AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๑๒ กันยายน ๒๕๕๒

SuzukiเปิดตัวJelatoดึงนิชคุณเป็นพรีเซนเตอร์









SuzukiเปิดตัวJelatoดึงนิชคุณเป็นพรีเซนเตอร์

“ซูซูกิ” เปิดตัว New Jelato 125 รถจักรยานยนต์สไตล์แฟชั่นใหม่ล่าสุดของเมืองไทย ฉีกสไตล์เทรนด์เก่าแบบเดิมๆ
ด้วยเทคโนโลยีออโต้หัวฉีด DCP-FI (Fuel-Injection) เกียร์อัตโนมัติ Super CVT 125 ซีซี 4 จังหวะ
ทำงานและปรมวลผลด้วยกล่องสมองกลอัจฉริยะ ECM ที่รับสัญญาณดิจิตอลจากเซ็นเซอร์ในตำแหน่งต่างๆ
เช่น ออกซิเจนเซ็นเซอร์ (O2 Sensor) ตรวจวัดปริมาณออกซิเจน สั่งจ่ายอัตราส่วนผสมน้ำมันเชื้อเพลิง
และอากาศในปริมาณที่เหมาะสม ให้การเผาไหม้สมบูรณ์แบบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการผ่าน
มาตรฐานไอเสียระดับ 6 หรือเทียบเท่ามาตรฐาน Euro III และยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้

ทั้งนี้ยังเสริมด้วยระบบเซ็นเซอร์ตัดสัญญาณสั่ง จ่ายน้ำมัน TOS เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเอียงกว่า 65 องศา
จะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ พร้อมหม้อกรองอากาศที่มีขนาดใหญ่
กรองฝุ่นละอองได้ถึง 2 ชั้นอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ไอเสียสะอาด
กระบอกสูบอะลูมิเนียมเคลือบเซรามิค SCEM ให้ความทนทานเป็นเยี่ยม

ส่วนรูปทรงภายนอก การออกแบบได้แรงบันดาลใจจากJellyและLatte 2รถต้นแบบจาก
ซูซูกิที่ได้เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์2009 โดดเด่นด้วยไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์แบบโคมคู่ 2 ดวง
ได้แรงบันดาลใจจากไอศกรีมดับเบิ้ลสกู๊ป ชุดไฟท้ายแบบแยกชิ้นตามคอนเซ็ปท์ Topping
ไอศกรีมหวานเจี๊ยบ ทั้งไฟเบรก, ไฟเลี้ยว และไฟส่องป้ายทะเบียน ทรงกลมมน สีสัน
เรืองแสงแบบทูโทน ทั้งสีน้ำเงินม่วง (เฉพาะรุ่น Three Stars) และ
เหลืองส้ม (เฉพาะรุ่น Five Stars) อ่านง่าย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ด้าน แผงหน้าปัดมีระบบไฟสัญญาณเตือน FI เพื่อให้คุณทราบถึงความแรงคลื่นไฟฟ้าของแบตเตอรี่ New Jelato 125
มากับระบบระบายความร้อนแบบ SJCS ที่ฉีดน้ำมันหล่อลื่นระบายความร้อนเคลือบสารเซรามิค ถ่ายความร้อนได้ดีกว่า
หม้อกรองอากาศขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพดักฝุ่นละอองถึง 2 ชั้น

พร้อมไส้กรองน้ำมันแบบ Cartridge-Type กรองสิ่งสกปรก
ช่วยทำให้น้ำมันสะอาด ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ เทคโนโลยีระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้นแบบแม่เหล็ก


ส่วนโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิคมีจุดยึดที่แกนกลาง และโช้คอัพหลังเดี่ยวแบบวาล์ว 2 ชุด
พร้อมวงล้อขนาด 14 นิ้ว
มีให้เลือก 2 แบบ 2 สไตล์ในรุ่น Five Stars อยู่4สีคือ
-สีชมพู(สตรอเบอรี่)
-สีฟ้า (มินต์)
-สีน้ำตาลอ่อน (ลาเต้)
-สีน้ำตาลเข้ม (ช็อคโกแลต)
รุ่น Three Stars มี3สีคือ
-สีแดง (เจลลี่)
- สีดำ (กาแฟ เอสเพรสโซ่)

ราคา
SUZUKI JELATO 125 5STARS 46,900บาท
SUZUKI JELATO 125 3STARS 45,900บาท

สัมผัสและทดลองขับขี่Suzuki Jelatoได้ที่โชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ





ได้เวลาน่ารัก ได้เวลาJelato

๐๘ กันยายน ๒๕๕๒

มาสด้าเปิดเว็บไซต์ www.mazda2life.com พร้อมนับถอยหลังเตรียมพบกับมาสด้า2



มาสด้าเปิดเว็บไซต์ www.mazda2life.com พร้อมนับถอยหลังเตรียมพบกับมาสด้า2

มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลรถยนต์นั่งสปอร์ตซิตี้คาร์ มาสด้า2 เพื่อตอบรับกับกระแสการรอคอยรถยนต์มาสด้า2 โฉมใหม่ และเพื่อสื่อสารข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ
พร้อมมอบประสบการณ์ ซูม-ซูม ผ่านกิจกรรมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่
ทันสมัย
มีไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเอง ชอบความสปอร์ต มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชม
ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม และรับข่าวสารข้อมูลจากทางมาสด้าได้ที่ www.mazda2life.com
ซึ่งเว็บไซด์นี้ออกแบบภายใต้แนวคิด "Countdown TO 2" หรือนับถอยหลังต้อนรับมาสด้า2 ใหม่
โดยมาสด้าขอเชิญชวนลูกค้าร่วมนับถอยหลังเพื่อสัมผัสประสบการณ์สไตล์ ซูม-ซูม กับมาสด้า2 ใหม่ ในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 09


สำหรับเว็บไซต์ www.mazda2life.com เป็นเว็บที่จัดทำขึ้นพิเศษสำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของมาสด้า2 โฉมใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของโลกในประเทศไทยในช่วงปลาย ปีนี้
โดยในเว็บไซต์ดังกล่าวได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "ร่วมนับถอยหลังต้อนรับมาสด้า2 ใหม่" หรือ Countdown to 2
โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีข้อมูลรายละเอียด รูปภาพ หรือกิจกรรมใหม่ๆ ให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ติดตามและ
เข้าร่วมก่อนการเปิดตัวสู่สาธารณชน ที่สำคัญผู้ลงทะเบียนยังอาจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยกลุ่มแรกที่ได้
สัมผัสมาสด้า2 โฉมใหม่ก่อนใคร และร่วมลุ้นรางวัลแก๊ทเจ็ทอินเทรนด์อีกมากมาย

ด้วยบุคลิกภาพอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ มาสด้า ซึ่งถูกถ่ายทอดลงมาในรถยนต์นั่งซิตี้คาร์มาสด้า2 โฉมใหม่
เช่นกัน อันประกอบด้วย "ดีไซน์ล้ำสมัย การออกแบบที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงประโยชน์ใช้สอยของห้องโดยสารและพื้นที่การใช้งาน และสมรรถนะพลังของเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทุกการเดินทาง ที่ให้ความเพลิดเพลิน
และ สนุกสนานในการขับขี่ซึ่งถือได้ว่าเป็น DNA ของมาสด้าในสไตล์ ซูม-ซูม อย่างแท้จริง
พร้อมทั้งการวางตำแหน่งสินค้าที่สอดรับกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน

รถยนต์มาสด้า2 นับว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด หลังจากเปิดตัวต่อสาธารณชนทั่วโลก
รวมทั้งลูกค้าชาวไทยเองก็มีการพูดถึงรถยนต์มาสด้า2 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการออกแบบ รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว
เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจในแบบ ซูม-ซูม พร้อมการถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นรถสายพันธุ์สปอร์ตมาจากมาสด้า RX-8, MX-5 และ Mazda3 รวมทั้งสมรรถนะการขับขี่ จึงทำให้มาสด้า2 ประสบความสำเร็จอย่างสูง
และยังได้รับการการันตีความเป็นสุดยอดของรถยนต์สปอร์ตซิตี้คาร์ด้วยรางวัล ต่างๆ มากมายจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 51 รางวัล
โดยเฉพาะรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกในปี 2551 (World Car of the Year 2008) ที่ผ่านมา

ใครที่ยังไม่เคยเข้า สามารถเข้าเว็บไซต์และลงทะเบียนได้ที่
www.mazda2life.com

มาสด้าอัดแคมเปญ "M DAY" เพียง 11 วันเท่านั้น 10 – 20 กันยายนนี้



มาสด้าอัดแคมเปญ "M DAY" เพียง 11 วันเท่านั้น 10 – 20 กันยายนนี้

มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดได้อัดแคมเปญ "M DAY" ด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้ม ครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น
ออก รถสปอร์ตปิคอัพมาสด้า บีที-50 ใหม่ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ แบบยกสูง ไฮเรเซอร์ และไฮเรเซอร์ พลัส
ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 6,999 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.99 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3
รับทันทีฟรีค่าบำรุงรักษานานสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.49 เปอร์เซ็นต์
และเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่รถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก มาสด้า MX-5 ใหม่
ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี รับฟรีค่าบำรุงรักษานานสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.49 เปอร์เซ็นต์ เพียง 11 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 10 – 20 กันยายนนี้
โดยจัดขึ้นพร้อมกันทุกโชว์รูมมาสด้าทั้ง 98 แห่งทั่วประเทศ



หลังจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดรถยนต์เริ่มมีแนวโน้มทิศทางเป็นบวกมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการผลิต และยอดขายรถยนต์ในประเทศ มาสด้าจึงส่งแคมเปญเด็ดต่อเนื่องทันที หวังมัดใจลูกค้า และเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่ลูกค้าไม่ควรพลาดในงาน "M DAY" ครั้งเดียวในรอบปี และเพียง 11 วันเท่านั้น ประกอบด้วยรถสปอร์ตปิคอัพมาสด้า บีที-50 ที่ทำการปรับโฉมให้ความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่มาพร้อมระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DE-S ที่ทั้งแน่นและหนึบ รับข้อ เสนอสุดพิเศษ เงินดาวน์ต่ำ ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 6,999 บาท นานสูงถึง 72 เดือน ดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.99 เปอร์เซ็นต์ รับฟรีพร้อมรับประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี

ในส่วนของรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่สร้างความฮือฮาร้อนแรงมากที่สุด พิชิตรางวัลมาแล้วทั่วโลก
รับข้อเสนอสุดพิเศษเงินดาวน์ต่ำ ผ่อนชำระนาน รับฟรีค่าบำรุงรักษานานสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ดอกเบี้ยต่ำสุดพิเศษเพียง 2.49 เปอร์เซ็นต์ และประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 1 ปี และสำหรับมาสด้า MX-5
รถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลกและกวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก รับข้อเสนอสุดพิเศษฟรีค่าบำรุงรักษานานสูงสุด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และดอกเบี้ยต่ำสุดพิเศษเพียง 2.49 เปอร์เซ็นต์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
และเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่รถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า MX-5 ใหม่ ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี
ลูกค้าที่ออกรถยังได้รับนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูที่ผลิตขึ้นเป็นกรณีพิเศษจำนวน จำกัดเพียง 100 เรือนเท่านั้น
พร้อมกันนี้รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นยังรับประกันคุณภาพนาน 3 หรือ 100,000 กิโลเมตร



โอกาสรับสิทธิพิเศษให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์จากมาสด้า ที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ แบบ ซูม-ซูม สมรรถนะเป็นเยี่ยม ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษเพียง 11 วันเท่านั้น สำหรับรถปิคอัพมาสด้า บีที-50 ที่โดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DE-S และรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 777,000 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของรายละเอียดข้อเสนอใหญ่แห่งปี "M DAY" ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือ มาสด้า สปีดไลน์ โทรศัพท์ 0-2661-9880 ต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข 1-800-226-408 แคมเปญสุดพิเศษนี้หมดเขต 20 กันยายนนี้เท่านั้น

๐๓ กันยายน ๒๕๕๒

ตามคำเรียกร้อง!!กับNISSAN NAVARA CALIBRE 5AT





ตามคำเรียกร้อง!!กับNISSAN NAVARA CALIBRE A/T

นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ส่ง “นาวารา คาลิเบอร์ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ”
พร้อมแนะนำสีขาวใหม่ White Pearl Color ลงโชว์รูม 9 กันยายน 2552

แม้ว่าปีนี้ ศึกรถกระบะจะแผ่วเบาลงไปบ้าง อันเกิดจากความซบเซาต่อเนื่องจากวิกฤติราคาน้ำมันเดือด
เมื่อกลางปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ กระนั้น ผู้ผลิตรถกระบะทุกค่าย ต่างก็ต้องหาทางกระตุ้นใจลูกค้า
กันด้วยรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ประเดิมมาตั้งแต่ต้นปีด้วย ฟอร์ด เรนเจอร์ ตามด้วยมิตซูบิชิ ไทรทัน
ไมเนอร์เชนจ์ ครบไลน์ และ มาสด้า เปิดเกมกระตุ้นตลาดรถกระบะด้วยรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์
ตามด้วย มาสด้า BT-50 และล่าสุดเมื่อ ไม่กี่สัปดาห์ก่อน ด้วย โตโยต้า วีโก้ 2.5 VN Turbo

เอาละ ถ้านิสสัน จะไม่ทำอะไรบ้างเลย โชว์รูมทั้งประเทศ ก็คงขายกันแต่ทีด้า กับเทียนา กันเพลินไป

ดังนั้น วันนี้
2 กันยายน 2009 นิสสัน จึงลุกขึ้นมา จับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ วางลงใน นาวารา
คาลิเบอร์ เวอร์ชันขับ 2 ยกสูง ออกสู่ตลาดกันตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า พร้อมกับการเพิ่มสีขาวมุก
White Pearl เป็นพิเศษ แต่ทั้งหมดนี้...มีแค่รุ่น 4 ประตูเท่านั้นนะ

นิสสัน นาวารา เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยปี พ.ศ 2550 ได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง โดยได้รับการยืนยันจากรางวัลจากนานาประเทศทั่วโลกถึง 25 รางวัล โดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกของรถกระบะรุ่นนี้ โดยปัจจุบันได้ส่งออกเพื่อจำหน่ายในหลายประเทศกว่า 74 แห่งทั่วโลก

นาวารา คาลิเบอร์ ราชาแห่งป่าคอนกรีตที่ทางนิสสันได้ทำการเปิดตัวครั้งนี้ เป็นรุ่นท๊อปของประเภท
รถกระบะ 4 ประตูขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์
ดีเซลคอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น ขนาด 2500 ซีซี VN Turbo
เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดของเครื่องยนต์ดีเซล VN Turbo
ระบบเทอร์โบแปรผัน ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยครีบจะปรับเปลี่ยนองศาด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
ควบคุมปริมาณอากาศให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ตั้งแต่รอบต่ำจนถึงรอบสูง ตอบสนองฉับไว
ให้กำลังแรงจัดในทุกความเร็วรอบ
รองรับได้แม้อยู่ในสภาวะที่ต้องใช้งานหนัก
และยังช่วยให้มีอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ
ห้ความรู้สึกและสมรรถนะในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
และลงตัวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้ได้ดีกับน้ำมันดีเซล B5 อีกด้วย สำหรับเครื่องยนต์ตระกูล YD นี้
เป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล
ที่ออกแบบมาพร้อม VN Turbo เทอร์โบแปรผันตั้งแต่แรก
ไม่ใช่เป็นการดัดแปลงต่อเติมเทอร์โบในภายหลัง ทำให้มั่นใจได้ว่า
ะบบกลไกภายในถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับระบบ VN Turbo
ชิ้นส่วนต่างๆออกแบบให้ทนความร้อนสูง รอบจัด
ทนทาน ทำให้ค่าการบำรุงรักษาต่ำ



เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เทคโนโลยีเฉพาะเพื่อรถกระบะ โฉบเฉี่ยวมีสไตล์ด้วยดีไซน์แบบ L TYPE
มากเทคโนโลยีด้วยไม่ว่าจะเป็นชุดเกียร์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ควบคุมการทำงานด้วย
ระบบคอมพิวเตอร์ภายในชุดเกียร์ (Built-in Computer) ประมวลผลเพื่อปรับเปลี่ยนแรงดันน้ำมันภายในชุดเกียร์
เพื่อปรับเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสม กับรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับขี่ ให้การทำงานแม่นยำ
ตอบสนองฉับไวมีกำลังต่อเนื่อง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม

รูปลักษณ์ภายนอกของนิสสันนาวารา คาลิเบอร์ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัตินี้
ได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดูแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน โครงสร้างภายนอกสไตล์รถกระบะอ๊อฟโรด
เน้นความโฉบเฉี่ยว ดุดัน ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่เช่นเดียวกับรถนาวารารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
พร้อมบันไดข้าง ล้ออัลลอยด์สไตล์ออฟโรดขนาด 16 นิ้ว กระจกมองข้างโครเมี่ยมขนาดใหญ่
ปรับด้วยไฟฟ้าจากภายใน ส่วนห้องโดยสารยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความสบายและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
เป็นสำคัญ รวมทั้งเบาะหนังโทนสีน้ำตาลที่ดูเรียบหรูกว้างสบาย อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน
ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย ตำแหน่งจัดวางอย่างลงตัว พร้อมวิทยุ 2 DIN ซีดี 6 แผ่น 6 ลำโพง
สามารถเล่น MP3 กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

ระบบช่วงล่าง และแชชซีส์อันแข็งแกร่ง ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี NGT PLATFORM
ยึดเกาะถนนได้นุ่มนวลมั่นคงในทุกสภาพถนน ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่สองชั้น
พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพไขว้

โครงสร้างนิรภัย ZONE BODY แนวคิดการออกแบบโครงสร้างอันแข็งแกร่ง
เพื่อดูแลทุกชีวิตในห้องโดยสาร โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ CRUSHABLE ZONE และ SAFETY ZONE
• CRUSHABLE ZONE โครงสร้างความปลอดภัยด้านหน้า ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทก
ที่เกิดจากการชนทางด้านหน้า ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน SINCAP มาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา

• SAFETY ZONE โครงสร้างความปลอดภัยของห้องโดยสาร แข็งแกร่งเสริมด้วยโครงสร้าง Reinforce
ให้ความปลอดภัยสุดกับทุกชีวิต โดยรุ่น กระบะตอนครึ่ง King Cab
มีโครงสร้างประตูเพื่อความปลอดภัย 6 จุด ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน

พร้อมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ระบบป้องกันล้อล๊อค ABS
พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD แบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ช่วยปรับแรงดันน้ำมันเบรค
ตามแรงที่กดลงในแต่ละล้อ เพื่อลดระยะเบรคให้สั้นลง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

นอกจากนี้ ฝ่ายการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ปรับกลยุทธ์การสื่อสาร เ
น้นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์
ตามลักษณะการใช้งานของรถกระบะแต่ละประเภท เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายใต้คอนเซ็ป “ECO” โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
• Eco-PWR (อีโค่พาวเวอร์) ภายใต้สโลแกน “แรงกว่า ประหยัดกว่า” โดยในกลุ่มนี้จะครอบคลุมการสื่อสาร
ในรุ่นกระบะตอนครึ่ง King Cab และรุ่น 4 ประตู Double Cab ทุกรุ่น
ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ รวมถึงนาวารา คาลิเบอร์ด้วย โดยในกลุ่มนี้จะเน้นจุดขาย 3 จุดคือ
1. การประหยัดน้ำมัน
2. เครื่องยนต์ VN Turbo
3. ความปลอดภัย



• Eco-Loader (อีโค่โหลดเดอร์) ภายใต้สโลแกน “ทนกว่า ประหยัดกว่า” โดยในกลุ่มนี้จะครอบคลุมการสื่อสาร
ในรุ่นนาวารากระบะตอนเดียว Single Cab และรถฟรอนเทียร์
คอมมอลเรลกระบะตอนเดียว เน้นไปที่กลุ่มที่ต้องการใช้งานโดยตรงซึ่งจะให้ความสำคัญ
กับเรื่องของการบรรทุกหนักที่ดีกว่า รวมถึงโครงสร้างที่คงทนกว่า โดยในกลุ่มนี้จะเน้น
จุดขาย 3 จุดคือ
1. การประหยัดน้ำมัน
2. ความแข็งแกร่งทนทาน
3. เหมาะกับงานบรรทุกหนัก

ภายใต้ “ECO” คอนเซ็ปนี้ จะเห็นว่าความประหยัดเป็นจุดสำคัญของรถกระบะนิสสันทั้งหมด
และด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าในทุกด้าน ตามลักษณะการใช้งานของรถแต่ละประเภท
จึงแบ่งการสื่อสารออกเป็น 2 กลุ่ม Eco-PWR (อีโค่พาวเวอร์) และ Eco-Loader (อีโค่โหลดเดอร์)
ถือเป็นคำอธิบายแนวคิดของรถกระบะนิสสันได้อย่างชัดเจน

ทางฝ่ายการตลาดได้สื่อสารจุดขายนี้ไปยังผู้บริโภค ผ่านสติกเกอร์ใหม่ติดข้างรถกระบะทุกคัน
รวมทั้งได้ปรับเปลี่ยนความเข้าใจของจุดขายของรถกระบะใหม่นี้
ทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมทั้งแนวทางการสื่อสารต่อจากนี้

ส่วนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 บริษัทได้จัดเตรียม สำหรับกิจกรรมการตลาดอื่นๆนั้น
ทั้งในส่วนของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ กิจกรรมทางการตลาดอีกมากมาย
อาทิ การจัดทดสอบรถยนต์ให้กับทั้งสื่อมวลชนและลูกค้า
เพื่อให้ได้มีประสบการณ์ในการขับขี่จริง โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการจัดทำอย่างต่อเนื่อง

ท้ายสุด บริษัท นิสสัน ฯ ยังได้เปิดตัวรถกระบะนาวารา คาลิเบอร์ รุ่นพิเศษ (Limited Version)
ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งดุดันเฉพาะสีขาวมุก สำหรับผู้ขับขี่ที่มีสไตล์และต้องการความ
โดดเด่น โดยมีจำนวนจำกัด ถือเอาฤกษ์เปิดตัวพร้อมกัน ณ โชว์รูมของนิสสันทั่วประเทศ
ในวันที่ 9 กันยายนนี้

ราคาจำหน่าย ดังนี้
- นาวารา คาลิเบอร์ รุ่น LE (AT, D/C) 789,000 บาท
- นาวารา คาลิเบอร์ รุ่น LE สีพิเศษ (ขาวมุก) (AT, D/C) 796,000 บาท
- นาวารา คาลิเบอร์ รุ่น LE Limited version สีพิเศษขาวมุกเท่านั้น (AT, D/C) 801,000 บาท
- นาวารา คาลิเบอร์ รุ่น Limited version สีพิเศษขาวมุกเท่านั้น (MT,D/C) 727,000 บาท
- นาวารา คาลิเบอร์ รุ่น Limited version สีพิเศษขาวมุกเท่านั้น (MT,K/C) 651,000 บาท






TOYOTA แนะนำ อัลฟาร์ด รุ่น2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V





TOYOTA แนะนำ อัลฟาร์ด รุ่น2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว โตโยต้า อัลฟาร์ด รุ่น 2.4Vใหม่ พร้อมปรับโฉมรุ่น3.5V เคาะ3.199ล้านบาท

ข่าวนี้เพิ่งจะลงวันนี้(3 กันยายน 2552)จริงๆแล้วเจ้าโตโยต้า อัลฟาร์ด 2.4Vนั้น เปิดตัวไปในช่วง2-3สัปดาห์ที่แล้ว
แต่โตโยต้าก็เพิ่งมาลงข่าวในวันนี้ ทางโตโยต้าจึงสั่งนำเข้า อัลฟาร์ด รุ่น 2.4Vมาขายในไทย
เอาล่ะเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าโตโยต้า อัลฟาร์ด นั้นมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไร

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้สั่งนำเข้ารถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ดมาขายในประเทศไทย
อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551

เพื่อเป็นรถยนต์โดยสารสำหรับบุคคลระดับชั้นนำ โดยออกแบบให้ทุกรายละเอียดของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ
อย่างประณีต หรูหรา เหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย เพื่อให้ผู้ครอบครองสามารถสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษ
และเป็นนิยามใหม่ของยานยนต์แห่งการผ่อนคลาย เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



สำหรับการแนะนำรถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ด 2.4Vนั้น ทางโตโยต้าได้วางเครื่องยนต์ขนาด 2400 ซีซี
พร้อมอุปกรณ์ภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้รับการติดตั้งให้เหมาะสมกับ
การ ใช้งานในเมืองไทย อาทิ ภาษาบนปุ่มควบคุมต่างๆเป็นภาษาสากล
เบาะนวดไฟฟ้า 7 จุดสำหรับผู้โดยสาร ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ที่รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
การรับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานที่มากถึง 311 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งหมดนี้ทำให้โตโยต้า อัลฟาร์ด คุ้มค่าเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง”

อัลฟาร์ด 2.4V...คุณค่าที่คุ้มค่า
ภายนอก...หรูหรา โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์แห่งผู้นำ
สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม
- กระจังหน้าโครเมียม ดีไซน์หรู
- โคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบHID พร้อมปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
- ไฟท้ายแบบ LED
- มูนรูฟคู่ ในส่วนห้องโดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
ภายใน...สบายตลอดการเดินทาง
- เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ทุกความสบายตลอดการเดินทาง เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Smart Twin
ปรับรวมเป็นที่นั่งคู่ได้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด

- ประตูหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมด้วยชุดรีโมต หรือปุ่มควบคุมบริเวณผู้ขับขี่
- ระบบปรับอากาศพร้อมระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ด้วยเทคโนโลยีปล่อยประจุบวก-ลบ
พร้อมปรับแยกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ 3 โซน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง

- เครื่องเล่น DVD CD และ MP3 พร้อมช่องต่อ USB IPOD AUX รองรับการเชื่อมต่อ บลูธูท
แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วในด้านหน้าและจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 10.2 นิ้ว

- ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ 2 ภาษา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อุ่นใจทุกการเดินทาง
- ปลอดภัยกับกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ 6 จุดรอบคัน

เครื่องยนต์
2AZ-FE 2,400 ซีซี 16 วาล์ว DOHC VVT-i
กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
- เกียร์อัตโนมัติ CVT ซีเควนเชียลชิพ ให้ความนุ่มนวล ต่อเนื่อง ขณะเปลี่ยนเกียร์
- ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง
และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม นุ่มนวล ราบรื่น มั่นใจ ทุกการเดิน

- ระบบบังคับเลี้ยวแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS คล่องตัวทุกการควบคุม

ปลอดภัย ทุกการเดินทาง
- ถุงลม 9 จุด ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง แบบม่าน 4 ตำแหน่ง และที่เข่าผู้ขับขี่ 1 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยELR แบบ3จุด ทุกที่นั่ง พร้อมกลไกดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner & Force Limiter)
- ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ(EPS-VSC) ที่ผสานระบบควบคุมพวงมาลัยและระบบควบคุมการทรงตัว
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก(ABS)
- ระบบกระจายแรงเบรก(EBD)
- ระบบเสริมแรงเบรก(BA) ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในการเบรกกะทันหัน
- ระบบช่วยออกสตาร์ทในทางลาดชัน ป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัวในทางชัน เสริมความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่

อัลฟาร์ด 3.5V...รุ่นปรับปรุงโฉม
- หลังคามูนรูฟคู่
- ปลอดภัย สะดวกสบายกับฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติกระจกมองข้างปรับมุมอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง
- ทุกมิติภายห้องโดยสาร ตอบรับความสุขระดับหรู สู่สุนทรีย์ภาพแห่งการเดินทาง
- เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ทุกความสบายตลอดการเดินทาง
เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Smart Twin ปรับรวมเป็นที่นั่งคู่ได้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด

- ประตูคู่หน้าหุ้มหนังพร้อมตกแต่งด้วยลายไม้
- เสาภายในห้องโดยสารและในช่องเก็บของหุ้มสักหลาด
- ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางแบบเลื่อนได้
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิอิสระ 3 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศ พลาสม่าคลัสเตอร์ ระบบหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติ และช่องแอร์ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

4 สี สะท้อนความเป็นผู้นำ
- Gold Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 3.5 Q)
- White Pearl Crystal
- Silver Metallic
- Black

อัลฟาร์ดใหม่พร้อมให้คุณครอบครอง
- รุ่น 3.5Q ราคา 4,489,000 บาท
- รุ่น 3.5V ราคา 3,999,000 บาท
- รุ่น 2.4V ราคา 3,199,000 บาท

๐๒ กันยายน ๒๕๕๒

ฟอร์ดแนะนำเอสเคปเติมE20 รุ่นขับเคลื่อน2ล้อ






ฟอร์ด ประเทศไทยแนะนำเอสเคป อี20 ใหม่ พร้อมเพิ่มรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ XLT ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัย
และระบบอำนวยความสะดวกเหมือนรุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ

สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า "ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่ เป็นรถยนต์เอสยูวีสายพันธุ์แท้ที่มาพร้อมความสามารถรอบด้านและรองรับการใช้ งานที่หลากหลาย ถูกใจคนไลฟ์สไตล์ทันสมัย ด้วยดีไซน์ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ต ดุดัน พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 ได้ โดยเราได้เพิ่มรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ XLT ที่มีออฟชั่นใกล้เคียงกับรุ่นท็อปขับสี่มากที่สุด รวมทั้งยังได้จัดทำสีพิเศษ คือ สีขาว ไดมอนด์ ไวท์ อีกด้วย"

เอสเคป อี 20 ใหม่ ยังคงรักษาอารมณ์ความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแบบรถเอสยูวี ที่ให้ทั้งความแรง ความทนทานพร้อมลุย ตอบสนองดังใจ และประหยัดน้ำมันเหมือนเดิม พร้อมทั้งยังคงให้ทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีกว่า มาพร้อมกับดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมลุยในทุกรูปแบบ ถูกใจคนทันสมัยที่ใช้ชีวิตในเมือง โดยในรุ่น XLT ขับเคลื่อน 2 ล้อ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ
เช่น ถุงลมนิรภัย 4 จุด หลังคาซันรูฟ ระบบ cruise control ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เครื่องเล่น CD แบบ 6 เเผ่น 6 ลำโพง พร้อมที่ควบคุมบนพวงมาลัย ไฟตัดหมอกหน้า สปอยเลอร์หลัง สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง กระจกปรับและพับแบบไฟฟ้า
เบาะและพวงมาลัยหุ้มหนัง
พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว 5 ก้าน พร้อมยาง 215/70 R16


สำหรับเอส เคป อี20 ใหม่แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ คือ รุ่น 4X2 XLS และ 4X2 XLT มีสีพิเศษเพิ่มขึ้น
คือ สีขาว ไดมอนด์ ไวท์ (Diamond White) เพิ่มความโดดเด่น ทันสมัย ทั้งนี้ทุกรุ่นมีหลากสีให้ลูกค้าเลือกตามความนิยม
คือ สีเงิน มูนดัสต์ซิลเวอร์ (Moondust Silver) และ สีทองอ่อน ชิลล์ (Chill) สีน้ำเงินเข้ม โอเชียน บลู (Ocean Blue) และ สีดำ แพนเธอร์แบล็ค (Panther Black)


คงสมรรถนะในการขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์เบนซินดูราเทค VVT ความจุ 2,300 ซีซีที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน
โดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานของเอสเคป
เช่น การบังคับควบคุมที่แม่นยำเหนือระดับ ระบบคันเร่งไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ ให้การบังคับเลี้ยวและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ


นอก จากนี้ ฟอร์ด เอสเคป ยังอัดแน่นด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันได้แก่
-โครงสร้างแบบยูนิบอดี้หรือ monocoque
- ถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้า
และถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
-ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS)
-ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)

ราคา ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่

• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLS 2.3L 4x2 AT ราคา 1,099,000 บาท
• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLT 2.3L 4x2 AT ราคา 1,179,000 บาท
• ฟอร์ด เอสเคป อี20 รุ่น XLT 2.3L 4x4 AT ราคา 1,279,000 บาท

เพื่อฉลองการเปิดตัว ฟอร์ด เอสเคป อี20 ใหม่ ฟอร์ดมอบโปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ 2.79% นาน 48 เดือน
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือ ฟรี ประกันคุณภาพ 5 ปี/ 100,000 กม. และ ค่าบำรุงรักษาฟรี 5 ปี/ 100,000 กม.
ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2552 นี้

๐๑ กันยายน ๒๕๕๒

ถึงเวลาปล่อยระเบิดลูกใหญ่ของมิตซูบิชิกับNew Lancer EX พร้อมปรับราคาLancer CNGลง

ถึงเวลาไประเบิดลูกใหญ่ของมิตซูบิชิกับNew Lancer EX พร้อมปรับราคาLancer CNGลง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมปล่อยระบิดลูกใหญ่ ขยับแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันเพื่อ
รองรับการเปิดตัวรุ่นใหม่ปลายปี เคาะราคาขายใหม่เริ่มต้นที่ 592,000 บาท ดีเดย์ 1 กันยายน
เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ารถเล็กถึงกลาง ชูความคุ้มค่าของรถทั้งรุ่นธรรมดารองรับอี 20 และ
รุ่น CNG ครบครันทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ ยังประกาศชื่อสำหรับแลนเซอร์ (หน้าฉลาม) รุ่นใหม่ แล้วว่า
จะทำตลาดในบ้านเรา ภายใต้“แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” (LANCER EX) ดีเดย์ 15 กันยายนนี้
ขายจริงตุลาคมนี้



มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ มีแผนแนะนำรถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ใหม่ สู่ตลาดเมืองไทย
ในช่วงปลายปีนี้นั้น บริษัทฯ จึงได้ปรับตำแหน่งของแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันเพื่อขยาย
ฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น โดยการปรับราคาขายใหม่เริ่มต้นที่ 592,000 บาท ถึง 682,000 บาท
สำหรับรถแลนเซอร์ 4 รุ่น ซึ่งจะยังคงมีให้เลือกทั้ง
- รุ่นธรรมดาที่รองรับการใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ E 20
- และรุ่นซีเอ็นจี (CNG) ที่สามารถเลือกใช้งานได้ 2 ระบบ ทั้งซีเอ็นจี (CNG)
หรือน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ อี 20

“ถึงแม้บริษัทฯจะมีการแนะนำแลนเซอร์รุ่นใหม่ในปลายปีนี้ แต่ในส่วนของแลนเซอร์
รุ่นปัจจุบัน เราก็ยังคงทำตลาดต่อไป ซึ่งผมเชื่อว่ารถรุ่นนี้จะยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้
าเห็นได้จากตัวเลขยอดขายในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ทั้งนี้เพื่อสร้างความชัดเจน
ให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น บริษัทฯ จึงได้ปรับตำแหน่งของแลนเซอร์รุ่นปัจจุบันให้แตกต่างจากรุ่นใหม่
รวมทั้งขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมทั้งลูกค้ารถยนต์นั่งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง
โดยการปรับจำนวนรุ่นรถและกำหนดราคาใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เป็นรถที่
ตอบได้ทุกโจทย์ของความคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เพราะสามารถ
ใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและซีเอ็นจี พร้อมสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย
อย่างรถยนต์นั่งขนาดกลางในขณะที่ราคาอยู่ในระดับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งผมเชื่อว่า
การปรับตำแหน่งของแลนเซอร์ดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาพิจารณาแลนเซอร์มากยิ่งขึ้น
และมีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายของรุ่นปัจจุบันต่อไป “ มร.มูราฮาชิ กล่าว





Mitsubishi Lancer EX ....Sensational Intelligence
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีแผนจะแนะนำ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เจนเนอเรชั่นที่ 9
สู่ตลาดเมืองไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ (EX)
ซึ่งตัวอักษร EX มาจากคำว่า “Exceeding” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของรถที่ตอบสนองความต้องการ
ได้เหนือกว่าทั้งในด้านอารมณ์ความรู้สึกและการใช้งาน ไม่ว่าจากรูปลักษณ์ภายนอกและการตกแต่งภายใน
ที่ทันสมัย สมรรถนะในการขับขี่ ความสะดวกสบายของฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย รวมทั้งความปลอดภัย
และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯมั่นใจว่ายนตรกรรมล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
จะเป็นรุ่นที่มาเติมเต็มความต้องการของลูกค้า รวมทั้งกระตุ้นตลาดรถยนต์ของเมืองไทยได้อย่างแน่นอน






Mitsubishi Lancer & Lancer CNG : เน้นความคุ้มค่า ปรับราคาลดลงจากเดิม

สำหรับ Lancer รุ่นปัจจุบัน ยังคงความคุ้มราคา ด้วยการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ที่ให้
ความหรูหรากว้างสบายพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด
4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,600 ซีซี ควบคุมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยไฟฟ้า ECI (Electronic
Control Injection) 102 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ INVECS III CVT 6 สปีด
อีกทั้งยังมีเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้เลือกอีกด้วย ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ ด้านหน้าแบบ
แม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง พวงมาลัย
แร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ช่วยให้ง่ายต่อการควบคุม ปลอดภัยครบครันด้วยระบบ
ตัวถังนิรภัย RISE Body คุ้มครองตั้งแต่หน้าจรดหลัง พร้อมคานเหล็กนิรภัยในประตูลดการ
ยุบตัวเมื่อเกิดการชนจากข้างรถ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นจากระบบดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ
พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD

ที่สำคัญยังให้การประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E 20
ในขณะที่รุ่น ซีเอ็นจี (CNG) มาพร้อม เทคโนโลยี Bi Fuel System ที่สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้
2 ระบบทั้งก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีและน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ อี 20 พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์
และอุปกรณ์ CNG ซึ่งติดตั้งตามมาตรฐานของบริษัทฯ และประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.
โดยมี 4 สีให้เลือก คือ สีดำ สีเงิน สีบรอนซ์ทอง และ สีเทาดำ ใน 4 รุ่นดังนี้

1. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX เกียร์ธรรมดา 592,000 บาท
2. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CVT เกียร์อัตโนมัติ 632,000 บาท
3. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CNG เกียร์ธรรมดา 642,000 บาท
4. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 GLX CVT CNG เกียร์อัตโนมัติ 682,000 บาท

กำหนดการเปิดตัว มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์
ดีเดย์ วันที่ 15 กันยายนนี้ ในรอบสื่อมลชน ขายจริงตุลาคมนี้