AUTO THAILAND's Fan Box

AUTO THAILAND on Facebook

Facebook Fanpage QR Code

qrcode

เจอกันที่ใหม่ จัดเต็มกว่าเดิม!

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ฮอนด้าเปิดตัวซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ต เพิ่มความหรูหราด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ
















ฮอนด้าเปิดตัวซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ต เพิ่มความหรูหราด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ

รถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์รุ่นแรกที่มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ
• กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่เพิ่มความเป็นรถสปอร์ตเน้นกลุ่มเป้าหมายคนทำงานวัยหนุ่มสาว บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งอันดับสองของประเทศไทย เปิดตัวฮอนด้า ซีวิค 2009 ที่มีรูปลักษณ์ใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น มีคุณสมบัติเด่นมากขึ้น มีห้องโดยสารที่สะดวกสบายและเครื่องยนต์ i-VTEC สมรรถนะสูงฮอนด้า ซีวิครุ่นล่าสุดมีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์ เครื่องเล่นดีวีดี สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome และไฟท้ายทรงแปดเหลี่ยม ราคาจำหน่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 749,000 บาท ขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์และรุ่นฮอนด้า ซีวิค 2009 สานต่อความเป็นรถยนต์สปอร์ตล้ำสมัยในตลาดรถยนต์นั่งชั้นนำด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวดุดัน ห้องโดยสารที่กว้างขวาง อัตราเร่งและตอบสนองที่เหนือกว่า นอกจากนี้เครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพมร. เคนจิ โอตะกะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิคมีประวัติยาวนานในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์นั่งในกลุ่มคอมแพคท์รุ่นต่อๆ มา ในการเปิดตัวฮอนด้า ซีวิค 2009 ในวันนี้ เราได้กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้รถยนต์สไตล์สปอร์ตรุ่นล่าสุดนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในรถยนต์นั่งระดับเดียวกัน”


“ฮอนด้า ซีวิค 2009 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบใหม่ ด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome และไฟท้ายทรงแปดเหลี่ยม เพื่อให้ดูสปอร์ตและโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น ภายในรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ตรุ่นนี้มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์”
“คุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง เครื่องเล่นดีวีดี และสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ช่วยเสริมให้ฮอนด้า ซีวิค 2009 สไตล์สปอร์ตใหม่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งขึ้น และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของฮอนด้า ซีวิคในตลาดรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์” มร.โอตะกะกล่าว
ฮอนด้า ซีวิค 2009 มีให้เลือกสามรุ่นหลัก คือ ซีวิค S ซีวิค E และรุ่นสูงสุด ซีวิค EL ซึ่งสามารถใช้ได้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ฮอนด้า ซีวิค S และ E มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยรุ่น S มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก ส่วนรุ่นสูงสุด ซีวิค EL ใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าฮอนด้า ซีวิค 2009 ทั้งสามรุ่นมีสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ทำให้คนขับได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงภายในรถยนต์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ส่วนคุณสมบัติมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ มาตรวัดสองชั้นเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ที่มีชื่อเสียงของฮอนด้า ซีวิค กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย และปลายท่อไอเสียแบบคู่

ซีวิค 1.8 S รุ่นเกียร์ธรรมดา
ราคา 749,000 บาท
และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมถุงลมคู่หน้า ราคา 831,000 บาท
ซีวิค 1.8 E ราคา 909,000 บาท มาพร้อมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ซีวิค 1.8 E Navi ราคา 964,000 บาท
ติดตั้งระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอและเครื่องเล่นดีวีดี ทั้งสองรุ่นมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
ซีวิค 2.0 EL ราคา 1,046,000 บาท
มีสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่นสูงสุด ซีวิค 2.0 EL Navi ราคา 1,101,000 บาท
มีระบบนำทางแบบสัมผัสหน้าจอ เครื่องเล่นดีวีดีและสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง
ฮอนด้า ซีวิค 2009 จะจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2008 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม
ผู้สนใจสามารถสั่งจองฮอนด้า ซีวิค 2009 ได้แล้วที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ

นิสสันเปิดตัว ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ รถปิคอัพ หรูหรา สไตล์คนเมือง











นิสสันเปิดตัว ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ รถปิคอัพ หรูหรา สไตล์คนเมือง
พรีเซนเตอร์ใหม่ เจษฏาภรณ์ ผลดีและแคมเปญโฆษณาภายใต้แนวคิด ความท้าทายใหม่ แห่งป่าคอนกรีต

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ตระกูลฟรอนเทียร์ นาวารา ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด ได้เปิดตัวรถยนต์ ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ ปิคอัพ 4x2 ด้วยรูปลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่นี้จะช่วยปรับตำแหน่งทางการตลาดของนิสสัน
ในตลาดรถปิคอัพสไตล์หรู
นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่เป็นรถปิคอัพเหนือระดับสำหรับชีวิตคนเมือง ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงสมรรถนะ ความทนทาน ความปลอดภัยและการผสมผสานระหว่าง 4x4 และ 4x2 แบบมาตรฐานที่พร้อมท้าทายทุกอุปสรรคในชีวิตเมือง
จุดเด่นของ ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ คือ
• คิ้วล้อสไตล์ออฟโรด
• บันไดข้างสไตล์ออฟโรด
• กันชนหลัง
• ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สไตล์ออฟโรด
• ระบบป้องกันล้อล๊อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD
• สติกเกอร์ คาลิเบอร์
นาย โคจิ โอคูดะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย กล่าวว่า นิสสันเปิดตัวนาวารา คาลิเบอร์ ใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่รถปิคอัพสไตล์หรูสำหรับวิถีชีวิตคนเมือง นาวารา คาลิเบอร์มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันโลดแล่น พร้อมความปลอดภัยและความทนทาน ที่ลูกค้าต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง
สำหรับแคมเปญโฆษณาตัวใหม่นั้น นิสสันได้เลือก ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดีเพื่อยืนยันภาพลักษณ์ของรถปิคอัพสไตล์หรูสำหรับคนเมือง สื่อโฆษณาและกิจกรรมสนับสนุนทั้งหมดอาทิ โฆษณาทางทีวี สปอตวิทยุ สื่อพิมพ์และอื่นๆนั้นได้ออกแบบภายใต้แนวคิด ความท้าทายใหม่ แห่งป่าคอนกรีต
นาวารา คาลิเบอร์รวบรวมเอาสมรรถนะอันทรงพลัง รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมเหนือระดับสู่ตลาดรถปิคอัพ
เป็นการนำเสนอนวัตกรรมของทุกองค์ประกอบที่ออกแบบมาเพื่อฟันฝ่าทุกอุปสรรคบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เพื่อทำงานหรือท่องเที่ยว ฟรอนเทียร์ นาวารา เป็นรถยนต์เหนือระดับและหนึ่งเดียวในประเทศไทยด้วยระบบขับเคลื่อนเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด
สมรรถนะ
นาวารา คาลิเบอร์ สัมผัสความแรงแห่งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล YD25DDTi-144 คอมมอนเรลแบบไดเร็กอินเจ็กชั่น เครื่องยนต์ 144 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร เทอร์โบแบบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้อัตราเร่งสูงสุดและ
ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการถ่ายทอดพละกำลังในทุกรอบของเครื่องยนต์
ซึ่งนับเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเครื่องยนต์เพลาถ่วงสมดุลช่วยลดเสียงดังของเครื่องยนต์
ทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างราบเรียบและลดแรงสั่นสะเทือน เครื่องยนต์ดีเซล YD-144 คอมมอนเรลให้อัตราเร่งสูงสุดมีกำลังต่อเนื่องในทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ สมรรถนะอันทรงพลังเหมาะสมกับการใช้งานทุกรูปแบบและ
ทุกกิจกรรมด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันอย่างสูงสุด

ความทนทาน
นิสสันได้ออกแบบโครงสร้างแชสซีส์ของ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่ ทำให้นาวารา คาลิเบอร์นั้นแข็งแกร่ง ทนทาน และปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับโลก โครงสร้างมีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่หน้าตัดและความหนาของเฟรมโดยทำจากเหล็กกล้าขึ้นรูปประกบ 2 ชั้น ชิ้นเดียวยาวตลอดในจุดที่ต้องรับน้ำหนักสูง เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานได้ดี ฐานล้อที่ยาวขึ้นและร่องยางที่กว้างขึ้นช่วยให้การเกาะถนนดีเยี่ยม

ความปลอดภัย
นาวารา คาลิเบอร์ มีมาให้ครบครัน อาทิ ด้านหน้าเสริมด้วยระบบการยุบตัวของพวงมาลัย, มั่นใจด้วยระบบเบรก เทคโนโลยี LSV (Load Sensing Valve) จะตรวจจับการกระจายน้ำหนักของแรงกดบนล้อหลังและจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกในล้อหลังให้สมดุลกันทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อ ด้วยคอมพิวเตอร์ พร้อมระบบควบคุมและกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็คทรอนิกส์ EBD ปรับแรงดันน้ำมันเบรกล้อหลังให้เท่ากัน เพื่อให้เบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดระยะเบรกให้สั้นลงเพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจกับ
นาวารา คาลิเบอร์

นาวารา คาลิเบอร์ รุ่นใหม่มีให้เลือก 2 รุ่นคือ
นาวารา คาลิเบอร์ คิงส์แคบ ด้วยราคาโดนใจ 639,000 บาท
นาวารา คาลิเบอร์ ดับเบิ้ล แคบ ราคา 715,000 บาท
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการทดลองขับนิสสัน ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ ใหม่
กรุณาติดต่อที่โชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่านหรือเข้าชมที่เว็บไซด์ www.nissan.co.th

หนังโฆษณารถ NISSAN NAVARA CALIBRE ใหม่ ได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี เป็นพรีเซนเตอร์



หนังโฆษณารถ NISSAN NAVARA CALIBRE ใหม่ ได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี เป็นพรีเซนเตอร์

นิสสันเปิดตัวรถรุ่นใหม่ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ พร้อมโฆษณาชุด Built for the Concrete Jungle โดยได้พระเอกชื่อดัง ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี มาเป็นพรีเซนเตอร์ในโฆษณานี้ด้วย
แนวความคิดของโฆษณา ป่าเป็นที่รวมของสิ่งมีชีวิตและต้นไม้ที่ถูกสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติ
แต่มีป่าอีกชนิดหนึ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เราเรียกว่า “ป่าคอนกรีต”
ณ ป่าคอนกรีต ทุกคนต่างต้องแข่งขันกันเพื่อความสำเร็จ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของรถที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตในเมือง
และสมบุกสมบันสำหรับป่าคอนกรีต ซึ่งก็คือ “นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์” ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน น่าเกรงขาม พร้อมท้าทายทุกอุปสรรคในชีวิตเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ เป็นความท้าทายใหม่แห่งป่าคอนกรีต นั่นเอง
เปิดเรื่อง… ยามเช้าวันหนึ่ง ใจกลางมหานคร ขณะที่ทุกชีวิตกำลังเริ่มต้นวันใหม่ ชายหนุ่มขับรถนาวารา คาลิเบอร์ สีดำสนิทค่อยๆ แล่นผ่านผู้คนต่างๆ พร้อมได้สัมผัสสัญชาตญาณแห่งป่าในเมือง พนักงานออฟฟิศที่ข้ามถนนมองเห็นเงาสะท้อนเป็นม้าลายฝูงใหญ่ หญิงสาวเซ็กซี่ราวกับแม่เสือดาวเจ้าเสน่ห์ และอีกหลากหลายชีวิต ซึ่งต่างก็ถูกสะกดให้จับจ้องรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งดุดันของนาวารา คาลิเบอร์ จนได้พบกับสาวสวยที่ดูสง่าราวนางราชสีห์ แล้วชายหนุ่มก็พานาวารา คาลิเบอร์ ไล่ทะยานฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนในที่สุด ชายหนุ่มก็ได้พบกับหญิงสาวบนชั้นดาดฟ้าใจกลางป่าคอนกรีต นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ความท้าทายใหม่แห่งป่าคอนกรีต
เพื่อเสริมความท้าทายใหม่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราจึงเลือก ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี มาเป็นพรีเซนเตอร์
ติ๊กเป็นผู้ชายลุยๆ มีจิตใจรักการผจญภัย แต่ก็ต้องทำงานในเมือง วันหยุดก็ออกไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด
เขาจึงเลือก นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์เป็นรถคู่ใจ เพราะสามารถตอบไลฟ์สไตส์และตัวตนของติ๊ก
และชีวิตคนเมืองที่มีใจแอดแวนเจอร์ได้อย่างครบถ้วน

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม.กับไฮลักซ์ วีโก้ใหม่ สมาร์ท แค็บ






สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม.กับไฮลักซ์ วีโก้ใหม่ สมาร์ท แค็บ


เปิดโลกสวยงามเมืองไทย ไปกับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม.กับไฮลักซ์ วีโก้ใหม่ สมาร์ท แค็บ เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวกิจกรรม “สมาร์ท คาราวาน 8,800 กิโลเมตรรอบประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ศกนี้ ที่ ห้องรามเกียรติ์ สยามนิรมิต กรุงเทพฯ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “คาราวาน ไฮลักซ์ วีโก้ ได้สร้างประวัติศาสตร์การเดินทางโดยรถยนต์บนเส้นทางอันยาวไกล มาตั้งแต่ ปี 2547 ถึง 2550 ไปยังดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางทั่วโลก จากกรุงเทพ ลีเจียง ทิเบตและเส้นทางสายแพรไหมไปสิ้นสุดที่ประเทศอุซเบกิสถาน ในการเดินทางทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ก็ได้นำเรื่องราวกลับมาถ่ายทอดให้คนไทยได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงามของภูมิประเทศ ผู้คน วัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ศักดิ์สทธิ์ และในครั้งนี้ เรามองว่าเมืองไทยก็มีสิ่งที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ ภูมิทัศน์ที่สวยงามมีความหลากหลายของวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ และน่าจะนำมาเผยแผ่ให้คนไทยได้รับทราบ ประกอบกับ เราได้แนะนำ ไฮลักซ์ วีโก้ ใหม่ สมาร์ท แค็บ รถกระบะที่ออกแบบสำหรับลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ เข้าสู่ตลาดเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เราจึงได้จัดการเดินทางสมาร์ท คาราวาน 8,800 กม.ทั่วไทย ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความสวยงามของเมืองไทย และตอกย้ำถึงอรรถประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกสบายในการขับขี่ ของ ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ ตลอดการเดินทาง”
“สมาร์ท คาราวาน จะเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง ของไฮลักซ์ วีโก้ โดยมีระยะเวลาการเดินทางตั้งแต่วันที่ 3 - 25 ธันวาคม เป็นเวลา 23 วัน รอบประเทศไทย จากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ชมความสวยงามของทะเลอ่าวไทย ผ่านใต้สุดของสยาม และทะเลสีครามของอันดามัน จากนั้นขับผ่านผืนป่าตะวันตกของประเทศ เข้าสู่ภาคเหนือ เลียบแม่น้ำโขง เข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ตะวันออกสุดของสยาม ผ่านชายฝั่งทะเลตะวันออก สิ้นสุดการเดินทางที่ กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 8,800 กิโลเมตร โดยตลอดการเดินทาง จะสัมผัสความหลากหลายของผู้คน วัฒนธรรม ประเพณี ความสวยงามของสถานที่ ตลอดจนพบปะบุคคลที่น่าสนใจ พร้อมได้นำเสนอประสบการณ์อันล้ำค่า ในการเดินทางมาถ่ายทอดให้ชาวไทย ได้รับรู้ นับเป็นที่การเดินทางน่าจดจำครั้งหนึ่ง” นายวุฒิกรกล่าว สมาร์ท คาราวาน ประกอบด้วย ลูกค้า ไฮลักซ์ วีโก้ ใหม่ สมาร์ท แค็บ จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมกับสื่อมวลชน กว่า 50 ชีวิต ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการเดินทางตลอด 23 วัน รอบประเทศไทย นับเป็นคาราวานครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งของประเทศไทย ที่จะมีผู้ร่วมเดินทางมากที่สุดโดยรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ ใหม่ สมาร์ทแค็บ นอกจากจะเป็นการทดสอบสมรรถนะของรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ แล้ว ยังเป็นการเปิดโลกการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง
“สิ่งที่เป็นพิเศษของการเดินทางครั้งนี้ โตโยต้า ได้เชิญนักวิชาการที่มีความรู้ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์กับคาราวาน ในเรื่องราวต่างๆ ทั้งด้านวิถีชีวิต ผู้คน สถานที่สำคัญ และประเพณีท้องถิ่น ตลอดการเดินทาง ทำให้การเดินทางมีเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา อาทิอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ,อาจารย์ทรงยศ แววหงษ์,อ.สมฤทธิ์ ลือชัย,ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์,อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ หรือ นักเดินทางอย่างคุณธีรภาพ โลหิตกุล”
“สมาร์ท คาราวาน จะร่วมงานสำคัญๆ ของจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ และนำสิ่งดีงามไปมอบให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน โดยจะนำอุปกรณ์การศึกษา เสื้อผ้ากันหนาวและผ้าห่ม ไปมอบให้นักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 2 แห่ง ที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดสุรินทร์ ชมงานแสดงแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว พร้อมเงินสมทบทุนบูรณะสะพานข้ามแม่น้ำแคว ร่วมศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยจะนำภาพของการเดินทาง ออกอากาศให้คนไทยได้เห็นความสวยงามและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศทุกวัน ทางรายการ สยามทูเดย์ ทาง ททบ.5 เราเชื่อมั่นว่า สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม. จะเป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ ที่เปิดโลกสวยงามของไทย และทำให้คนไทยรักเมืองไทยมากขึ้น” นายวุฒิกร กล่าวในที่สุด

ขอเชิญลูกค้า ไฮลักซ์ วีโก้ ใหม่ สมาร์ท แค็บ ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม.สอบถามได้ที่ 1800 – 238 444 หรือ website www.vigosmartcaravan.com
ร่วมสัมผัสประสบการณ์กับการเดินทาง ในรายการ สยามทูเดย์ ทาง ททบ.5ทุกวัน เวลา 18.00 น. ตั้งแต่ 3-25 ธันวาคม 2551
เปิดโลกการเดินทาง กับไฮลักซ์ วีโก้
คาราวานไฮลักซ์ วีโก้ ได้เริ่มต้นเดินทางในรูปแบบคาราวานเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยได้สร้างตำนานการเดินทางอันยาวไกลจากประเทศไทย ไปยังดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และนักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝ้นได้ไปเยือน ออกเดินทางครั้งแรกในเดือนกันยายน 2547 ไปยังเมืองมรดกโลก ลี่เจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านเส้นทางสุดโหดของเทือกเขาสูงในลาวเหนือ ลัดเลาะเลียบหน้าผาชัน ก่อนเข้าสู่ชายแดนจีนมุ่งหน้าไปตามถนนสายไฮเวย์ บางกอก-คุนหมิง ไปสิ้นสุดที่ภูเขาหิมะมังกรหยก เมืองลี่เจียง
และอีก 1 ปีต่อมา คาราวานไฮลักซ์ วีโก้ เดินทางต่อจากเมืองลี่เจียง สู่กรุงลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต ดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหลังคาของโลก ผ่านเส้นทางสุดโหดในหลายรูปแบบ ตลอดเส้นทาง 2,548 กม. ที่ขับโดยสื่อมวลชนเป็นระยะเวลา 12 วัน หรือ รวมตลอดการเดินทางจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทางกว่า 11,000 กม.ตลอด 34 วัน ผ่านระดับความสูงตั้งแต่ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลที่กรุงเทพฯ จนถึงระดับความสูงกว่า 5,000 เมตร บนดินแดนหลังคาโลก นับเป็นการทดสอบที่ทรหด แต่ด้วยสมรรถนะที่โดดเด่นของไฮลักซ์ วีโก้ ทำให้อุปสรรคต่างๆ ตลอดการเดินทาง เป็นไปอย่างราบรื่น และง่ายดาย ซึ่งในแต่ละวัน ใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 10-15 ชั่วโมง พลังจากเครื่องยนต์คอมมอนเรล ดีโฟร์ดี เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ให้แรงบิดเพียงพอสำหรับการไต่ระดับ พร้อมด้วยสมรรถนะของช่วงล่าง ที่ความนุ่มนวล แข็งแกร่ง ง่ายต่อการบังคับควบคุม ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย ไม่เมื่อยล้า เป็นเวลายาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ตลอดเวลา 12 วัน ผ่านระดับความสูงเฉลี่ย 2,700-3,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล การเดินทางครั้งที่ 3 ที่คาราวานของไฮลักซ์ วีโก้ ได้เริ่มเดินทางบนเส้นทางสำคัญของเอเชียขบวนคาราวาน 20 คัน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2550 มุ่งหน้าตามไฮเวย์สายคุนหมิง-บางกอก ผ่านเมืองหลวงน้ำทา ของ “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” เข้าสู่ ชายแดนของสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน มุ่งหน้าสู่เมืองซีอาน เป็นระยะเวลา 8 วัน เพื่อรอคณะสื่อมวลชน ที่จะบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเมือง “ซีอาน” เพื่อเริ่มต้นการเดินทางของคาราวานไฮลักซ์ วีโก้ บนทางสายแพรไหม ไปสิ้นสุดที่เมืองทัชเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน เส้นทางสายแพรไหม ที่มีจุดเริ่มต้นจากนครฉางอาน หรือซีอานในปัจจุบัน ไปสิ้นสุดที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก มายาวนานกว่า 2,000 ปี ตลอดระยะเวลา 14 วัน ของการเดินทางนับจากนี้ บนเส้นทางกว่า 5,000 กม. ข้ามที่ราบระหว่างทะเลทรายโกบี และตากลามากัน ที่แห้งแล้ง และร้อนระอุ มุ่งหน้าสู่ตะวันตกเลียบเทือกเขาเทียนซานที่สูงใหญ่ มีความยาวกว่า 250 กิโลเมตร เข้าสู่เขตทุ่งหญ้าแพรรี่ของประเทศคาซัคสถาน และสิ้นสุดที่เมืองทัชเค้นท์ ศูนย์กลางของเอเชียกลาง ซึ่งจะเป็นจุดสิ้นสุดการทดสอบของคณะสื่อมวลชน ทั้งนี้ ขบวนคาราวานของไฮลักซ์ วีโก้ จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางเดิม รวมระยะทางทั้งสิ้น 18,000 กิโลเมตร เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 43 วันคาราวาน ไฮลักซ์ วีโก้ สู่เส้นทางสายแพรไหมในครั้งนั้น โตโยต้า ได้นำรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ ไฮลักซ์ วีโก้ พรีรันเนอร์ และฟอร์จูนเนอร์ขับเคลื่อน 2 ล้อ รวมทั้งสิ้น 20 คัน โดยไฮไลท์ของการทดสอบ เราได้จัดให้มีการทดสอบสมรรถนะประหยัด ด้วยน้ำมัน 1 ถัง กับระยะทาง 1,465 กิโลเมตร สำหรับ ไฮลักซ์ วีโก้ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเล่อร์ และ ระยะทาง 1,200 กิโลเมตร สำหรับ ไฮลักซ์ วีโก้ พรีรันเนอร์ เครื่องยนต์ 3000 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเล่อร์ ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายความสามารถของสื่อมวลชนกับ ไฮลักซ์ วีโก้ ณ จุดสิ้นสุดการทดสอบที่ เนินทรายหมิงซาซา ที่เมืองตุนหวง
Toyota Hilux Vigo ดีเซล คอมมอนเรล 2500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์ คูลเลอร์ บทท้าทาย 1,510 กม. กับน้ำมันหนึ่งถัง ข้ามสามมณฑล
หลังจากเติมพลังด้วยอาหารจีน ในโรงเตี๊ยมเล็กๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาราวานไฮลักซ์ วีโก้ ขับไต่เทือกเขาสูงเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ระยะทางผ่านไปอีก 105 กิโลเมตร จึงพักเติมน้ำมันเพื่อเริ่มต้นกิจกรรม Eco Run Challenge ท้าทายสมรรถนะประหยัดน้ำมันของไฮลักซ์ วีโก้ ด้วยน้ำมัน 1 ถัง กับระยะทาง 1,400 กิโลเมตร และ ไฮลักซ์ พรี รันเนอร์ ด้วยน้ำมัน 1 ถัง กับระยะทาง 1,200 กิโลเมตร กับการขับในรูปแบบคาราวาน มันเป็นความท้าทายที่ต้องมีการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ คอมมอนเรล ที่ใช้ความเร็วระหว่าง 90-100 กม./ชม. กับน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังที่ 76 ลิตร ในขบวนรถทั้งหมด 22 คัน เวลาเริ่มจะพลบค่ำ ความท้าทายที่เกิดขึ้นครั้งแรกเลยนั้น ไม่ใช่เรื่องของความมืดบนท้องถนน แต่กลับเป็นหมอกที่หนาแน่นลงมาปกคลุมบนพื้นถนนที่เปียกชื้น ชนิดที่เรียกว่า ต้องขับให้ชิดกับคันหน้าเพื่อมองสัญญาณไฟฉุกเฉินที่กระพริบให้เห็นเป็นจังหวะ ความเร็วแม้จะทำได้ไม่มากนักแต่ก็อยู่ในช่วง 90-110 กม./ชม. ระยะทางในช่วงแรกของวันแรกที่เริ่มขับประหยัดน้ำมันนั้นอยู่ที่ 198 กม.บนถนนกำลังก่อสร้าง อุณหภูมิภายนอกที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ ประกอบกับสายฝนที่โปรยปรายลงมา ทำให้เครื่องวัดอุณหภูมิของ Fortuner แสดงผลตัวเลขตัวเดียว ใบปัดน้ำฝนยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา กว่า 8 ชั่วโมงแล้ว เกล็ดน้ำแข็งที่ เกาะผิวกระจกหน้า และยางปัดที่แข็งตัว ความหนาวเย็นได้แทรกผ่านถุงมือจนนิ้วทั้งสิบ และเท้าทั้งสองข้าง จนไร้ความรู้สึก เราต้องอบอุ่นร่างกายเป็นระยะ
กว่าจะถึงจุดหมายที่หลานโจว ปาเข้าเกือบ 4 ทุ่ม

เช้าวันรุ่งขึ้น จากหลานโจวไปเมืองจางเย่ ระยะทางประมาณ 545 กม. ซึ่งยังคงอยู่บนที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,500 เมตร ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวเย็น เลียบผ่าน สภาพถนนลาดยาง 2 เลนสวนสลับทางด่วน 4 เลน เมืองหลานโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มณฑลกานซูตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำเหลือง แม่น้ำฮวงเหอเป็นมหานทีอันยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในสองสิ่งที่องค์ฮ่องเต้ต้องทำพิธีบวงสรวง ตามคติของชาวจีนนั้น แม่น้ำฮวงเหอ เป็นเทพที่ไม่มีรูปลักษณ์ หลังจากลงจากที่สูงลงมา สภาพอากาศเริ่มจะดีขึ้น แต่อุณหภูมิภายนอกก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ 10 แต่ความเร็วในช่วงที่ใช้ยังคงอยู่ที่ 90-100 กม./ชม.ลมจากภายนอกเริ่มแรงขึ้น ในวันนี้เรามาถึงที่พักเร็วกว่าวันวาน เรียกว่ายังมองเห็นแสงตะวันอยู่ ระยะทางทั้งหมดผ่านไปแล้ว 726 กม. เข็มบอกระดับน้ำมันลงไปเกือบครึ่งถัง
วันที่สามของการท้าทาย รถทุกคันยังมีน้ำมันมากกว่าครึ่งถังนิดหน่อยซึ่งดูจากเกจ์วัดระดับน้ำมัน วันนี้สภาพเส้นทางจะอยู่บนทางด่วนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก่อนจะขึ้นทางด่วนต้องวิ่งในเมืองฝ่าการจราจรไม่น้อยทีเดียว กระนั้นก็ตามเมื่อขึ้นทางด่วนแล้ว ความเร็วของรถหลายคัน อยู่ในช่วง 60-80 กม./ชม. และบางช่วงถีบความเร็วขึ้นไปที่ 80-90 กม./ชม.
วันที่สามของการท้าทาย การขับท้าทายสมรรถนะประหยัดน้ำมันในวันนี้ เป็นการขับตามปกติของขบวนคาราวาน มีการใช้อัตราเร่งอยู่เสมอเพื่อให้เครื่องยนต์มีแรงบิดที่จะขับตามกัน โดยเฉพาะเมื่อขบวนคาราวานต้องขับผ่านเขตเมืองที่มีการจราจรแน่นหนา และสัญญาณไฟจราจรอยู่มาก และต้องรักษาเวลาในการเดินทางเพื่อมิให้ไปถึงจุดหมายช้าเกินไป
เมื่อมาถึงหลัก 1,200 กม. ไฮลักซ์ วีโก้ เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์ คูลเล่อร์ ยังมีปริมาณน้ำมันเหลืออยู่หนึ่งขีด สภาพเส้นทางในช่วงนี้เป็นถนนเลนเดียว มีรถวิ่งสวนไปมาตลอดระยะทาง และเมื่อถึงจุดหมาย หน้าปัทม์ บอกระยะที่วิ่งไปแล้ว 1318 กม. และเริ่มมีไฟสัญญาณเตือนขึ้น บนถนนไฮเวย์ ความเร็วระหว่าง 100-120 กม./ชม. รถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 IC สามารถผ่านระยะทางที่เป้าหมายที่ต้งไว้ 1,400 กิโลเมตร ที่เนินทราย หมิงซาซาน เมืองตุนหวง ได้อย่างสบาย และมีรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 IC ที่ผ่านความท้าทาย 1,500 กิโลเมตร จำนวน 5 คัน และสามารถทำระยะทางได้ไกลสุดถึง 1,510 กม.และไฮลักซ์ วีโก้ พรีรันเนอร์ เครื่องยนต์ 3000 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเล่อร์ มีระยะทางท้าทายตั้งไว้ 1,200 กิโลเมตร นั้นสามารถผ่านระยะทาง 1,200 กิโลเมตร ได้ 3 คัน และ
สามารถวิ่งเป็นระยะทางได้ไกลสุดถึง 1,460 กม.

ไฮลักซ์ วีโก้ Smart Cab ใหม่เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย
รถกระบะอัจฉริยะ ออกแบบโดยวิศวกรคนไทย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า ในประเทศไทย เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนไทย เปิดชีวิตตอบรับทุกการใช้งาน ตอบสนองอรรถประโยชน์สูงสุด พร้อมบานเปิด สะดวกสบายทุกการเข้าออก พื้นที่กว้างขวางสำหรับการบรรทุกสิ่งของ
รูปลักษณ์ใหม่ โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก สะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cabý ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง กระจังหน้าลายใหม่ สะท้อนบุคลิกเข้มแข็ง ดุดัน - โคมไฟคู่หน้าใหม่ แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า ล้ออัลลอยลายใหม่และยางขนาดใหญ่ 215/65R16 ในรุ่นระบบขับเคลื่อนสองล้อ และ 255/70 R15C ในรุ่นพรีรันเนอร์ และขับเคลื่อนสี่ล้อ
สบายเหนือระดับ กับความหรูหราของห้องโดยสาร พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก แผงคอนโซลกลางและแผงควบคุมข้างประตูสีเมทัลลิก พร้อมมาตรวัดเรืองแสง “Optitron” (เฉพาะในรุ่น 2.5G,2.7G,3.0G) ชุดเครื่องเสียง แบบ 2 Din 1CD รองรับ MP3 และ WMA จอแสดงข้อมูลจากการขับขี่ (Multi-Information Display) (เฉพาะในรุ่น 2.5G,2.7G,3.0G)แสดงข้อมูลได้ 7 โหมดคือ อุณหภูมิภายนอก อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในขณะขับขี่ ความเร็วของรถโดยเฉลี่ย ระยะเวลาในการขับขี่ ระยะทางในการขับขี่ และเข็มทิศ กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ - กระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ...(Electrical Retraction) พับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
ช่วงล่างปรับใหม่ เพื่อความนุ่มนวลสะดวกสบายในการขับขี่ กุญแจรีโมท Immobilizer
พร้อมระบบหน่วงการโจรกรรม TDS (เฉพาะในรุ่น 2.5G,2.7G,3.0G)

ปลอดภัย มั่นใจ ในทุกการขับขี่ ดิสก์เบรกขนาด 15 นิ้ว เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกที่ดีขึ้น ถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้า ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากแรงกระแทกด้านหน้า ด้วยถุงลมระบบ Dual SRS Airbag (เฉพาะในรุ่น 2.5G,2.7G,3.0G) ระบบเบรก ABSý (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกโดยอัตโนมัติ จากการตรวจจับของเซ็นเซอร์จากล้อทั้ง 4 ล้อ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก (เฉพาะในรุ่น 2.5G,2.7G,3.0G และ Prerunner 3.0E ABS) โครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานประตูใหญ่ขึ้น และหนากว่าเดิม คานกันกระแทกด้านข้าง - พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ - แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้ – วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ - โครงเสาหลังคา และหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร
มี 3 เครื่องยนต์ให้เลือก
เครื่องยนต์ 1 KD-FTV (I/C) 3.0 ลิตรดีเซลคอมมอนเรล
เจนเนอเรชั่นที่ 2 ไดเร็กอินเจกต์ชัน 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์

เครื่องยนต์ 2KD-FTV (I/C) 2.5 ลิตรดีเซลคอมมอนเรล
เจนเนอเรชั่นที่ 2 ไดเร็กอินเจกต์ชัน 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

เครื่องยนต์ 2 TR-FE 2.7 ลิตร VVT-i
DOHC 16 วาล์วเครื่องยนต์เบนซิน ตอบสนองนุ่มนวล...ด้วยเทคโนโลยีระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i

พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของ ด้วย 10 รุ่นมาตรฐาน
3.0 G สมาร์ทแค็บ 4WD สีเมทัลลิก ราคา 774,000 บาท
3.0 E สมาร์ทแค็บ 4WD สีเมทัลลิก ราคา 724,000 บาท
2.5 E สมาร์ทแค็บ 4WD สีเมทัลลิก ราคา 689,000 บาท
3.0 E สมาร์ทแค็บ (พรีรันเนอร์ ABS) ราคา 685,000 บาท
3.0 E สมาร์ทแค็บ (พรีรันเนอร์) ราคา 656,000 บาท
3.0 G สมาร์ทแค็บ สีเมทัลลิก ราคา 688,000 บาท
2.7 G สมาร์ทแค็บ เกียร์อัตโนมัติ เครื่องเบนซิน ราคา 669,000 บาท
2.5 G สมาร์ทแค็บ สีเมทัลลิก ราคา 653,000 บาท
3.0 E สมาร์ทแค็บ สีเมทัลลิก ราคา 629,000 บาท
2.5 E สมาร์ทแค็บ สีเมทัลลิก ราคา 605,000 บาท

ไฮลักซ์ วีโก้ Smart Cab ใหม่ เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย

๐๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

มันส์สุดขีดกับVIGO STUNT SHOWในงานVIGO SMART WORLD ON TOUR







มันส์สุดขีดกับVIGO STUNT SHOWในงานVIGO SMART WORLD ON TOUR


เตรียมกล้องถ่ายรูป,กล้องวีดีโอและตัวคุณให้พร้อม เพราะความยิ่งใหญ่กำลังจะมาหาคุณ
ในงานVIGO SMART WORLD ON TOUR

พบกับกิจกรรมมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • วีโก้ท้าโหลด การแข่งขันบรรทุกของบนรถกระบะไฮลักซ์วีโก้
  • ดวลไมค์เสียง การแข่งขันร้องเพลงระดับประถมศึกษาปี่ที่4-6และมัธยมศึกษาปีที่1-6
  • ประชันไอเดียสมาร์ท ประกวดไอเดียโดนๆ ใช้รถวีโก้แบบสมาร์ท คว้ารางวัลใหญ่
  • โชว์ตลก ฮากันให้สนั่นกับเหล่าบรรดาศิลปินตลก ที่มาสร้างความบันเทิง

และพลาดไม่ได้กับการกลับมาอีกครั้งในรอบ10ปีของสตั้นท์แมนระดับฮอลลีวู้ด

ที่เคยสร้างยิ่งใหญ่มาแล้วในรอบ10ปี โดยทีมงานสตั้นท์แมนจากประเทศฝรั่งเศส

ซึ่งจะใช้รถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บมาโชว์สมรรถนะและเทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสดวกสบาย

พบกับความยิ่งใหญ่ตามตารางดังต่อไปนี้

วันที่ สถานที่

5 พฤศจิกายน 2551 พิษณุโลก (กองบิน 46)

8 พฤศจิกายน 2551 เชียงใหม่ (ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัลแอร์พอร์ต)

12 พฤศจิกายน 2551 แพร่ (สนามบินแพร่)

19 พฤศจิกายน 2551 เพชรบุรี (สนามหน้า บขส. ข้างวัดถ้ำแก้ว)

22 พฤศจิกายน 2551 นครปฐม (ลานหน้าแมคโคร นครปฐม)

26 พฤศจิกายน 2551 สุพรรณบุรี (ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สุพรรณบุรี)

29 พฤศจิกายน 2551 ชลบุรี (สนามหน้าศาล จังหวัดชลบุรี)


อย่าพลาด! งานนี้ถ้าใครพลาดคงต้องรอกันอีก!

๐๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

Lexus IS 250














Lexus IS 250

มร.มิทซึฮิโระ โซโนดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ร่วมแถลงข่าวแนะนำรถยนต์สปอร์ตซีดานหรู เลกซัส IS250 ใหม่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ศกนี้
ณ ห้องคริสตัลฮอลล์ แอทธินีทาว์เวอร์ กรุงเทพฯ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์สปอร์ตซีดานคันหรู เลกซัส IS250 ใหม่ หลังจากที่
ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น และ
สหรัฐอเมริกาโดยได้รับการตอบรับด้วยยอดขายมากที่สุดติดอันดับ
ท๊อปเท็น ในกลุ่มตลาดรถยนต์หรู ด้วยยอดขายหลังการเปิดตัวถึง 49,000 คัน
มร. มิทซึฮิโระ โซโนดะ กล่าวว่า “เลกซัส IS250 รุ่นนี้ เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 หลังจากที่ได้มีการแนะนำครั้งแรกในเมืองไทยในปี พ.ศ. 2549 โดย IS250 นี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์หรู ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอนาคต ประสานกับความลงตัวทางด้านดีไชน์ L-finesse อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเลกซัส ทำให้ IS250
จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักของเลกซัส ในการทำตลาดรถยนต์หรูในเมืองไทย โดยตั้งเป้าหมายในอนาคตที่จะทำให้ IS250 ครองตลาดรถยนต์ระดับหรูเมืองไทย เช่นเดียวกับที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงการยกระดับมาตรฐานการบริการให้ทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ ลูกค้าเลกซัส โดยทางบริษัทฯ มีแผนการที่จะจัดตั้ง
ศูนย์บริการรถยนต์เลกซัส Exclusive Service Corner อย่างเป็นทางการ
ณ โชว์รูมโตโยต้าใน 5 จังหวัดใหญ่ ทั่วประเทศ”
เลกซัส IS250…สปอร์ตซีดานอัจฉริยะสุดหรูเลกซัส IS250 ใหม่ มี
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “Nothing Impossible” หรือ “ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้” ให้เกิดขึ้นกับ
เลกซัส IS250 โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าและความพิถีพิถันของมืออาชีพ
เฉพาะทางมาผสมผสานไว้เป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว
นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวแนะนำ เลกซัส IS250 ใหม่ว่า “IS250 ส่งตรงจากสายพาน
การผลิตโรงงานเลกซัส ทาฮาร่า ซึ่งวิศวกรมีแรงบันดาลใจให้เป็นยานยนต์ระดับหรูอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยใช้การผสมผสานกันระหว่าง นวัตกรรมทางด้านเทคนิคการผลิตด้วยวิศวกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย
โดยใช้ วิศวกรรมทางดิจิตอล (Digital Engineering) และ การใช้หุ่นยนต์ระดับสูง (Pioneering Robotics)
ในการผลิต เพื่อความสามารถในการควบคุมการผลิตให้เกิดผลลัพธ์ที่แม่นยำ
และ เที่ยงตรง ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการผลิตได้อย่างชัดเจน เพื่อให้“เลกซัส IS250”
เป็นยานยนต์หรูสปอร์ต ระดับพรีเมียม ที่มีเอกลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียว”
นายนิกรยังกล่าวแนะนำต่อไปอีกว่า “จุดเด่นของโรงงานทาฮาร่า
คือการใช้ช่างฝีมือที่มีทักษะและความชำนาญระดับสูงทางด้านการผลิต หรือ “Craftsmanship”
ซึ่งโรงงานแห่งนี้ มีการแบ่งระดับช่างฝีมือ (Takumi) ที่ได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจนเรียกว่าอยู่ใน
ระดับ Hands of God หรือ หัตถ์แห่งพระเจ้า ที่สามารถใช้ทักษะความประณีตจากประสาทสัมผัสทั้งห้า
ในการควบคุมและปรับปรุงการผลิตอย่างละเอียด ประกอบกับความตั้งใจและเอาใจใส่
ทำให้สามารถตรวจสอบ และรับรู้ถึงความผิดปรกติ และส่วนต่างอันไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยเครื่องวัดใด ๆ
และสามารถทำการแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้
นับเป็นการผลิตที่ละเอียดถี่ถ้วนและก่อให้เกิดคุณภาพมาตรฐานระดับ เลกซัส”
การพัฒนาของเลกซัส IS250 ใหม่ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เหนือระดับ
เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดพื้นฐาน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของ IS250 ดังนี้
ความเป็นเอกลักษณ์ ของ Lexus – ด้วยความลึกซึ้งทางด้านดีไซน์
ทั้งภายในและภายนอกภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่โดดเด่น L-finesse อันเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภูมิใจ
และสุขใจในการเป็นเจ้าของ
ความเป็นสปอร์ต และขับขี่เร้าใจ – ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นสปอร์ตมากขึ้นทั้งภายในและภายนอก
พร้อมเครื่องยนต์ Advanced 2500 ซีซี V6 Direct-Injection Stoichiometric D-4 ที่ล้ำหน้า
และเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะสูงกว่าเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
พร้อม Paddle Shift ใหม่ที่สามารถควบคุมการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้จากตำแหน่ง D ทันที
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี – ด้วยความก้าวล้ำในการออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำสุดที่ 0.26
และความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีในการเก็บเสียง ทำให้เสียงรบกวนเข้ามาในห้องโดยสารอยู่ในระดับต่ำสุดพร้อม
ระบบกระจกหน้าต่างควบคุมความเร็ว สามารถควบคุมการเคลื่อนตัวของหน้าต่างในการเริ่มต้นและสิ้นสุด
เพื่อกันการส่งเสียงรบกวนแก่ผู้โดยสารอย่างต่ำที่สุด และเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูง
ระบบรวมศูนย์การสั่งการควบคุม VDIM ( Vehicle Dynamics Integrated Management)
ระบบจัดการไดนามิคของตัวรถ ที่จะควบรวมการควบคุมของการเบรก กำลังเครื่องยนต์
และการควบคุมพวงมาลัยอย่างอัจฉริยะและสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยที่สุดในโลก
ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าอัจฉริยะ EPS (Electric Power Steering) – สามารถตอบสนองเพื่อความสมดุลย์ในการขับขี่
ควบคู่ไปกับระบบควบคุมความปลอดภัยอัจฉริยะ VDIM โดยจะช่วยออกแรงตาม หรือ
สวนทางการหักพวงมาลัยเพื่อลดแรงหมุนของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ความหรูหราเหนือระดับ
– ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง และใส่ใจแม้เพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่งบอกถึงความหรูหราเหนือระดับ
อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเลกซัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง Mark Levinson Surround Sound System อุปกรณ์ระบายอากาศในเบาะหน้า และ เบาะหนังแท้หรูหรา ตามมาตรฐานที่เหนือระดับของเลกซัส
จากแนวคิดพื้นฐานของการพัฒนาเลกซัส IS250 ทำให้เลกซัส IS 250 สามารถสร้างความประทับใจและความสบายใจ
ในทุกสัมผัสสำหรับการขับขี่ พร้อมกับให้ลูกค้าได้มีช่วงเวลาแห่งสุนทรียภาพในการขับขี่ และมีความสุข
ไปกับคุณภาพชีวิตเหนือระดับ ประกอบกับ ความอิ่มเอิบใจ และ ความสุขใจของผู้ครอบครอง
นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของเลกซัส IS250 ใหม่นี้ว่า “เลกซัส IS250 ใหม่ เป็นสปอร์ตซีดาน ที่พร้อมทั้งความหรูหรา และสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจสไตล์สปอร์ต สะท้อนความเป็นสปอร์ตซีดานหรู อัจฉริยะ หรือ INTELLIGENT SPORTS SEDAN อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ได้ นำเสนอต่อลูกค้าภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร “WHEN REFINEMENT MEETS POWER” หรือ “ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ”
โดยกลุ่มเป้าหมายของ IS250 จะเป็นผู้บริหารคนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 25 – 35 ปี ที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน
แตกต่าง และกล้าแสดงออก โดยตั้งเป้าหมายการขายในปีแรก ไว้ที่ประมาณ 220 คัน”
เลือกเป็นเจ้าของความเรียบ หรู ในทุกรายละเอียดได้ 6 สี
Silver Mica Metallic
Dark Grey Mica
Bluish Pearl Crystal Shine
White Pearl Crystal Shine
Black
และ สีใหม่ Blonde Mica Metallic
ด้วยราคา
Premium Package พร้อมหลังคามูนรูฟ 3,550,000 บาท
Premium Package 3,450,000 บาท
Luxury Package 3,050,000 บาท

พบกับเงื่อนไขการรับประกัน พิเศษสุดเพื่อลูกค้า IS250 ใหม่ และลูกค้า LS460 และ GS300 ทุกท่าน เงื่อนไขการรับประกันใหม่ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพิ่มความมั่นใจสูงสุดให้กับเจ้าของรถยนต์เลกซัส ซึ่งไม่จำกัดแค่ลูกค้า IS250 ใหม่ เท่านั้น ยังรวมถึง ลูกค้าเลกซัส LS460 และ GS300 ทุกท่าน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
พร้อมนำเสนอประสบการณ์อันน่าประทับใจ สำหรับผู้ครอบครอง “เลกซัส IS250”โดย
ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง

บริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด
58 ถ.ริมคลองแสนแสบ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320โทรศัพท์ 0-2716-8999
บริษัท เลกซัส สุขุมวิท จำกัด 1/1
ถ.สุขุมวิท 18 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 02-260-8123
บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด
14/459 ม.4 ถ.รามอินทรา กม.2 อนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพฯ 10220โทรศัพท์ 0-2521-1111

และเตรียมพบกับ ศูนย์บริการรถยนต์เลกซัสอย่างเป็นทางการ Lexus Exclusive Service Corner ณ โชว์รูมโตโยต้าใน 5 จังหวัดใหญ่ ทั่วประเทศได้ในเร็ว ๆ นี้ – เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และ ภูเก็ต

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๑

โตโยต้าเปิดตัวถุงลมนิรภัยแบบใหม่สำหรับคนนั่งหลัง

โตโยต้าเปิดตัวถุงลมนิรภัยแบบใหม่สำหรับคนนั่งหลัง
ถือเป็นอีกครั้งที่โตโยต้ากลายเป็นผู้นำตลาดด้านความปลอดภัย
เมื่อมีการเปิดตัวระบบถุงลมนิรภัยแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้อง
ผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนเบาะหลังเพื่อลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บเมื่อถูกชนจากทางด้านหลัง


ถุงลมนิรภัยรุ่นนี้มีชื่อว่า REAR WINDOW CURTAIN SHIELD AIRBAG และถือเป็นถุงลมนิรภัยแบบ SRS หรือ Supplemental Restraint System รุ่นแรกของโลกที่มีการพองตัวขึ้นมาเพื่อป้องกันศีรษะของผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนเบาะหลังจาก
การกระแทกเมื่อรถยนต์ที่นั่งอยู่ถูกชนทางด้านท้าย
โดยจะมีการพองตัวออกจากทางเสาหลังคาทางด้านหลังฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับหมอนรองศีรษะ
บนพนักพิงของเบาะหลังแล้วจะช่วยลดอาการบาดเจ็บของศีรษะได้อย่างมาก การเปิดตัวจะมีขึ้นครั้งแรกกับรถยนต์รุ่นเล็กอย่าง iQ
ที่จะวางขายในยุโรปต้นปีหน้า ซึ่งการติดตั้งถุงลมนิรภัยประเภทนี้เข้าไปจะช่วยทำให้ iQ
กลายเป็นรถยนต์ที่มีระดับการปกป้องของศีรษะสูงขึ้น
และมีการลดความเสี่ยงในด้านการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะได้อย่างมาก
Toyota iQ

ถึงแม้ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มีความยาวประมาณ 3 เมตรเท่านั้น แนวคิดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของโตโยต้าในการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งผ่านการพัฒนารถยนต์ให้มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมบนเส้นทางในการขับขี่ที่เอื้อประโยชน์ต่อความปลอดภัย และมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและให้ความรู้กับคนทั่วไปในเรื่องความปลอดภัยต่อการขับขี่