮลิคัล สปริง พร้อมช็อคอัพแก๊ส



 
ส่วนความปลอดภัยนั้น อาวีโอมีระบบเบรก ABS กระจายแรงเบรก EBD
 ถุงลมนิรภัย กุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย ไฟตัดหมอก (เฉพาะรุ่น) 




เชฟโรเลตอาวีโอ 1.6 ลิตร มีให้เลือกทั้ง 4 รุ่นสามารถใช้น้ำมัน E20 ได้
ราคา
 
-เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LSX 644,000 บาท
- เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LT 674,000 บาท
- เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร SS   669,000 บาท
- เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LUX 709,000 บาท


หากใครสนใจที่จะทดลองขับเชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร 
สามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศ


๐๙ มกราคม ๒๕๕๓

อาฟต้าเป็น 0 % มาสด้าปรับลดราคาน้อง 3 เริ่มต้นที่ 7.55 แสนบาท

 

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ขานรับนโยบายเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า
(ASEAN Free Trade Area: AFTA) ส่งผลให้มีการลดภาษีศุลกากร
สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนให้เหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ 

ประกาศปรับลดราคาจำหน่ายรถยนต์มาสด้า3

ทุกรุ่นใหม่หมดทันที เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 

เป็นต้นไปโดยราคาเริ่มต้นเพียง 755,000 บาท พร้อมกันนี้มาสด้ายังมอบ
ข้อเสนอพิเศษด้วยดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.19% ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี
และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งอีกด้วย



จอห์น เรย์  กรรมการผู้จัดการ 

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า 
การที่เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553ที่ผ่านมา ส่งผลให้รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า 3
ซึ่งทำการผลิตที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าว
จากการลดภาษีศุลกากรลงเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์
โดยมาสด้าได้ประกาศปรับราคาของรถยนต์นั่งมาสด้า3 ทุกรุ่นใหม่ทันที 
ซึ่งปรับลดลงสูงสุดถึง 30,000 บาท ทั้งนี้ รถยนต์นั่งมาสด้า3 
ยังคงความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเรื่องของดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต
สมรรถนะของรถยนต์ การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และความคุ้มค่าคุ้ม
ราคาของมาสด้า3ที่ตอบสนองทุกการขับขี่ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
ได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับราคาใหม่ของรถยนต์มาสด้า3 นั้นเริ่มต้นเพียง 755,000 บาท 
ในรุ่น Groove เกียร์อัตโนมัติ และปรับลดลงมากที่สุดถึง 30,000 บาท 
โดยเริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับรถที่ส่งมอบ
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป


สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ว่า หลังจากประสบความสำเร็จ
อย่างยิ่งในการเปิดตัวรถยนต์นั่งสปอร์ตซิตี้คาร์น้องใหม่
 New Mazda2 ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้จากยอดจองทั้งสิ้นกว่า 4,000 คัน
ในปีนี้ มาสด้า3 ก็มาเป็นอีกโมเดลหนึ่งที่สร้างสีสัน
  และทำให้อำนาจการแข่งขันของมาสด้าประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น 
สืบเนื่องจากการมีผลบังคับใช้ของอาฟต้าในปี 2010 นี้ 
ได้ให้ประโยชน์แก่ลูกค้าผู้กำลังมองหาเป็นเจ้าของรถยนต์นั่ง
ดีไซน์สปอร์ตขนาดกลาง ที่มาพร้อมรูปโฉมที่สวยงาม ล้ำสมัย
 พร้อมให้อุปกรณ์และแพ็คเก็จ
รวมของรถอย่างคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับราคาจำหน่าย 
จึงทำให้ตำแหน่งของรถมาสด้า3 ในตลาดอยู่ในจุดที่สามารถแข็งขันได้สูง


พร้อมกันนี้เพื่อ เป็นการขอบคุณพร้อมร่วมเฉลิมฉลองใน

ช่วงเทศกาลปีใหม่ต้อนรับปีขาลมาสด้ายินดีมอบข้อเสนอสุดพิเศษ
เอาใจแฟนพันธุ์แท้มาสด้าตลอดเดือนมกราคม 2553
โดยรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 รับฟรีทันทีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี 
หรือ 60,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น1
  และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.19% 
สำหรับผู้ซื้อรถสปอร์ตปิคอัพมาสด้า บีที-50 รับทันทีประกันภัยชั้นหนึ่ง 
ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.79 % รถยนต์นั่งสปอร์ตน้องใหม่ New Mazda2
ราคาเริ่มต้นเพียง 535,000 บาท พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น1 
ส่วนรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์หรู 7 ที่นั่ง New Mazda CX-9
รับฟรีประกันภัยชั้น1พร้อมด้วยฟรี
ค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

และสุดยอดรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก New Mazda MX-5 
รับฟรีประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร 
พร้อมด้วยฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
และประกันภัยชั้น1


ตารางราคาใหม่รถยนต์มาสด้า3 รับภาษีอาฟต้า

1.6L  Groove                      755,000
1.6L  Spirit                         799,000
1.6L  Spirit sports                     835,000   
            2.0L  Maxx                           990,000             
2.0L  Maxx sports (S/R)          1,025,000


 


ฟอร์ดปลื้มยอดขายเดือนธันวาคมพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 24 เดือน





 ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งท้ายพ.ศ. 2552 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยยอดขาย
เดือนธันวาคมพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 24 เดือน โดยยอดขายรถยนต์ภายใต้
แบรนด์ฟอร์ดในเดือนธันวาคมมีจำนวน 1,037 คันเพิ่มขึ้นเกือบ 58 เปอร์เซ็นต์
เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 47 เปอร์เซ็นต์ 
เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2551

       ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่

ยอดขายรวมในเดือนธันวาคม  เป็นผลจากการที่รถยนต์ทุกรุ่น
   สามารถทำยอดขายต่อเดือนได้สูงที่สุดในรอบปี

          ยอดขายรถฟอร์ด เรนเจอร์ เดือน ธันวาคมอยู่ในระดับสูงสุดนับ

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 37 เปอร์เซ็นต์
เทียบกับเดือนก่อนหน้าด้วยจำนวน 660 คัน
 ขณะที่ยอดขายรวมในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นกว่า 11 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3 
ด้านฟอร์ด เอสเคป ทำยอดขายอยู่ในระดับสูงสุด
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 หรือเพิ่มขึ้น 175 เปอร์เซ็นต์
จากเดือนก่อนหน้า


          ฟอร์ด เอเวอเรสต์ นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ของฟอร์ดที่มียอดขาย

ในเดือนธันวาคมอยู่ในระดับสูงสุด ในรอบกว่า 4 ปี 
หรือมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 39 เปอร์เซ็นต์เทียบกับเดือนก่อนหน้า
 ยอดขายฟอร์ด เอเวอเรสต์ประจำไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 102 เปอร์เซ็นต์
จากไตรมาส 3 ของปี 2552

          รถยนต์ฟอร์ด โฟกัส ทีดีซีไอ พร้อมระบบเกียร์พาวเวอร์ชิฟท์

ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับฟอร์ด โฟกัส ในเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับสูงสุด
นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 216 เปอร์เซ็นต์
จากเดือนพฤศจิกายน และยอดขายรวมในไตรมาส 4 ของฟอร์ด
โฟกัส เพิ่มขึ้น 81 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อนหน้า

          "การที่ยอดขายรถยนต์ ฟอร์ดทุกรุ่นอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

แสดงให้เห็นว่าเราได้นำเสนอสินค้าที่มี ความเหมาะสมต่อไลฟ์สไตล์
ที่แตกต่างกันของลูกค้าฟอร์ดในประเทศไทย" สาโรช เกียรติเฟื่องฟู

รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าว "การเปิดตัวรถฟอร์ด เฟียสต้าใหม่

ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าระดับโลก
ภายใต้แบรนด์ฟอร์ดเพิ่ม ขึ้นอีกขั้น และจะช่วยต่อยอด
ความสำเร็จของเราในอนาคต"

          ทั้งนี้ รถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้าใหม่ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

เปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนภายในงานมหกรรมยานยนต์ 
ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2009
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รถยนต์ระดับโลก ฟอร์ด เฟียสต้าใหม่ 
จะผลิตที่โรงงานที่มีเทคโนโลยีทันสมัยแห่งใหม่ของฟอร์ด
ภายใต้การลงทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
  (ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท) ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย 
ในจังหวัดระยอง และจะพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย
และทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนในปีนี้
 

๐๖ มกราคม ๒๕๕๓

พูดคุยกับเจ้าของเว็บ:กางแผนรถใหม่ปี 2010 ภาค 1

ปี 2009 นั้นประเทศไทยและทั่วโลกพบวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำเอา
ผู้ที่จะซื้อรถยนต์กลับชะลอกัน จนในช่วงปลายปีผู้บริโภคหันมาซื้อรถอีกครั้งใน
งาน Motor Expo 2009 เมื่อเดือนธันวาคม 2009 จนยอดขายภายในงานทะลุเป้า
ก้าวย่างปี 2010 รถรุ่นใหม่ๆก็จ่อคิวพร้อมเปิดตัวกันเกือบทุกค่าย
รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์ อีโค่ คาร์ คันแรกของเมืองไทย 
ออโตไทยแลนด์จึงนำบทความ"กางแผนรถใหม่ปี 2010"ขึ้นมา
เพื่อให้ผู้กำลังตัดสินใจที่ซื้อรถยนต์ มีเวลาในการตัดสินใจ 
โดยบทความนี้จะมี 2 ตอน มีค่ายรถถึง 9 ค่ายได้แก่
Mazda-Isuzu-Nissan-Toyota-Ford
-Mitsubishi-Chevrolet -Hondaและ TATA

ตอนนี้เรามาดูในแต่ละค่ายว่าจะมีอะไรมาเปิดตัวในประเทศไทย

หมายเหตุ:รายละเอียดรถและกำหนดการรถอาจจะเปลี่ยนแปลง
จะแจ้งอีกทีให้ทราบในหมวด Spy Short




Mazda



- Mazda 2 Sedan ปลายมกราคม
 - Mazda 3 Last Minor change

ค่าย ซูม-ซูม อย่างมาสด้าเมื่อปีที่แล้วก็ได้เปิดตัวรถยนต์อยู่หลายรุ่น
โดยปี 2009 ไตรมาสแรกได้เปิดตัว Mazda MX-5 ไมเนอร์เชน
พอไตรมาส 2 ก็เปิดตัว Mazda BT-50 ปรับเล็กๆน้อยๆ
แต่ไฮไลท์เด็ดก็อยู่ที่การเปิดตัว Mazda 2 ใหม่ ก็ทำยอดขายได้อย่างรวดเร็ว
จนเบียด Toyota Yaris ได้สำเร็จ แถมด้วยกับการเปิดตัว Mazda CX-9 
เพื่อยั่วน้ำลายเศรษฐีกระเป๋าหนัก 







พอมาปี 2010 มาสด้าก็เตรียมทีเด็ดอีกหนึ่งก็อก
นั้นก็คือการเปิดตัว Mazda 2 เวอร์ชั่น 4 ประตู(Sedan)
แน่นอนว่าเครื่องยนต์นั้นใช้ตัวเดียวกับรุ่น 5 ประตูคือ
1,500 ซีซี DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ S-VT
103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
ส่วนกำหนดการเปิดตัวนั้นคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมกราคม
ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนเก๋งรุ่นพี่อย่าง Mazda 3
ปีนี้ปรับเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่จะพบโมเดลเชนในปี 2011





ISUZU


ISUZU D-MAX AND MU-7 NEW VERIONS กันยายน-ตุลาคม



 ปี 2009 อีซูซุได้เปิดตัว อีซูซดีแมคซ์ และ อีซูซมิว-7 ซูเปอร์แพลททินั่ม
แล้วยังขึ้นแท่นเป็นผู้นำวงการปิกอัพเมืองไทย โดยการติดตั้งระบบนำทาง
ในนาม"i-GENii"ที่ได้เครื่องเล่น DVD อย่าง KENWOOD มาติดตั้งในรถ
พร้อมกันนี้ได้เจ้าพ่อ GPS อย่าง GARMIN มาเป็นระบบนำทางให้
สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยเหลือทีเดียว ค่ายอื่นๆถึงกับอึ่งไปตามๆกัน







มาปีนี้ แน่นอนว่าต้องไมเนอร์เชนอีกรอบหนึ่งดังที่เราได้
ตั้งฉายาให้กับอีซูซุว่า"เจ้าพ่อไมเนอร์เชน"งานนี้จะใช้ชื่ออะไรอีกล่ะ?
เอางี้ผมตั้งชื่อให้เป็น "Super Platinum Plus"


แถมด้วยว่าลูกเล่นนั้นเริ่มหมดแล้ว เพราะไม่ว่าจะกล้องมองหลัง
ระบบนำทาง แล้วที่นี้จะเอาอะไรมาเป็นออฟชํ่นที่เหนือกว่าคู่แข่งล่ะ?
ผมพูดได้คำเดียวว่า"ต้องติดตามกันให้ดีๆ"ส่วนช่วงเวลานั้น
แน่นอนก็ต้องเป็นช่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม
นับว่าเป็นการไมเนอร์เชนครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะพบกับตัว RT-50
ซึ่งเป็นตัวโมเดลเชนหรือเปลี่ยนใหม่หมดทั้งคันในปี 2011






Nissan 


- Nissan March (Eco Car) มีนาคมเจอกัน
- Navara Minorchange

 - NV200 & ALL NEW URVAN มาพร้อมกัน พฤศจิกายน


ค่ายนิสสันปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นฤกษ์ดีเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็น
การเปลี่ยนประธานบริษัทการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก"สยามนิสสัน ออโตโมบิล"
มาเป็น"นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย"
ช่วงไตรมาสแรกนิสสันก็เปิดตัว Nissan Teana ใหม่ ในรุ่น J32 
ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว ไตรมาสสามก็เปิดตัว
กระบะ 6 เกียร์อย่าง Navara ที่ได้เพิ่มเกียร์ออโตในรุ่นขับสองยกสูง
พร้อมชูคอนเซนป์"ECO PWR แรงกว่า ประหยัดกว่า"
พอมาไตรมาสสุดท้ายก็เปิดตัว TIIDA Minor Change และสุดท้าย
กับการกลับมาทำตลาดอีกครั้งของ X-trail ที่คราวนี้เอาเครื่องยนต์ 2.0 
และชุดเกียร์ CVT ของ Teana J32 มาใส่ มีแค่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น


มาปี 2010นิสสันก็เตรียมรถใหม่มาเปิดตัวในปีนี้

 ทีเด็ดนั้นก็คือรถยนต์ Eco Carนับเป็นค่ายแรกในเมืองไทยที่
จะเปิดตัวรถยนต์ อีโค่ คาร์ หลังจากที่ยืดเยื้อกัน
มานานในส่วนชื่อรถนั้นจะใช้ชื่อว่า"March(มาร์ช)"แล้วนิสสันเอง
จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก ในส่วนเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือก
ทั้งรุ่นคือดีเซลไม่เกิน 1,400 ซีซี และเบนซินไม่เกิน 1,300 ซีซี  
แล้วยังใช้ชุดเกียร์ CVT ชุดเดียวกับ Teana และ X-trail 
ส่วนช่วงเวลาเปิดตัวนั้นจะเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมนี้ซึ่ง
จะเป็นช่วงใกล้เข้าสู่งานมอเตอร์โชว์ 2010 ที่ไบเทค บางนา 








หลังจากนั้นช่วงประมาณไตรมาสสองและไตรมาสสาม นิสสันจะเปิดตัว
Nissan Navara Minor Change หลังจากทำตลาดมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว
ก็ถึงเวลาไมเนอร์เชนซะทีหลังจากปีที่แล้วก็เปิดตัว Navara Calibre
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมเปิดตัวสีพิเศษคือสีขาวมาจำหน่าย
สามารถทำยอดขายได้ดีระดับหนึ่ง ส่วนรายละเอียดนั้น
ต้องติดตามในหมวด Spy Short หลังจากนั้นก็จะเปิดตัว
รถตู้อเนกประสงค์อย่าง"Urvan"ที่คราวนี้ขอท้าชนกับ Toyota Hiace 
พร้อมกันนี้ยังจะเปิดตัว NV 200 รถอเนกประสงค์ซึ่งอาจะมาแข่งกับ
Honda Freed และ Toyota Alphard ส่วนการมานั้นจะมาในเดือนพฤศจิกายน








Toyota


-Vios Minor Change มาแน่มีนาคมนี้
-Hilux VIGO little Change จับตาดูให้ดี
-Toyota Yaris little Change กระตุ้นเพื่อเบียด Mazda 2
-Corolla Altis Minor Change อาจจะมา


ปีที่แล้ว โตโยต้าก็ได้จับรถแต่ละรุ่นมาแต่งหน้าทาปากให้สดใสขึ้นกว่าเดิม 
เริ่มกันที่ Toyota Yaris หลังจากโดน Honda Jazz ปรับโฉมใหม่หมด
จนพิฆาต Yaris อย่างหมูๆพอมาไตรมาสสองก็เปิดตัว Corolla Altis 
เครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี พร้อมกับปรับเพิ่ม 3 รุ่นและตัดไป 1 รุ่น
เพื่อหวังที่จะกระชาก Honda Civic ให้ลงมาจากที่ 1 ให้ได้
แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนมาถึงไตรมาสสามการมาของระบบไฮบริด
ก็สิ้นสุดลง เมื่อโตโยต้าเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำระบบไฮบริดมา
จำหน่ายในไทยโดยรุ่นแรกที่ได้ใช้คือ Camry Hybrid เปิดตัว
เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมปี 2008 จนประสบความสำเร็จโดยก่อนเปิดตัว
โตโยต้าก็ได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องบริการหลังการขายมาเป็นอย่างดี
หลังจากนั้นก็ได้เสริมทัพให้กับ Hilux Vigo ด้วยการเพิ่มรุ่น 2.5 E
ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง พร้อมกับเปิดตัวเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี
พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน(VN TURBO) จนขายดิบขายดี 
เพราะลูกค้าต้องการรถรุ่นนี้มาก แล้วยังต้องความแรงแบบเครื่อง 3,000 ซีซี
แต่ประหยัดแบบเครื่อง 2,500 ซีซี โตโยต้าจึงจัดให้ซะเลย

แล้วมีรถรุ่นอื่นๆที่เปิดตัวไม่ว่าจะเป็น Alphard 2.4 V , Corolla Advanced CNG
Fortuner 2.5G 2WD และ Vios รุ่นพิเศษ GT Street 


พอมาปีนี้ โตโยต้ายังมีทีเด็ดอยู่ โดยช่วงไตรมาสแรกโตโยต้าเตรียมส่ง
Vios Minorchange ซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับตัวญี่ปุ่น เพียงแต่ว่า
ขนาดเครื่องของไทยเป็น 1,500 ซีซี แต่ที่ญี่ปุ่นมีขนาด 1,300 ซีซี
ในส่วนการเปลี่ยนแปลงก็คงจะมีแค่ 2 อย่างคือกระจังหน้าลายรังผึ้งและ
ลายอัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว 8 ก้าน แล้วคาดว่าอาจจะเพิ่มหนึ่งอย่างคือ 
ช่องเชื่อมต่อแบบ AUX ในส่วนการมาของ Vios Minor Change 
คาดว่าจะมาในช่วงมีนาคมนี้ และถือว่าเป็นการดูตลาดของ Mazda 2 Sedan






หลังจากนั้น ก็จะถึงคิวของ Corolla Altis หลังจากที่ปี 2008
ก็ได้เพิ่มเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรเข้ามาทำตลาด
ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถเบียด Honda Civic ตกจากตำแหน่งที่ 1 ไปได้
ด้วยรูปทรงที่มีคนพูดว่า"มันเหมือนไมเนอร์เชนนะ"แล้วรวมถึงการไม่ปรับ
ฐานล้อให้ยาวกว่ารุ่นเดิม ฉะนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะปรับโฉมซะที
โดยการปรับโฉมคราวนี้จะต้องดูสดใสกว่าเดิม คาดว่าจะเปิดตัว 
ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม



แล้วก็มาถึงกระบะยอดฮิตอย่าง Hilux Vigo ที่อาจจะมีการปรับเล็กปรับน้อย
แล้วคาดว่าอาจจะเพิ่มรุ่น Prerunner 3.0G A/T ซึ่งเป็นไปได้ว่า
จะเปิดตัวภายในปีนี้ อีกทั้งคาดว่าเครื่องยนต์ 2.5 VN TURBO จะมาไว้ใน
รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ต้องดูกันต่อไป ส่วนกำหนดการนั้นให้
ติดตามในหมวด Spy Short แต่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้
สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือโตโยต้ากำลังจะโดนอีซูซุแซง
เพราะยอดขายเมื่อเดือนพฤศจิกายนประเภทรถกระบะนั้น
โตโยต้าห่างจากอีซูซุเพียงแค่ 3,000 คัน สิ่งเดียวที่ทำตอนนี้คือ
การอัดแคมเปญหรือข้อเสนอพิเศษเพื่อให้เรียกลูกค้าซื้อรถรุ่นนี้ให้ได้





นอกจากนี้โตโยต้าอาจจะมีแผนกระตุ้นตลาดให้กับ Yaris 
หลังจากที่โดนผลกระทบจากการเปิดตัวของ Mazda 2 
ส่งผลให้ Yaris นั้นตกเป็นรองของ Mazda 2 และ Honda Jazz
ดังนั้นโตโยต้าจึงเตรียมแผนกระตุ้นเจ้า Yaris เพื่อทวงศักดิ์ศรีของตนเอง
แต่อาจจะมีการปรับปรุงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีขึ้น
ส่วนกำหนดการนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม ต้องรอดูกันต่อไปว่า
จะสามารถแซง Honda Jazz และ Mazda 2 ได้หรือไม่
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 นี่คือภาคแรกของบทความ"กางแผนรถใหม่ปี 2010 "
แต่ยังมีภาค 2 นะครับ โดยภาค 2 จะมีทีเด็ดอะไรนั้นต้องติดตามกันครับ

เตรียมพบกับ พูดคุยกับเจ้าของเว็บ ตอน กางแผนรถใหม่ปี 2010 ภาค 2 เร็วๆนี้